ศรีรัศมิ์คือใครในสายตาราชสำนัก?

ใน โลก ที่ หมุน เร็ว ด้วย ความ เปลี่ยน แปลง ทุก วินาที แฟชั่น กลาย เป็น เพียง เงา สะท้อน ชั่ว คราว ของ ยุค สมัย แต่ ใน ท่าม กลาง ความ ไม่ แน่ นอน นั้น มี บาง สิ่ง ที่ ไม่ เคย เปลี่ยน แปลง นั่น คือ ความ สง่า งาม ที่ มี ราก ลึก ใน วัฒนธรรม ความ ทรง จำ และ ศักดิ์ ศรี แห่ง ความ เป็น ไทย และ หนึ่ง ใน สิ่ง ที่ สะท้อน คุณ ค่า นั้น ได้ ชัด เจน ที่ สุด คือ ผ้า ไหม ไทย ผ้า ไหม มิ ใช่ เพียง ผืน ผ้า สำหรับ ปก ปิด ร่าง กาย แต่ มัน คือ บท กวี ที่ ทอ ขึ้น ด้วย มือ หญิง ไทย เป็น ภาษา เงียบ ที่ เล่า เรื่อง ของ ดิน แดน เรื่อง ของ ศรัทธา และ

เรื่อง ของ ความ อด ทน มัน คือ สิ่ง ที่ เชื่อม โยง อดีต กับ ปัจจุบัน เชื่อม โยง ความ สง่า งาม ของ ราชสำนัก เข้า กับ ความ อ่อน โยน ของ ชาว บ้าน เชื่อม โยง ความ ทรง จำ ของ แม่ กับ ลูก เชื่อม คน กับ แผ่น ดิน และ เชื่อม หญิง ธรรมดา กับ มรดก ที่ ไม่ มี วัน จ่าง ภาย ใน ราชสำนัก ไทย ผ้า ไหม ไม่ ใช่ แค่ เรื่อง ของ ความ สวย งาม หรือ พิธี แต่ มัน คือ สัญลักษณ์ ของ ความ จง รัก ภักดี ความ เคารพ ต่อ โบราณ ราชประเพณี และ การ รักษา ราก เน่า แห่ง อัตลักษณ์ ของ ชาติ ไว้ ใน ท่าม กลาง โลก สมัย ใหม่ ผ้า ไหม จึง กลาย เป็น ภาษา ที่ ไม่ ต้อง เอื้อน เอ่ย แต่ มี น้ำ

หนัก เทียบ เท่า กับ พระ ราชดำรัส เป็น เครื่อง แต่ง กาย ที่ มี พลัง มาก กว่า ภาพ ลักษณ์ ภาย นอก และ เมื่อ นำ ผ้า ไหม มา พบ กับ ตัว ตน ของ หญิง ผู้ หนึ่ง ผู้ ที่ แม้ ไม่ ใช่ เจ้า ฟ้า ไม่ ใช่ หญิง สูงศักดิ์ ตั้ง แต่ กำเนิด แต่ สามารถ ถ่าย ทอด ศักดิ์ ศรี และ ความ เป็น ไทย ผ่าน ท่วง ท่า การ แต่ง กาย และ การ ยืน หยัด อย่าง เงียบ งัน ใน พื้น ที่ ของ ตน เอง เส้น ไหม เหล่า นั้น จึง มิ ได้ เป็น เพียง ผืน ผ้า หาก แต่ เป็น พยาน ของ การ เดิน ทาง แห่ง จิต วิญญาณ เป็น ร่อง รอย ของ การ เรียน รู้ เติบ โต และ เข้า ใจ ใน คุณCó thể là hình ảnh về văn bản cho biết 'เธอใส่ฝ้าไหม. ไหย... เธอใส่ี้ สผ้า และทุกคนหยุดด'

ค่า ของ ความ เงียบ ความ งาม แท้ จริง คือ อะไร นี่ ไม่ ใช่ คำ ถาม เชิง สุนทิะ เท่า นั้น หาก เป็น คำ ถาม ปรัชญา ที่ พา เรา กลับ ไป สู่ ราก ฐาน ของ ตัว ตน เป็น คำ ถาม ที่ ผ้า ไหม ไทย ได้ พยายาม ตอบ มา หลาย ชั่ว อายุ คน ไม่ ใช่ ด้วย คำ พูด แต่ ด้วย ลวด ลาย สี สัน และ สัมผัส ของ ผืน ผ้า ที่ ผ่าน มือ หญิน ไทย นับ ไม่ ถ้วน คำ ตอบ อาจ ไม่ ใช่ สิ่ง ที่ ตา เห็น แต่ เป็น สิ่ง ที่ หัว ใจ รับ รู้ ได้ เมื่อ เรา เห็น ผืน ผ้า นั้น เคลื่อน ไหว ตาม ท่วง ท่า ของ ผู้ หญิง ที่ เข้า ใจ ใน ความ เงียบ งาม ของ ตน เอง และ บาง ที ใน ความ เงียบ นั้น เอง เรา จะ ได้

ยิน เสียง สะท้อน ของ อดีต เสียง ของ ศักดิ์ ศรี ที่ ไม่ ต้องการ คำ ยืน ยัน และ เสียง ของ ความ งาม ที่ ไม่ อาจ ถูก ลบ เรือน ไป ตาม กาล เวลา ใน หน้า ประวัติศาสตร์ ของ ราชวงศ์ ไทย ไม่ บ่อย หนัก ที่ เรา จะ ได้ เห็น หญิง สาว สามัญ ชน ผู้ หนึ่ง ก้าว เข้า สู่ พื้น ที่ อัน เงียบ สงบ ของ วังหลวง พร้อม แบก รับ สาย ตา นับ ล้าน คู่ จาก สาธารณชน แต่ ที่ น่า ประหลาด ยิ่ง กว่า นั้น คือ การ ที่ เธอ สามารถ เปลี่ยน แปลง ภาพ ลักษณ์ ของ ตน เอง จาก หญิง ธรรมดา ให้ กลาย เป็น ภาพ จำ ของ ความ สง่า งาม ได้ โดย ไม่ จำเป็น ต้อง พูด อะไร

เลย เพียง แค่ ปรากฏ ตัว อย่าง มั่น คง ใน ชุด ผ้า ไหม ไทย ที่ เธอ เลือก ด้วย ใจ และ ความ เคารพ ท่าน ผู้ หญิง ศรีรัตน์ สุวดี ไม่ เคย ประกาศ ว่า ตน คือ แบบ อย่าง ไม่ เคย ยืน ยัน ใน คุณ ค่า ของ ตน ด้วย คำ พูด หรือ คำ โฆษณา แต่ ทุก ครั้ง ที่ เธอ ก้าว ออก สู่ สาย ตา สาธารณชน เธอ กลับ สร้าง แรง สะเทือน ที่ ไม่ อาจ มอง ข้าม ด้วย ท่วง ท่า ที่ นุ่ม นวล สงบ นิ่ง และ ชุด ผ้า ไหม ที่ ประณีต ใน ทุก ราย ละเอียด ราว กับ ทุก ผืน ผ้า ที่ เธอ สวม ใส่ คือ คำ แถลง การณ์ เงียบ ที่ กล่าว ถึง ราก เหง้า ความ เคารพ และ การ ยืน หยัด อย่าง สง่า งาม

ใน โลก ที่ เต็ม ไป ด้วย เสียง รบ กวน ชุด ของ เธอ ไม่ ใช่ แฟชั่น ชั่ว คราว หาก เป็น การ เลือก สื่อ สาร ที่ เจาะ จง และ มี ความ หมาย ผ้า ไหม ไทย กลาย เป็น ภาษา ของ เธอ ภาษา เงียบ ที่ พูด แทน ความ รู้ สึก พูด แทน ตัว ตน และ พูด แทน ความ เข้า ใจ ใน คุณ ค่า ของ สังคม ไทย ผ้า ไหม ลาย พื้น เมือง จาก ภาค อีสาน สี ฟ้าพระ เทว จาก ภาค กลาง ลาย ขิ จาก ทาง เหนือ หรือ แม้ แต่ ไหม แพรวา จาก ริม ฝั่ง โขง ทั้ง หมด ล้วน ผ่าน การ เลือก อย่าง ตั้ง ใจ เป็น เสมือน สาร ที่ ส่ง จาก ใจ ของ หญิง ไทย คน หนึ่ง ไป สู่ หัว ใจ ของ ผู้ คน ที่ กำลัง มอง

หา อะไร บาง อย่าง ที่ แท้ จริง ใน มุม ของ จิตวิทยา ความ สง่า งาม ของ เธอ สะท้อน ถึง ความ มั่น คง ภาย ใน อย่าง ลึก ซึ้ง คน ที่ แต่ง กาย ด้วย ความ ตั้ง ใจ ไม่ ใช่ เพื่อ ลวง ตา แต่ เพื่อ บว ฉัน รู้ ว่า ฉัน เป็น ใคร หมัก เป็น คน ที่ เข้า ใจ ตน เอง และ ศิรัตน์ คือ ผู้ หญิง ที่ ไม่ เคย เปล่ง เสียง แต่ กลับ ทำ ให้ ทั้ง ประเทศ เงียบ ฟัง เธอ ได้ ด้วย สาย ตา การ แต่ง กาย ของ เธอ จึง มิ ใช่ แค่ การ เลือก ผ้า ห่ม ตัว หาก คือ การ ห่ม ความ เชื่อ ห่ม คุณ ค่า และ ห่ม ความ ภาค ภูมิ ใจ ของ หญิง ไทย ลง บน ร่าง กาย ของ ตน เอง อย่าง อ่อน โยน

ใน ทุก ครั้ง ที่ เธอ ปรากฏ ตัว ใน ผ้า ใหม่ ไทย เรา ไม่ เพียง แค่ เห็น เสื้อ ผ้า แต่ เรา กำลัง เห็น การ แสดง ออก ที่ ลึก ซึ้ง ถึง อัตลักษณ์ ไทย ที่ ซ่อน อยู่ ภาย ใน เรา เห็น การ ยืน ยัน ของ หญิง คน หนึ่ง ต่อ โล กว่า ฉัน จะ ไม่ เปลี่ยน แปลง เพื่อ ให้ ใคร ยอม รับ แต่ ฉัน จะ ซื่อ ตรง ต่อ สิ่ง ที่ ฉัน เชื่อ แม้ จะ อยู่ ใน ตำแหน่ง ที่ สั่น คลอน ได้ ตลอด เวลา และ นั่น เอง คือ พลัง แท้ ของ เธอ พลัง ของ หญิง สามัญ ชน ที่ ไม่ เคย ลืม ราก เน่า ของ ตน ผู้ ที่ เปลี่ยน ความ เงียบ ให้ กลาย เป็น ภาษา ของ ศักดิ์ ศรี ผู้ ที่ เปลี่ยน ผ้า ไหม ให้

กลาย เป็น อัตลักษณ์ และ ผู้ ที่ เปลี่ยน การ แต่ง กาย ให้ กลาย เป็น การ แสดง ออก ถึง ความ ภักดี อย่าง ไม่ มี คำ พูด ใด ต้อง เอ่ย ใน ถูก พระ ราชพิธี อัน ศักดิ์สิทธิ์ ผ้า ไหม ไม่ ใช่ เพียง เครื่อง แต่ง กาย แต่ เป็น ส่วน หนึ่ง ของ พิธีกรรม ที่ ต้อง อาศัย ความ เข้า ใจ ใน ราย ละเอียด ลึก ซึ้ง การ เลือก สี ผ้า ลวด ลาย และ เนื้อ ผ้า ไม่ ได้ เกิด ขึ้น โดย ความ บังเอิญ หาก แต่ ต้อง ผ่าน การ พิจารณา อย่าง ละเอียด ถี ถ้วน ทั้ง ใน ด้าน โหราศาสตร์ วัฒนธรรม และ ใน ทาง จิต วิญญาณ ผ้า ไหม จึง กลาย เป็น ภาษา ลับ ที่ มี เฉพาะ ผู้ สวม ใส่ เท่า นั้น ที่ รู้ ว่า กำลัง พูด

อะไร สำหรับ ท่าน ผู้ หญิง ศรีรัตน์ สุวดี การ สวม ใส่ ผ้า ไหม ใน พิธี การ ของ ราชสำนัก ไม่ เคย เป็น เรื่อง ของ แฟชั่น หาก เป็น เรื่อง ของ การ ถ่าย ทอด ความ หมาย อย่าง เงียบ งัน ชุด ใหม่ สี ทอง อ่อน ใน งาน มงคล สะท้อน ถึง พลัง ของ ความ รุ่งเรือง ชุด สี ม่วง เทา ใน งาน ที่ มี บรรยากาศ สงบ นิ่ง แสดง ถึง การ เคารพ และ การ วาง ตัว อย่าง เหมาะ สม ลาย ผ้า แบบ ดั้ง เดิม ที่ ถูก เลือก ใช้ ใน งาน ทาง ศาสนา บอก เล่า ถึง ความ ศรัทธา ที่ ฝัง ราก ลึก ใน หัว ใจ แม้ แต่ สี ของ ชุด ก็ ยัง มี ความ หมาย ใน มิติ โหราศาสตร์ อย่าง ชัด เจน วัน อังคาร ใช้ สี

ชมพู เพื่อ เสริม พลัง วัน พฤหัสบดี ใช้ สี เหลือง เพื่อ แสดง ถึง ปัญญา และ การ ปก ป้อง ทุก การ เลือก จึง กลาย เป็น การ จัด องค์ ประกอบ ของ พลัง ที่ มี ทั้ง ความ งาม ทาง สาย ตา และ พลัง ทาง ความ เชื่อ แฝง อยู่ ภาย ใน ที่ ลึก ซึ้ง ไป กว่า นั้น คือ การ ที่ ท่าน หญิง นำ เรื่อง เล่า ของ ผู้ หญิง ใน เงา มา ทอ ผ่าน ลวด ลาย ของ ผ้า ไหม ลาย ดอก ไม้ พื้น เมือง ที่ เคย ถูก มอง ว่า เป็น ของ ชาว บ้าน กลับ กลาย เป็น ลาย หลัก ใน ชุด พิธี ลาย ขิด ลาย จก ที่ มัก ปรากฏ ใน ผ้า ไหม ท้อง ถิ่น กลับ กลาย เป็น หัว ใจ ของ การ ออก แบบ

ใหม่ ใน ราชสำนัก การ ยก ระดับ สิ่ง ที่ เคย ถูก มอง ข้าม ให้ กลับ มา อยู่ ใน จุด ที่ มี เกียรติ คือ การ แสดง ออก อย่าง เงียบ ๆ ว่า ความ งาม ไม่ จำเป็น ต้อง เกิด จาก สิ่ง สูง ส่ง หาก เกิด จาก ความ เข้า ใจ ใน คุณ ค่า ของ สิ่ง ธรรมดา ใน พิธี ที่ ทุก ก้าว ย่าง ต้อง เปะ ทุก องศา และ ทุก ภาพ ถ่าย จะ ถูก ตี ความ นับ พัน ครั้ง การ เลือก สวน ใส่ ผ้า ไหม อย่าง มี ใน ของ เธอ จึง กลาย เป็น ข้อ ความ ซ่อน ไว้ ที่ ส่ง ถึง สังคม ว่า ผู้ หญิง คน หนึ่ง อาจ ไม่ มี สิทธิ ที่ พูด มาก แต่ เธอ ก็ สามารถ ยืน ยัน ใน ตัว ตน ของ ตน เอง ผ่าน ผืน ผ้า ได้ อย่าง สง่า งาม เมื่อ ภาพ

ของ เธอ ใน ชุด ใหม่ ไทย ปรากฏ ใน งาน พิธี สำคัญ ผู้ คน อาจ ไม่ เข้า ใจ ใน ทัน ที แต่ เมื่อ มอง ย้อน กลับ ไป จึง ได้ รู้ ว่า ทุก องค์ ประกอบ ที่ เธอ สวม ใส่ ล้วน มี เหตุ ผล ล้วน มี เจตนา และ ล้วน เป็น การ บอก กว่า หญิง คน หนึ่ง จะ สามารถ มี พลัง ได้ โดย ไม่ ต้อง ยก เสียง เพียง แค่ เธอ เข้า ใจ ใน บท บาท ของ ตน และ เลือก ผืน ผ้า ให้ เหมาะ กับ โชค ชะตา เพราะ ใน โลก ของ ราชสำนัก ผ้า ไหม ไม่ ใช่ สิ่ง ที่ สวม เพื่อ ให้ สวย แต่ มัน คือ เกราะ คือ สาร และ โชค ชะตา ที่ ห่อ หุ้ม อยู่ ใน ทุก ตะเข็ด ผ้า หาก เรา ย้อน กลับ ไป มอง ภาพ ของ ราชสำนัก ไทย

