สัญญาณการเมืองเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังสภาผู้แทนราษฎรลงมติ “เอกฉันท์” 323 เสียง ต่อ 0 เสียง เห็นชอบให้เสนอเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อทำ ประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมการเลือกตั้ง ส.ส.
การลงมติครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 13.10 น. ที่รัฐสภา โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม หลังจากญัตติดังกล่าวถูกเลื่อนมาแล้วครั้งหนึ่งเนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ
ผลโหวตครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็น “หมุดหมายสำคัญ” ที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างชัดเจน
ขั้นตอนต่อไป เรื่องจะถูกส่งให้ วุฒิสภา (ส.ว.) ลงมติ หากเห็นชอบ จึงจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี แต่หากไม่เห็นชอบ เรื่องนี้จะตกไปทันที
🔥 กกต.ไฟเขียว – เกมเลือกตั้งเริ่มขยับ
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ส่งสัญญาณสำคัญต่อสนามเลือกตั้งปี 2566
โดย อนุญาตให้ผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น สามารถช่วยผู้สมัคร ส.ส. และพรรคการเมืองหาเสียงได้ หากกระทำในฐานะส่วนตัว ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ ไม่ใช้เวลาราชการ และไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐ
แนวทางดังกล่าวถูกแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศแล้ว ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจเปลี่ยนสมดุลเกมเลือกตั้งในหลายพื้นที่
⚠️ ศรีสุวรรณจ่อฟ้อง – ปมขายที่ดินให้ต่างชาติ
อีกหนึ่งแรงสั่นสะเทือนคือ นายศรีสุวรรณ จรรยา เตรียมยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุด
เพื่อขอเพิกถอนมติ ครม. ที่เปิดทางให้ชาวต่างชาติซื้อที่ดินในประเทศไทย โดยมองว่าเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ และกระทบความมั่นคงของชาติ
เขาระบุชัดว่า “ที่ดินคือทรัพยากรของชาติที่มีจำกัด” หากเปิดทางให้ต่างชาติถือครอง จะทำให้คนไทยกว่า 90% เสียเปรียบ และประเทศอาจไม่เหลือทรัพยากรให้ลูกหลานในอนาคต
⚖️ ปมกฎหมายเลือกตั้ง – ศาลรัฐธรรมนูญรับลูก
ประธาน กกต. ยังได้ชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการแก้ไขกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.
โดยยืนยันว่า ไม่จำเป็นต้องคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อแบบเดิมอีกต่อไป เนื่องจากรัฐธรรมนูญแก้ไขใหม่และกฎหมายลูกได้ยกเลิกหลักเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว
ประเด็นนี้ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะจะส่งผลโดยตรงต่อการจัดสรรที่นั่งในสภาหลังการเลือกตั้ง
⏰ ฝ่ายค้านเตรียมซักฟอก – 14 พฤศจิกายน
นายชวน หลีกภัย เปิดเผยว่า ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติ (มาตรา 152) ในวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้
โดยย้ำว่ารัฐบาลต้องคุมเสียงให้ครบ ป้องกันสภาล่ม และการประชุมสภาเป็นหน้าที่ของทุกฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง