สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าศรีรัศมี สุวดี เสด็จกลับคืนสู่ราชวงศ์ในฐานะเจ้าชายดิปังกอร์

ก็ สืบเนื่องมาจากหลังจากที่จะมีภาพของทั้ง สิ่งรสุวดีปรากฏต่อหน้าสาธารณชนเมื่อ สัปดาห์ที่ผ่านมาและเรื่องนี้เองก็ได้ทำ ให้ประชาชนหลายฝ่ายนั้นต่างให้ความสนใจ และเป็นกระแสคือหาอีกครั้งหนึ่งถึงแม้ว่า เรื่องนี้อาจจะทำให้ประชาชนหลายฝั่งนั้น ต่างพากันคาดเดากันไปต่างๆนานาแต่แน่นอน ว่า 80% ของประชาชนหลายไฟล์ต่างชื่อว่า เหตุการณ์การปรากฏตัวอีกครั้งของทั้งสี รับนั้นเป็นเรื่องจริงแต่ก็อาจจะมีประชา ชนบางส่วนที่อาจจะยังไม่ปักใจเชื่อนางและ แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ได้รับ ความสนใจเพราะทั้งศรีรัศมิ์นั้นเป็นอีก หนึ่งยอดสตรีที่ทรงคุณข้างล่างและท่านก็

ได้สร้างคุณงามความดีเอาไว้อย่างมากมาย เมื่อครั้งที่เธอนั้นยังดำรงตำแหน่งเป็น พระโมรราชอาญาแห่งราชวงศ์จักรีอีกทั้งเธอ ยังเป็นพระมารดาขององค์ชายน้อยในพระบาท สมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวและสึกได้ มาจากเรื่องนี้เองในวันนี้ข้าพเจ้าเป็น 5 เรื่องที่น่ารู้เกี่ยวกับเจ้าฟ้าทีปังกร อ.

ทุ่งช้างน้อยแห่งราชบัลลังก์จักรีวงศ์ และสิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นก็คือพระ องค์ท่านอยู่ในลำดับถัดไปในราชบัลลังก์ ไทยและเรื่องเอกก็ยังคงมีความเล็กลัพธ์ ที่ได้ถูกปกปิดเอาไว้ในช่วงที่พระองค์ ท่านต้องห่างจากพระมารดาอันเป็นที่รัก ยิ่งและพระองค์ท่านใช้ชีวิตอย่างไรบ้างมา กดราชกุมารวัย 16 ปีและนี่ก็คือเรื่องราว บางสิ่งเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับพระองค์ท่าน ที่คุณอาจจะยังไม่รู้ อย่างเป็นที่รู้กันดีว่าพระนามของเจ้าฟ้า ทีปังกรรัศมีโชตินั้นเป็นพระนางพระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช a ซึ่งมีความหมายที่เป็นมหามงคล ว่าผู้ทำประเทศคือปัญญาให้สว่างกระจ่าง

Có thể là hình ảnh về văn bản

แจ้งผู้ทําเกาะคือที่พึ่งให้รุ่งเรือง ช่วงและเรื่องที่น่ารู้เรื่องที่ 1 พระ องค์ท่านเป็นพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียว ที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากพระ บาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวแห่ง ประเทศไทยและเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมพ.ศ 2548 พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช [เพลง] ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ เขียนพระนามของเจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ เป็นภาษาอังกฤษว่าคิด Royal highness พื้นที่ปังกรรัศมีโชติโดยมีพระราชพิธี สมโภชเดือนและขึ้นพระอู่เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนพ.

ศ 2548 ในพระที่นั่งอนันตสมาคมตามพระราช ประเพณีเมื่อทรงมีพระชนม์มายุครบ 1 เดือน อีกด้วยเรื่องน่ารู้เรื่องที่ 2 เมื่อ ครั้งที่เจ้าฟ้าที่บางกรพระชนมายุ ๙ พรรษาโดยพระองค์ท่านได้อยากจากพระมารดา อันเป็นที่รักคือท่านศรีรัศมิ์สุวะดีและ หลังจากนั้นเจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติได้ ส่งไปศึกษาที่ประเทศเยอรมนีและในต่อใน กระโปรงทางส่งกำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียน นานาชาติเบาหวานและ International School แห่งรัฐบาวาเรียประเทศเยอรมนีและบ่อย ครั้งประชาชนชาวถ้าเราจะเห็นภาพกิจกรรม จุดองค์อื่นๆระหว่างเจ้าฟ้าทีปังกรและพระ บาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัววัวรวม

ด้วยกราฟสหายร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆมากมาย ในระหว่างที่พระองค์ท่านทรงศึกษาอยู่ที่ ประเทศเยอรมนีไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงได้ใน โอกาสวันคล้ายวันประสูติของเจ้าฟ้าทีปัง กรรัศมีโชติโชนซึ่งเรื่องนี้ก็ได้แสดงให้ เห็นได้อย่างชัดเจนถึงความรักความผูกพัน ระหว่างเจ้าฟ้าที่บางกรและพระราชบิดาคือ อะไรเหลือรัชกาลที่ 4 ถึงแม้ว่าจะไม่มี พระมารดาอยู่เคียงข้างก็ตามแต่พระองค์ ท่านก็สามารถเติมเต็มความรักความผูกพัน ให้แก่องค์ชายน้อยได้อย่างไม่มีขาดตกบก พร่อง และเรื่องน่ารู้เรื่องที่ 3 เจ้าฟ้า ทีปังกรมักจะเสด็จกลับประเทศไทยทุกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเทศกาลที่สำคัญต่าง

ๆเพราะพระองค์ท่านทรงมีความรักและความผูก พันกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก และนอกจากนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดพระองค์ ท่านก็จะทรงนำพระสหายมาท่องเที่ยวประเทศ ไทยด้วยอุ่นไอบ่อยครั้งอย่างเช่นครั้ง หน้าสูตรในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาฮะ ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดอีสเตอร์เจ้าฟ้า ทีปังกรทรงนำพระหายมาต้องเที่ยวเมืองไทย และทรงประกอบพิธีบวงสรวงพื้นที่โคกหนองนา โรงการจัดการพื้นที่การเกษตรตามระ [เพลง] ดำริน้ำบริเวณพระตำหนักเรือนต้นตอที่นั่ง วิมานเมฆพระก็จะมันดุสิตโดยเป็นการ ปฏิบัติพวกน้องนาร่วมกันอย่างมีความสุข สุดองค์อื่นๆซึ่งเป็นภาพที่ไม่เปิดเผย

อย่างเป็นทางการ mask โดยเป็นการจัดภาพ ได้จากประชาชนบางส่วนโดยใน Facebook ของ อาจารย์สมศักดิ์เจียมธีรสกุลก็ได้มีการ เผยแพร่ทางของพระทหารเอาไว้ได้อย่างน่าสน ใจและในการนี้จะฟ้าที่ต้องก่อนได้เสด็จ กลับเยอรมันนีก็จะหมดวันหยุดในช่วงเทศกาล Easter ซึ่งโดยปกติแล้ววันหยุดในช่วง เทศกาลอีสเตอร์ของเยอรมนีจะหยุดถึงปลาย เดือนเมษายนซึ่งคาดว่าอาจจะมีความกังวล เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิช 19 สาย พันธุ์ใหม่ในประเทศไทยเขียนโดยมาปีที่ ผ่านมารายงานอุ่นไอรักจากฟ้าทีปังกรทรงนำ พระสหายมาเยี่ยมชมงานอุ่นไอรักและทอดพระ เนตรกิจกรรมต่างๆภายในงานพิธีด้วยพระ

โมเม้นท์สุดอบอุ่นและด้วยความใส่พระทัย ซึ่งกันและกันและเรื่องเองก็ได้แสดงให้ เห็นอย่างชัดเจนถึงความสดใสสมวัยและพระ ปรีชาสามารถอันหลากหลายถึงไม่ว่าพระองค์ ท่านนั้นจะไม่มีพระมารดาอยู่ใกล้ชิดก็ตาม และเรื่องน่ารู้เรื่องที่ 4 จะฟ้าที่บาง ก่อนยังเป็นจิตอาสาผู้ปกป้องอารีย์อีก ด้วยเมื่อครั้งที่พระองค์ท่านมีพระชนมายุ เพียงแค่ 14 พรรษาโดยที่ประชาชนชาวไทยจะ ได้ทรงเห็นการทำความสะอาดหน้าต่างและทาสี ผนังพระวิหารส่งกว่ากันวัดและทำอาหารถวาย พระไหว้พระองค์เองโดยเจ้าฟ้าทีปังกรได้ ทรงร่วมทำกิจกรรมกับพระสหายในพระอิริยาบถ ต่างๆอีกทั้งทรงสนทนาธรรมกับเจ้าอาวาสว่า