ตั้ง แต่ สมัย รัชกาล ที่ 5 ผ้า ไหม ไม่ ได้ เป็น เพียง ส่วน หนึ่ง ของ เครื่อง แต่ง กาย เท่า นั้น แต่ มัน คือ เครื่อง ยืน ยัน ของ อารยธรรม เป็น สัญลักษณ์ ของ การ พัฒนา และ เป็น สะพาน ที่ เชื่อม โลก ตะวัน ออก เข้า กับ ตะวัน ตก พระ มหากษัตริย์ ใน ยุค สมัย นั้น ทรง ส่ง เสริม ผ้า ไหม ให้ เป็น สินค้า ส่ง ออก เป็น เครื่อง ยืน ยัน ถึง ความ สามารถ ของ ประชา ชน และ เป็น การ ยืน หยัด ใน อัตลักษณ์ ของ ไทย ใน ยุค อาณานิคม ต่อ มา ใน สมัย รัชกาล ที่ 9 พระ ราชดำริ ใน การ ฟื้น ฟู ผ้า ไหม ไทย โดย เฉพาะ ผ้า ไหม จาก ภาค ตะวัน ออก เฉียง เหนือ ได้ กลาย เป็น

หนึ่ง ใน ภารกิจ ที่ ยิ่ง ใหญ่ ที่ สุด ของ สมเด็จ พระ นาง เจ้า พระ บรมราชินีนาถ ใน รัชกาล ที่ 9 ทรง ไม่ เพียง แต่ ฟื้น คืน ศิลปาก ทอ ผ้า เท่า นั้น แต่ ยัง ทรง ทำ ให้ ผ้า ไหม กลาย เป็น สัญลักษณ์ แห่ง ความ ภาค ภูมิ ใจ ของ หญิง ไทย ทั่ว ประเทศ หญิง ชาว บ้าน จึง ได้ กลาย มา เป็น ผู้ เชื่อม โยง ประวัติศาสตร์ ผ่าน เส้น ใด ที่ ตน เอง ถัก ทอ และ ใน สมัย รัชกาล ปัจจุบัน ภาย ใต้ ร่ม เงา ของ ราชวงศ์ ที่ ยัง คง ยืน หยัด อยู่ กลาง พายุ ของ โลก ยุค ใหม่ ผ้า ไหม ยัง คง ดำรง อยู่ ใน บท บาท เดิม แต่ ไม่ เหมือน เดิม มัน ถูก หยิบ ขึ้น

มา ใช้ ใน พิธี การ สำคัญ งาน เฉลิม ฉลอง ของ ชาติ และ การ ปรากฏ ตัว ของ ราชนิกุล ใน หลาก หลาย วาระ แต่ ครั้ง นี้ ผ้า ไหม ไม่ ใช่ เพียง ของ สูง ส่ง ห่าง ไกล หาก กลาย เป็น ของ คน ไทย ทุก คน ที่ ทุก คน สามารถ สวม ใส่ ด้วย ศักดิ์ ศรี เช่น เดียว กับ หญิง ใน ราชสำนัก ใน ระหว่าง เส้น ทาง อัน ยาว นาน ของ ประวัติศาสตร์ นั้น มี สิ่ง หนึ่ง ที่ น่า ประทับ ใจ ยิ่ง นั่น คือ ความ เชื่อม โยง เงียบ งาม ระว่าง แม่ กับ ลูก ระหว่าง หญิง สูงศักดิ์ กับ หญิง สามัญชน ระหว่าง แม่ ผู้ สวม ใส่ ผ้า ไหม ด้วย ความ เคารพ และ ลูก ผู้ เรียน รู้ ที่ จะ เดิน

ตาม โดย ไม่ ต้อง มี คำ สั่ง ใด ๆ ผ้า ไหม กลาย เป็น มรดก ที่ ไม่ ต้อง ลง นาม แต่ ฝัง อยู่ ใน สาย เลือด เป็น การ ถ่าย ทอด จาก สาย ตา การ สังเกต และ ความ รัก ที่ ไม่ มี เงื่อน ไข สิ่ง ที่ น่า คิด ยิ่ง กว่า นั้น คือ ผ้า ไหม อาจ เป็น สมุด บันทึก ที่ ไร้ ถ้อย คำ ของ หญิง ใน ราชวงศ์ มัน ไม่ สามารถ พูด ออก มา ได้ ตรง ๆ ว่า ใคร กำลัง รู้ สึก อย่าง ไร หรือ ใคร กำลัง เผชิญ กับ อะไร แต่ มัน สามารถ บอก เล่า ความ ภาค ภูมิ ความ อด กลั้น และ ความ ตั้ง ใจ ได้ มาก กว่า หลาย พัน คำ พูด ผ้า ไหม จึง เปรียบ เหมือน ประวัติศาสตร์ ที่ ถูก สวม ใส่ เป็น ภาพ ถ่าย ที่

