“ชูวิทย์” เปิดโปงธุรกิจสีเทา โยงอดีตรัฐมนตรี – จับตา “ประยุทธ์” และ ครม.

สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับการอัปเดตความเคลื่อนไหวทางการเมืองไทย
สถานการณ์ล่าสุดกำลังร้อนแรง เมื่อ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เดินหน้าเปิดข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ ธุรกิจสีเทาของกลุ่มทุนจีน ซึ่งส่งแรงสะเทือนไปถึงนักการเมืองระดับสูง และอดีตรัฐมนตรีบางราย

ความขัดแย้งระหว่าง ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กับ สันธนะ ประยูรรัตน์ กลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามอง โดยชูวิทย์เลือกเดินเกมรุก เปิดข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สันธนะออกมาเตือนให้ระมัดระวัง ท่ามกลางข้อถกเถียงเรื่องความเชื่อมโยงของเครือข่ายธุรกิจสีเทาที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเลื่อนลอย แต่มีการประสานข้อมูลกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งแต่ต้นทาง ทำให้สังคมเริ่มตั้งคำถามว่า ใครกันแน่จะกลายเป็น “พระเอก” ตัวจริงในศึกครั้งนี้Có thể là hình ảnh về văn bản

บุคคลสำคัญที่ถูกจับตาอย่างมาก คือ

  • พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล

  • พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล

ซึ่งต่างมีบทบาทสำคัญในการขยายผลคดี โดยทุกการดำเนินการอยู่ภายใต้กรอบอำนาจที่ชอบธรรม ทั้งจากคำสั่งนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สังคมไม่อาจมองข้าม คือ การพาดพิงถึง อดีตรัฐมนตรีบางราย แม้ยังไม่มีการระบุชื่อชัดเจน แต่กระแสสังคมมองตรงกันว่า ปฏิบัติการกวาดล้างธุรกิจสีเทาครั้งนี้ อาจมี “ผลข้างเคียงทางการเมือง” ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะเดียวกัน ป.ป.ช. กำลังพิจารณาประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐมนตรีอีก 5 ราย ภายหลังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณีการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบ 8 ปี โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็ว ๆ นี้

นอกจากนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ ส.ส. 14 คน จากหลายพรรคการเมือง ร่วมลงชื่อขอให้ ชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีการล็อบบี้ประมูลห้องอาหารในรัฐสภา เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคม

ปิดท้ายด้วยอีกหนึ่งประเด็นสำคัญ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ขาดในวันที่ 30 พฤศจิกายน เกี่ยวกับร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการเมืองไทยในอนาคตอันใกล้

Related articles

“สมชัย” อดีต กกต. ชี้ช่องร้อง กกต. หากรับเงินย้ายพรรคจริง

สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับการอัปเดตสถานการณ์การเมืองไทยความเคลื่อนไหวล่าสุดร้อนแรง เมื่อ สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ออกมาโพสต์วิเคราะห์กรณีคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญให้ ส.ส. พรรค ภูมิใจไทย รายหนึ่ง หยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งอาจลุกลามไปสู่ประเด็น “ยุบพรรค” ได้ หากมีหลักฐานการกระทำผิดกฎหมายพรรคการเมือง สมชัยระบุว่า คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว แม้ดูเป็นข่าวเล็ก แต่แท้จริงแล้ว “ใหญ่กว่าที่คิด” โดยชี้แจงว่า คดีที่ศาลรับพิจารณาเป็นเรื่อง ขาดคุณสมบัติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98…

ประกาศด่วนสมัครแคนดิเดตนายกฯ รวมไทยสร้างชาติ งานนี้ขนลุกทั้งสภา

สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับการอัปเดตสถานการณ์การเมืองไทยความเคลื่อนไหวล่าสุดสร้างแรงสั่นสะเทือนทันที เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกพรรค รวมไทยสร้างชาติ และเป็น แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว ของพรรค เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ยาวกว่า 24 นาที ภายหลังเป็นประธานในพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติ “10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ เที่ยวชุมชนยลวิถี ประจำปี 2565”…

ข่าวล่าสุด เกมพลิก ทักษิณ ใกล้กลับไทยแล้ว ขอนแก่น เตรียมต้อนรับ พี่โทนี่

สวัสดี ครับ กลับ มา พบ กัน อีก ครั้ง กับ ช่อง ที่ นำ เสนอ เรื่อง ราว เหตุ การณ์ บ้าน เมือง ไทย ฝาก กด ไลค์ กด ติด ตาม และ กด กระดิ่ง…

พระบรมราชโองการ ถอด เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ต่อต้านการสถาปนาพระราชินี

*โปรดแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ* พระบรมราชโองการ ถอด เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ต่อต้านการสถาปนาพระราชินี วันที่ 21 ต.ค. ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบรมราชโองการ ประกาศ เรื่องให้ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารพ้นจากตำแหน่ง ถอดฐานันดรศักดิ์ และยศทหาร ตลอดจนเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการ ในพระองค์ฝ่ายทหารพ้นจากตำแหน่ง ถอดฐานันดรศักดิ์ และยศทหาร ตลอดจนเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา เนื่องจากกระทำความผิดราชสวัสดิ์ และไม่จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์