ส่งเก็บกวาดพื้นที่หน้าห้องที่ประทับทาง แรมและทรงประกอบอาหารทั้งคาวหวานสำหรับ เตรียมถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์โดยพระตัว จริงอีกด้วยซึ่งเรียกว่าทั้งหมดนี้เป็น กิจกรรมดีๆและสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อน โยนและจิตใจที่เขาสะอาดขององค์ชายน้อยของ ปวงชนชาวไทยด้วยถึงแม้ว่าประมาณดังจะไม่ ได้คอยดูแลอย่างใกล้ชิดแต่พระองค์ท่าน เข้าสามารถปฏิบัติตนได้เป็นอย่างดีไม่มี นอกลู่นอกทางซึ่งเปรียบเสมือนมีพระมานั่ง [เพลง] ดูอะไรอยากใกล้ชิดอยู่ทุกเวลาและนอกจากใน พระองค์ทางอย่างได้รับความรักและความผูก พันจากพระบิดาและบุคคลใกล้ชิดจากพระบรม วงศานุวงศ์ที่คอยดูแลเอาใจใส่ให้ความรัก

ความห่วงใยอยู่เสมอมาซึ่งน่ารู้เรื่องที่ 5 พระองค์ท่านเป็นองค์รัชทายาทอันดับที่ 1 แห่งราชบัลลังก์จากตรีโดยประชาชนหลาย ฝ่ายต่างก็ให้ความสนใจถึงเรื่องนี้กัน เป็นอย่างมากซึ่งอย่างไรเรื่องนี้ก็ไม่มี ใครที่จะคาดเดาได้โดยประชาชนหมายฝ่ายต่าง เชื่อว่าผู้สืบทอดเป็นองค์รัชทายาทรัชกาล ต่อไปนำน่าจะเป็นเจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ โอนและการปรากฏตัวอีกมีทั้งสีรับในครั้ง นี้มี [เพลง]

Related articles

รอยร้าวใต้ผิวน้ำ : เมื่อพายุอำนาจกำลังก่อตัว

ภายนอก ทุกอย่างดูสงบผิวน้ำเรียบ นิ่ง ไร้คลื่นแต่ผู้ที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางอำนาจย่อมรู้ดีว่าความเงียบเช่นนี้ไม่เคยเป็นสัญญาณของความมั่นคงหากคือช่วงเวลาที่แรงดันกำลังสะสมอยู่ใต้ผิวน้ำอย่างเงียบงัน ข่าวลือที่เริ่มเล็ดลอดออกมาจาก “วงในระดับลึก”ไม่ใช่ข่าวที่เกิดจากจินตนาการของคนนอกแต่เป็นแรงสะเทือนที่ส่งตรงมาจากจุดใกล้ศูนย์ถ่วงอำนาจที่สุดเรื่องราวบางอย่างที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมมานานหลายปีกำลังถูกดึงขึ้นมาสู่แสงสว่างทีละเส้น ทีละปม แกนกลางของแรงสั่นสะเทือนครั้งนี้คือรอยร้าวระหว่างสองขั้วอำนาจใหม่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าอยู่ร่วมสนามเดียวกันหรืออย่างน้อยก็สามารถรักษาระยะห่างอย่างปลอดภัยได้แต่วันนี้ เส้นทางของทั้งสองฝ่ายเริ่มแยกออกจากกันอย่างชัดเจนและไม่อาจย้อนกลับไปบรรจบกันได้อีก การชิงไหวชิงพริบการช่วงชิงความไว้วางใจและการจัดสรรผลประโยชน์ที่ไม่สมดุลได้กลายเป็นชนวนเงียบที่กัดกินโครงสร้างจากภายในความไม่ไว้ใจค่อย ๆ แทนที่คำว่า “พันธมิตร”และความเงียบเริ่มดังยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ ทว่า สิ่งที่ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นหลายเท่าตัวไม่ใช่เพียงความขัดแย้งของผู้เล่นหน้าใหม่แต่คือการขยับตัวของ “เงาเก่า”ขั้วอำนาจที่เคยหายไปจากกระดานหรือถูกผลักออกไปอยู่นอกฉากกำลังส่งสัญญาณการกลับมาอย่างช้า ๆ แต่หนักแน่น ชื่อที่ไม่ควรถูกเอ่ยกลับถูกกระซิบซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวงสนทนาปิดไม่ใช่ในฐานะอดีตแต่ในฐานะตัวแปรที่สามารถเปลี่ยนดุลอำนาจได้ในพริบตาการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหากเป็นจังหวะเวลาที่ถูกคำนวณมาอย่างรอบคอบ เมื่อรอยร้าวเดิมยังไม่ทันสมานแรงกดดันจากขั้วอำนาจเก่าก็ถาโถมเข้ามาโครงสร้างที่เคยดูแข็งแรงจึงเริ่มเปราะบางอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในเกมอำนาจ ไม่มีใครเป็นผู้ล่าตลอดไปและไม่มีใครเป็นเหยื่อตลอดกาล ผู้ที่เคยถือไพ่เหนือกว่าอาจกำลังประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไปเพราะเกมครั้งนี้ไม่ได้เล่นกันซึ่งหน้าแต่เป็นการบ่อนทำลายอย่างเงียบเชียบตัดฐาน ตัดความชอบธรรมและสั่นคลอนความภักดีของผู้คนทีละน้อย สัญญาณหนึ่งที่น่าจับตาคือการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่เคยเงียบผู้ที่เคยรอเวลาเริ่มกลับมารวมตัวกันอีกครั้งความจงรักภักดีเริ่มเปลี่ยนทิศและความเป็นกลางเริ่มถูกแทนที่ด้วยการเลือกข้าง คำถามสำคัญไม่ใช่ “จะเกิดอะไรขึ้น”แต่คือ…