เคลื่อน ไหว และ เป็น เครื่อง เตือน ใจ ถึง เส้น ทาง ของ ผู้ หญิง ไทย ที่ เคย ผ่าน มา ก่อน เรา แม้ กาล เวลา จะ เคลื่อน ไป แม้ บุคคล จะ เปลี่ยน แปลง แห่ง แม้ ราชสำนัก จะ ปรับ ตัว ตาม โลก ใหม่ แต่ เส้น ไหม เหล่า นั้น ก็ ยัง คง อยู่ เหมือน เป็น เส้น ด้าย ที่ มอง ไม่ เห็น ซึ่ง คอย ถัก ท่อ อดีต ปัจจุบัน และ อนาคต ให้ ไหล ลื่น เป็น ผืน เดียว และ บาง ที ใน ความ ละเอียด อ่อน ของ ลวด ลาย นั้น เรา กำลัง อ่าน เรื่อง ราว ของ ผู้ หญิง ผู้ ไม่ เคย ได้ เขียน ประวัติศาสตร์ ด้วย ปาก กา แต่ ได้ ปัก ลง บน ผืน ผ้า ด้วย มือ และ หัว ใจ อย่าง เงียบ

งัน มี คำ กล่าว ที่ ว่า เสื้อ ผ้า คือ ภาษา ที่ เรา ใส่ เดิน ไป ทั่ว โลก หาก เป็น เช่น นั้น จริง ผ้า ไหม ไทย ก็ คง ไม่ ใช่ แค่ ภาษา แต่ มัน คือ บท กวี ที่ บรรจง แต่ง ขึ้น ด้วย หัว ใจ ของ คน ไทย ทั้ง แผ่น ดิน สำหรับ ผู้ คน ส่วน ใหญ่ ผ้า ไหม อาจ เป็น สัญลักษณ์ ของ ความ งด งาม และ ความ หรูหรา แต่ ใน มุม ที่ ลึก ซึ้ง ยิ่ง กว่า ผ้า ไหม กลับ เป็น ภาพ สะท้อน ของ กรรม ที่ ถัก ท้อ ขึ้น จาก อดีต ใน ทุก ตะเข็บ ผ้า มี แรง งาน มี เวลา มี ความ อด ทน และ มี เรื่อง ราว ใน ทุก ลวด ลาย มี การ เรียน รู้ ความ สูญ เสีย และ การ ต่อ สู้ เพื่อ ดำรง อยู่ และ

เมื่อ ผ้า ไหม นั้น ถูก สวน ใส่ โดย ผู้ หญิง ที่ เข้า ใจ ใน ความ หมาย ของ มัน ผืน ผ้า ก็ จะ กลาย เป็น หนังสือ เปิด ที่ บันทึก ทุก บท แห่ง ชีวิต ไว้ อย่าง อ่อน โยน ท่าน ผู้ หญิง ศรีรัตน์ สุวดี มิ ใช่ เพียง ผู้ สวม ใส่ ผ้า ไหม แต่ เธอ เป็น ผู้ ที่ ใช้ มัน เป็น เครื่อง มือ ใน การ ฟื้น คืน ศักดิ์ ศรี ให้ แก่ ตัว เอง ใน วัน ที่ โลก ภาย นอก เต็ม ไป ด้วย เสียง วิพากษ และ ภาพ จำ อัน ซ้ำ ซาก เธอ กลับ เลือก สื่อ สาร ด้วย วิธี ที่ ไม่ มี ใคร คาด คิด ไม่ ใช่ การ โต้ แย้ง ไม่ ใช่ การ ชี้ แจง แต่ เป็น การ สวม ผ้า ไหม ไทย ด้วย ความ นิ่ง และ

มั่น คง เพื่อ ประกาศ อย่าง เงียบ งัน ว่า ฉัน ยัง คง เป็น ฉัน และ ฉัน ยัง คง ให้ เกียรติ ใน สิ่ง ที่ ฉัน ยืน หยัด ใน เชิง จิตวิทยา การ แต่ง กาย อย่าง มี สติ และ สื่อ ความ หมาย เป็น รูป แบบ หนึ่ง ของ การ ฟื้น คืน อั อัตลักษณ์ ผู้ ที่ เคย ถูก ทำ ให้ สับสน กับ เสียง ของ โลก ภาย นอก จะ ค่อย ๆ ฟื้น กลับ มา เมื่อ ได้ จับ บาง สิ่ง ที่ คุ้น เคย และ สำหรับ ผู้ หญิง ไทย หลาย คน ผ้า ไหม อาจ เป็น สิ่ง นั้น เป็น เครื่อง เตือน ใจ ถึง ราก เหง้า ความ อ่อน โยน และ พลัง เงียบ ที่ อยู่ ใน สาย เลือด การ แต่ง ตัว จึง มิ ใช่ เรื่อง ผิว เผิน อีก ต่อ ไป แต่

มัน คือ การ ประกาศ ตัว ตน ใน แบบ ที่ ไม่ ต้อง อธิบาย ให้ ใคร ฟัง ความ หมาย ของ ผ้า ไหม จึง ไม่ ได้ อยู่ แค่ ใน ผืน ผ้า ค่ะ แต่ ซ่อน อยู่ ใน วิธี ที่ ผู้ หญิง คน หนึ่ง ลูบ มัน เบา ๆ ก่อน จะ สวม ใส่ อยู่ ใน แวว ตา ที่ มอง กระจก อย่าง มั่น ใจ และ อยู่ ใน ท่วง ท่า ที่ เธอ ยืน อยู่ ตรง นั้น โดย ไม่ ต้อง ขอ อนุญาต จาก ใคร บาง ที ผ้า ไหม อาจ ไม่ ใช่ แค่ เสื้อ ผ้า แต่ มัน คือ สนาม แห่ง ศักดิ์ ศรี ที่ ให้ ผู้ หญิง ได้ ยืน อย่าง เต็ม ความ หมาย ไม่ ว่า จะ อยู่ ใน วัง หลวง หรือ ยืน อยู่ ท่าม กลาง โลก อัน สับสน ใน ยุค ที่ โลก หมุน ไป ด้วย ความ รวด เร็ว