เหตุใดถึงถอดฐานันดรศักดิ์ 3 เจ้าหญิงไทย สูงสดคืนสู่สามัญ ความจริงที่ไม่เคยได้พูด

ที่เบื้องลึกศาลเจ้าหญิงจากสามัญชนสู่รั้ววังแต่เพราะวิบากกรรมพันธุ์ได้อีกจึงปลดสู่สามัญชนชีวิตดังละครท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์สุวะดี 13 ปีในรั้วพระราชวังสูงสุดคืนสู่สามัญดูจะเป็นวลีเหมาะสมที่สุดหากจะขออนุญาตเอ่ยถึงท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์สุวะดีซึ่งถือว่าเป็นบุคคลที่ตกเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในรอบปี 2557 เนื่องจากอดีตคือพระราชวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารแต่ปัจจุบันคือสามัญชนคนเดินดินหลังจากกลับบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อขอลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ซึ่งความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทและพระราชทานพระบรม ขออนุญาติแล้วเรื่องของท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์สุวะดีถือเป็นบุคคลสำคัญที่ถูกจับต้องของสังคมไทยทั้งคู่หน้าประกาศที่ท่านผู้หญิงที่ได้ปฏิบัติกรณียกิจไว้ขณะดำรงอิสริยยศและสิ่งต่างๆอีกมากมายเส้นทางของท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ก่อนเดินทางเข้าสู่พระราชวังและกลับออกมาเป็นประชาชนสามัญธรรมดาเดิมมีนามว่าฮีตเกิดเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2514 ที่จังหวัดสมุทรสงครามเป็นธิดาคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้อง 5 คนของนายอภิรุจและนางวันทนีย์สุวะดีด้านการศึกษาจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนเทศบาลบ้านมหาชัยอนุกูลราชจังหวัดสมุทรสาครต่อมาสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพจากโรงเรียนกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัยก่อนจะเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชคณะวิทยา ผู้จัดการสาขาวิชาการจัดการทั่วไปหลักสูตร 4 ปีเมื่อปี 2540 และได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระบรมโอสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์เมื่อวันที่ 23 มกราคมปี 2545 และทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาโทหลักสูตรปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตคหกรรมศาสตร์ภาคพิเศษสาขาวิชาพัฒนาการครอบครัวและเด็กคณะเกษตรมหาวิทยาลัยเกษตรคณะแนนเฉลี่ย 3.9 4 ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์เข้าถวายการรับใช้สมเด็จพระบรมโอสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารตั้งแต่ปี 2536…

คำทำนายสุดแม่น! รัชกาลที่ 11 และ 12 คือผู้ใดครองราชย์! ของ โหรหลวงในสมัย รัชกาลที่ ๑

โน้ท แต่ก่อนจะไปรับฟังคลิปก็อย่าลืมกด like กดติดตามและกดกระดิ่งแจ้งเตือนของช่องทีอาร์เอ็นทีวีคนอ่านข่าวเอาไว้ด้วยนะครับแม่นจนขนลุกคําทํานายรัชกาลที่ 11 และ 12 คือผู้ใดได้ครองราชย์ของหวงในรัชกาลที่ 1 ในการบริหารราชการแผ่นดินตั้งแต่สมัยโบราณอาการพระมหากษัตริย์จะมีขนประจำพระองค์เพื่อทำนายดวงชะตาบ้านเมืองว่าจะเป็นอย่างไรในอนาคตไว้ดูฤกษ์ยามเพื่อทำศึกสงครามรวมทั้งทำนายดวงชะตาของพระองค์เองและบุคคลใกล้ชิดซึ่งโหรถือว่ามีอิทธิพลต่อการประกอบการตัดสินใจในชีวิตประจำวันและการบริหารบ้านเมืองของพระมหากษัตริย์เป็นอย่างมากดัง ผมชื่อโหราธิบดีหลวงในรัชกาลสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชในรัชกาลที่ 1 ที่ได้ทำนายถึงดวงชะตาของกรุงรัตนโกสินทร์เอาไว้อย่างน่าสนใจโดยมีการทำนาย 12 ยกหรือ 12 ราชการโดยมีเนื้อหาใจความดังนี้โดยมีเนื้อความว่าในรัชกาลที่ 1 สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชวันหนึ่งเวลาเย็นขณะที่ท่านประทับอยู่ณตำหนักท่าน ได้ตรัสตอบพระโหราว่าฉันจะให้ท่านพยากรณ์โชคชะตาของกรุงรัตนโกสินทร์ว่าต่อไปเบื้องหน้าจะเป็นอย่างไรพระโหราจึงกลับทูลว่าพระอาญาไม่พ้นเกล้าการถวายคำพยากรณ์โชคชะตาของกรุงรัตนโกสินทร์เป็นเรื่องสำคัญจำจะต้องตรวจการพยากรณ์ด้วยความระมัดระวังต้อง 4 ระยะเวลาถึง 3 วันจึงจะกลับทูลถวายคำพยากรณ์ได้แล้วท่านโหราธิบดีได้จดวันเวลาเดือนปีของวันที่ลงหลักเมืองกรุงรัตนโกสินทร์ตามที่พระพุทธยอดฟ้ารับสั่งแล้วจึงกราบทูลลากลับไปพอครบ 3 วันพระโหราจึงมาเฝ้าตามที่นัดเอาไว้และ ได้ถวายคำพยากรณ์…