บันทึกหนึ่งในห้วงเวลาร่วมสมัย

ปลายเดือนกันยายน ปีพุทธศักราช 2566ประกาศจากราชกิจจานุเบกษาปรากฏต่อสาธารณะเป็นถ้อยคำทางราชการที่เคร่งครัด สุขุม และเป็นไปตามบทกฎหมายว่าด้วยการแต่งตั้งนายทหารและนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรให้ดำรงตำแหน่งราชองครักษ์พิเศษ ตามอำนาจแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องรายชื่อหลายสิบรายถูกบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของกลไกความมั่นคงที่ดำเนินต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ในบรรดารายชื่อเหล่านั้นมีนายทหารระดับสูงผู้หนึ่งที่สังคมคุ้นชื่อจากบทบาทในพื้นที่ชายแดน และจากคำบอกเล่าของผู้ใต้บังคับบัญชาเขาเคยถ่ายทอดเรื่องราวจากแนวหน้าเล่าถึงทหารที่ยืนอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอนแต่ยังยึดมั่นในหน้าที่ ด้วยหัวใจที่ผูกพันกับผืนแผ่นดิน คำพูดของเขาไม่ได้หรูหราหากเต็มไปด้วยน้ำเสียงของผู้ที่อยู่กับความจริงทหารแนวหน้าไม่ได้ร้องขอสิ่งใดมากไปกว่ากำลังใจเพราะสิ่งที่พวกเขาแบกรับอยู่แล้วคือภาระของการปกป้องอธิปไตยและการยืนหยัดในพื้นที่ที่บรรพบุรุษเคยรักษาไว้ด้วยชีวิต ในมุมหนึ่งของโครงสร้างรัฐความเป็นกองทัพยังคงดำเนินไปตามบทบาทเดิมห่างจากการเมืองตามที่หลายฝ่ายย้ำยืนยันนายทหารผู้นั้นกล่าวชัดเจนว่าแม้จะมีผู้ทาบทามจากหลายทิศทางเขาเลือกที่จะวางตนอยู่ในกรอบของหน้าที่รักษาระยะห่างจากอำนาจที่เปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา อีกด้านหนึ่งของเรื่องราวคือเสียงสะท้อนจากประชาชนผู้หนึ่งซึ่งเคยมีความรู้สึกไม่เข้าใจ ไม่เห็นด้วยต่อสถาบันที่อยู่เหนือการเมืองเขาเล่าว่า ครั้งหนึ่งเคยปฏิเสธพิธีการสำคัญในชีวิตด้วยความรู้สึกต่อต้านที่ยังไม่ผ่านการใคร่ครวญ แต่เมื่อเวลาผ่านไปการค้นคว้า การรับฟัง และการแยกแยะข่าวลือออกจากข้อเท็จจริงทำให้ทัศนะของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนจากความไม่ชอบ กลายเป็นความเข้าใจจากความเข้าใจ กลายเป็นความเคารพ เขาเลือกเล่าเฉพาะสิ่งที่เห็นว่าเป็นสาระและละเว้นรายละเอียดที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกไม่ใช่เพราะไม่มีเรื่องให้พูดแต่เพราะเชื่อว่า ความเงียบในบางเรื่องอาจเป็นการปกป้องส่วนรวมได้ดีกว่าคำอธิบายยืดยาว เรื่องราวทั้งหมดเมื่อมองจากระยะห่างสะท้อนภาพของสังคมที่ยังคงตั้งคำถามยังคงถกเถียงและยังคงแสวงหาความหมายของคำว่า “ความมั่นคง”ในโลกที่ข้อมูล ข่าวสาร และอารมณ์ไหลเร็วกว่าการไตร่ตรอง…