และ แฟชั่น เปลี่ยน ทุก ฤดูกาล ภาพ ของ หญิง ไทย ใน ชุด ผ้า ไหม อาจ ดู เหมือน สิ่ง ที่ หลง ยุค แต่ ใน ความ จริง กลับ ตรง กัน ข้าม เพราะ เมื่อ เรา มอง ลึก ลง ไป ผ้า ไหม ไทย ไม่ เคย ล้า สมัย มี แต่ สาย ตา ของ เรา ต่าง หาก ที่ หลง ลืม ความ หมาย ของ มัน ไป ชั่ว คราว การ ปรากฏ ตัว ของ ท่าน ผู้ หญิง ศรีรัตน์ สุวดี ได้ จุด ประกาย ให้ ผ้า ไหม ไทย กลับ มา อีก ครั้ง ไม่ ใช่ ใน ฐานะ เครื่อง แต่ง กาย สำหรับ พิธี การ เท่า นั้น แต่ ใน ฐานะ สิ่ง ที่ บอก เล่า ความ ภาค ภูมิ ใจ ของ การ เป็น หญิง ไทย วัย รุ่น ไทย เริ่ม หัน กลับ มา มอง ผ้า ไหม

ด้วย สาย ตา ใหม่ แบรนด์ แฟชั่น ร่วม สมัย เริ่ม นำ ผ้า ไหม มา ผสม ผสาน กับ สไตล์ โมเดิร์น และ สตรี ไทย ใน ทุก ภูมิภาค เริ่ม ผ้า ใหม่ เป็น ส่วน หนึ่ง ของ ชีวิต ประจำ วัน ไม่ ใช่ เพราะ ใคร สั่ง ให้ ทำ แต่ เพราะ พวก เธอ เริ่ม เข้า ใจ ว่า ความ งาม ไม่ จำเป็น ต้อง ต่าง ชาติ จึง จะ ดู ดี ผ้า ไหม กลาย เป็น สัญลักษณ์ ของ การ กลับ คืน สู่ ตัว ตน คือ การ บอก โลก กว่า ฉัน ไม่ จำเป็น ต้อง เปลี่ยน แปลง เพื่อ ให้ คุณ ยอม รับ หาก ฉัน แต่ง กาย ด้วย สิ่ง ที่ ฉัน ภูมิ ใจ และ เคารพ ใน ราก เหง่า ของ ตัว เอง นั่น คือ ความ สง่า งาม ที่ แท้ จริง และ

หาก เรา จะ ปิด ท้าย เรื่อง ราว ทั้ง หมด นี้ คง ไม่ มี ถ้อย คำ ใด เหมาะ กว่า คำ กล่าว อัน เรียบ ง่าย แต่ ลึก ซึ้ง ว่า ไม่ มี ผืน ผ้า ใด ปราศจาก รอย ตะเข็บ เช่น เดียว กับ ชีวิต ที่ งด งาม ยิ่ง เพราะ ผ่าน รอย เย็บ แห่ง บท เรียน จง ภูมิ ใจ ใน รอย เย็บ ของ คุณ จง ภูมิ ใจ ใน ผืน ผ้า ชีวิต ของ คุณ และ จง เดิน ต่อ ไป ด้วย ศักดิ์ ศรี ที่ สวม ใส่ ได้ ขอ ขอบคุณ ทุก ท่าน ที่ ร่วม เดิน ทาง ผ่าน เรื่อง ราว ของ ผ้า ไหม ไทย และ ผู้ หญิง ไทย ผู้ เป็น แรง บันดาล ใจ หาก คุณ รู้ สึก ถึง พลัง เงียบ จาก ผืน ผ้า เหล่า นี้ อย่า ลืม กด ติด ตาม เรา

เพื่อ ไม่ พลาด ทุก เรื่อง ราว ลึก ซึ้ง ที่ ซ่อน อยู่ หลัง ความ งาม ที่ คุณ อาจ ไม่ เคย ได้ ยิน ช่อง ของ เรา แวง แอง Channel ถ่าย ทอด เรื่อง ราว แห่ง ศักดิ์ ศรี ความ งาม และ คุณ ค่า ที่ ไม่ เคย ลบ เลือน

Related articles

รอยร้าวใต้ผิวน้ำ : เมื่อพายุอำนาจกำลังก่อตัว

ภายนอก ทุกอย่างดูสงบผิวน้ำเรียบ นิ่ง ไร้คลื่นแต่ผู้ที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางอำนาจย่อมรู้ดีว่าความเงียบเช่นนี้ไม่เคยเป็นสัญญาณของความมั่นคงหากคือช่วงเวลาที่แรงดันกำลังสะสมอยู่ใต้ผิวน้ำอย่างเงียบงัน ข่าวลือที่เริ่มเล็ดลอดออกมาจาก “วงในระดับลึก”ไม่ใช่ข่าวที่เกิดจากจินตนาการของคนนอกแต่เป็นแรงสะเทือนที่ส่งตรงมาจากจุดใกล้ศูนย์ถ่วงอำนาจที่สุดเรื่องราวบางอย่างที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมมานานหลายปีกำลังถูกดึงขึ้นมาสู่แสงสว่างทีละเส้น ทีละปม แกนกลางของแรงสั่นสะเทือนครั้งนี้คือรอยร้าวระหว่างสองขั้วอำนาจใหม่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าอยู่ร่วมสนามเดียวกันหรืออย่างน้อยก็สามารถรักษาระยะห่างอย่างปลอดภัยได้แต่วันนี้ เส้นทางของทั้งสองฝ่ายเริ่มแยกออกจากกันอย่างชัดเจนและไม่อาจย้อนกลับไปบรรจบกันได้อีก การชิงไหวชิงพริบการช่วงชิงความไว้วางใจและการจัดสรรผลประโยชน์ที่ไม่สมดุลได้กลายเป็นชนวนเงียบที่กัดกินโครงสร้างจากภายในความไม่ไว้ใจค่อย ๆ แทนที่คำว่า “พันธมิตร”และความเงียบเริ่มดังยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ ทว่า สิ่งที่ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นหลายเท่าตัวไม่ใช่เพียงความขัดแย้งของผู้เล่นหน้าใหม่แต่คือการขยับตัวของ “เงาเก่า”ขั้วอำนาจที่เคยหายไปจากกระดานหรือถูกผลักออกไปอยู่นอกฉากกำลังส่งสัญญาณการกลับมาอย่างช้า ๆ แต่หนักแน่น ชื่อที่ไม่ควรถูกเอ่ยกลับถูกกระซิบซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวงสนทนาปิดไม่ใช่ในฐานะอดีตแต่ในฐานะตัวแปรที่สามารถเปลี่ยนดุลอำนาจได้ในพริบตาการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหากเป็นจังหวะเวลาที่ถูกคำนวณมาอย่างรอบคอบ เมื่อรอยร้าวเดิมยังไม่ทันสมานแรงกดดันจากขั้วอำนาจเก่าก็ถาโถมเข้ามาโครงสร้างที่เคยดูแข็งแรงจึงเริ่มเปราะบางอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในเกมอำนาจ ไม่มีใครเป็นผู้ล่าตลอดไปและไม่มีใครเป็นเหยื่อตลอดกาล ผู้ที่เคยถือไพ่เหนือกว่าอาจกำลังประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไปเพราะเกมครั้งนี้ไม่ได้เล่นกันซึ่งหน้าแต่เป็นการบ่อนทำลายอย่างเงียบเชียบตัดฐาน ตัดความชอบธรรมและสั่นคลอนความภักดีของผู้คนทีละน้อย สัญญาณหนึ่งที่น่าจับตาคือการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่เคยเงียบผู้ที่เคยรอเวลาเริ่มกลับมารวมตัวกันอีกครั้งความจงรักภักดีเริ่มเปลี่ยนทิศและความเป็นกลางเริ่มถูกแทนที่ด้วยการเลือกข้าง คำถามสำคัญไม่ใช่ “จะเกิดอะไรขึ้น”แต่คือ…

บันทึกหนึ่งในห้วงเวลาร่วมสมัย

ปลายเดือนกันยายน ปีพุทธศักราช 2566ประกาศจากราชกิจจานุเบกษาปรากฏต่อสาธารณะเป็นถ้อยคำทางราชการที่เคร่งครัด สุขุม และเป็นไปตามบทกฎหมายว่าด้วยการแต่งตั้งนายทหารและนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรให้ดำรงตำแหน่งราชองครักษ์พิเศษ ตามอำนาจแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องรายชื่อหลายสิบรายถูกบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของกลไกความมั่นคงที่ดำเนินต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ในบรรดารายชื่อเหล่านั้นมีนายทหารระดับสูงผู้หนึ่งที่สังคมคุ้นชื่อจากบทบาทในพื้นที่ชายแดน และจากคำบอกเล่าของผู้ใต้บังคับบัญชาเขาเคยถ่ายทอดเรื่องราวจากแนวหน้าเล่าถึงทหารที่ยืนอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอนแต่ยังยึดมั่นในหน้าที่ ด้วยหัวใจที่ผูกพันกับผืนแผ่นดิน คำพูดของเขาไม่ได้หรูหราหากเต็มไปด้วยน้ำเสียงของผู้ที่อยู่กับความจริงทหารแนวหน้าไม่ได้ร้องขอสิ่งใดมากไปกว่ากำลังใจเพราะสิ่งที่พวกเขาแบกรับอยู่แล้วคือภาระของการปกป้องอธิปไตยและการยืนหยัดในพื้นที่ที่บรรพบุรุษเคยรักษาไว้ด้วยชีวิต ในมุมหนึ่งของโครงสร้างรัฐความเป็นกองทัพยังคงดำเนินไปตามบทบาทเดิมห่างจากการเมืองตามที่หลายฝ่ายย้ำยืนยันนายทหารผู้นั้นกล่าวชัดเจนว่าแม้จะมีผู้ทาบทามจากหลายทิศทางเขาเลือกที่จะวางตนอยู่ในกรอบของหน้าที่รักษาระยะห่างจากอำนาจที่เปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา อีกด้านหนึ่งของเรื่องราวคือเสียงสะท้อนจากประชาชนผู้หนึ่งซึ่งเคยมีความรู้สึกไม่เข้าใจ ไม่เห็นด้วยต่อสถาบันที่อยู่เหนือการเมืองเขาเล่าว่า ครั้งหนึ่งเคยปฏิเสธพิธีการสำคัญในชีวิตด้วยความรู้สึกต่อต้านที่ยังไม่ผ่านการใคร่ครวญ แต่เมื่อเวลาผ่านไปการค้นคว้า การรับฟัง และการแยกแยะข่าวลือออกจากข้อเท็จจริงทำให้ทัศนะของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนจากความไม่ชอบ กลายเป็นความเข้าใจจากความเข้าใจ กลายเป็นความเคารพ เขาเลือกเล่าเฉพาะสิ่งที่เห็นว่าเป็นสาระและละเว้นรายละเอียดที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกไม่ใช่เพราะไม่มีเรื่องให้พูดแต่เพราะเชื่อว่า ความเงียบในบางเรื่องอาจเป็นการปกป้องส่วนรวมได้ดีกว่าคำอธิบายยืดยาว เรื่องราวทั้งหมดเมื่อมองจากระยะห่างสะท้อนภาพของสังคมที่ยังคงตั้งคำถามยังคงถกเถียงและยังคงแสวงหาความหมายของคำว่า “ความมั่นคง”ในโลกที่ข้อมูล ข่าวสาร และอารมณ์ไหลเร็วกว่าการไตร่ตรอง…

คำสาปสายเลือด : จากความรุ่งโรจน์ในรัชกาลที่ 5 สู่ทางตันในรัชกาลที่ 6

ราชวงศ์จักรีเคยดูมั่นคงราวกับภูผาหินที่ไม่มีวันพังทลายสายเลือดแผ่ขยาย กิ่งก้านสาขาแตกแขนงไปทั่วแผ่นดินในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชโอรสและพระราชธิดารวมกันถึงเจ็ดสิบเจ็ดพระองค์ภาพของราชสำนักในวันนั้นคือความอุดมสมบูรณ์ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า “การขาดทายาท” จะกลายเป็นปัญหาได้ แต่กาลเวลาไม่เคยปรานีใครเมื่อแผ่นดินเปลี่ยนผ่านสู่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวความอุดมสมบูรณ์กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันกษัตริย์ผู้มีพระญาติพี่น้องร่วมแปดสิบพระองค์กลับต้องทรงครองราชย์อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางคำถามที่ค่อย ๆ กัดกินความมั่นคงของบัลลังก์ รัชกาลที่ 6 ไม่ใช่กษัตริย์ที่อ่อนแอแต่พระองค์คือผลผลิตของโลกสมัยใหม่ทรงเติบโตมากับแนวคิดตะวันตกความเชื่อเรื่องผัวเดียวเมียเดียวและอุดมคติของการมีคู่ชีวิตที่เป็น “คู่คิด” ไม่ใช่เพียงผู้ให้กำเนิดทายาทขณะเดียวกัน จารีตของราชสำนักกลับเรียกร้องสิ่งตรงกันข้ามความขัดแย้งนี้ค่อย ๆ บีบรัดพระราชหฤทัยจนกลายเป็นวิกฤตที่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรง ๆ เวลาผ่านไป สุขภาพของพระองค์เริ่มถดถอยร่างกายส่งสัญญาณอันตรายขณะที่กระดานอำนาจยังไร้ตัวหมากสำคัญที่สุด—รัชทายาททุกสายตาเริ่มหันไปมองทางเลือกสุดท้ายและในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตสตรีสามัญชนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในประวัติศาสตร์นามของเธอคือ “คุณเครือแก้ว อภัยวงศ์” การสถาปนาเธอขึ้นเป็นพระนางเจ้าไม่ใช่เพียงเรื่องของความรักแต่คือการเดินหมากครั้งสุดท้ายของกษัตริย์เพื่อรักษาสายเลือดของตนไว้กับแผ่นดินหากทารกในครรภ์เป็นพระราชโอรสอำนาจจะถูกดึงกลับมาสู่สายตรงของรัชกาลที่ 6และระบอบผู้สำเร็จราชการจะถือกำเนิดขึ้นทันที แต่โชคชะตาไม่เคยอยู่ใต้การควบคุมของผู้ใดคืนวันที่ 24 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2468พระราชวังกำลังเผชิญการสวนทางของชีวิตและความตายห้องหนึ่งคือกษัตริย์ผู้ใกล้สิ้นลมอีกห้องคือการต่อสู้ของสตรีผู้กำลังให้กำเนิดชีวิตใหม่ทั้งราชสำนักหยุดหายใจรอคำตอบเพียงคำเดียว…

เจ้าหญิงที่โลกคาดหวัง… แต่โชคชะตากลับทำให้เธอเงียบหาย

เช้า วัน ที่ 7 ธันวาคม พ.ธศักราช ศักราช 2521 สาย ลม ปลาย ปี เย็น สบาย ใน พระนคร วัน นั้น มี แสง หนึ่ง เกิด ขึ้น ใน ราชสำนัก ดุสิต เธอ มี พระ นาม ว่า…

วีดีโอ โปรโมท เปิดโปง! งบ 4 หมื่นล้าน ‘เสี่ยโอ’ ฉาวหนัก ‘กบ’ เอาเลี้ยงผัวฝรั่งเศส

ถ้า มัน พรรค ไหน ก็ ตาม ถ้า มัน ลด เพดาน มาตรา 112 เรา ก็ ต้อง สู้ เรา ก็ ต้อง ดัน ต่อ ผม ต้อง เพิ่ม เพดาน ครับ เพิ่ม เพดาน โทษ…

วีดีโอ โปรโมท “เสี่ยโอ” ไม่ทน! ดึง “ชาย 4” กลับไทย เปิดศึกท้าชนวงการ!

อ้วน อ้ว้น อิน 3อ ก็ กลับ มา แล้ว เออ มี นัยยะ อะไร เปล่า อาจารย์ มี นยะ อะไร มี สิ ที นี้ ไอ้ ที่ เขา คาด การณ์ กัน ว่า พอ…