คำสาปสายเลือด : จากความรุ่งโรจน์ในรัชกาลที่ 5 สู่ทางตันในรัชกาลที่ 6

ราชวงศ์จักรีเคยดูมั่นคงราวกับภูผาหินที่ไม่มีวันพังทลายสายเลือดแผ่ขยาย กิ่งก้านสาขาแตกแขนงไปทั่วแผ่นดินในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชโอรสและพระราชธิดารวมกันถึงเจ็ดสิบเจ็ดพระองค์ภาพของราชสำนักในวันนั้นคือความอุดมสมบูรณ์ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า “การขาดทายาท” จะกลายเป็นปัญหาได้ แต่กาลเวลาไม่เคยปรานีใครเมื่อแผ่นดินเปลี่ยนผ่านสู่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวความอุดมสมบูรณ์กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันกษัตริย์ผู้มีพระญาติพี่น้องร่วมแปดสิบพระองค์กลับต้องทรงครองราชย์อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางคำถามที่ค่อย ๆ กัดกินความมั่นคงของบัลลังก์ รัชกาลที่ 6 ไม่ใช่กษัตริย์ที่อ่อนแอแต่พระองค์คือผลผลิตของโลกสมัยใหม่ทรงเติบโตมากับแนวคิดตะวันตกความเชื่อเรื่องผัวเดียวเมียเดียวและอุดมคติของการมีคู่ชีวิตที่เป็น “คู่คิด” ไม่ใช่เพียงผู้ให้กำเนิดทายาทขณะเดียวกัน จารีตของราชสำนักกลับเรียกร้องสิ่งตรงกันข้ามความขัดแย้งนี้ค่อย ๆ บีบรัดพระราชหฤทัยจนกลายเป็นวิกฤตที่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรง ๆ เวลาผ่านไป สุขภาพของพระองค์เริ่มถดถอยร่างกายส่งสัญญาณอันตรายขณะที่กระดานอำนาจยังไร้ตัวหมากสำคัญที่สุด—รัชทายาททุกสายตาเริ่มหันไปมองทางเลือกสุดท้ายและในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตสตรีสามัญชนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในประวัติศาสตร์นามของเธอคือ “คุณเครือแก้ว อภัยวงศ์” การสถาปนาเธอขึ้นเป็นพระนางเจ้าไม่ใช่เพียงเรื่องของความรักแต่คือการเดินหมากครั้งสุดท้ายของกษัตริย์เพื่อรักษาสายเลือดของตนไว้กับแผ่นดินหากทารกในครรภ์เป็นพระราชโอรสอำนาจจะถูกดึงกลับมาสู่สายตรงของรัชกาลที่ 6และระบอบผู้สำเร็จราชการจะถือกำเนิดขึ้นทันที แต่โชคชะตาไม่เคยอยู่ใต้การควบคุมของผู้ใดคืนวันที่ 24 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2468พระราชวังกำลังเผชิญการสวนทางของชีวิตและความตายห้องหนึ่งคือกษัตริย์ผู้ใกล้สิ้นลมอีกห้องคือการต่อสู้ของสตรีผู้กำลังให้กำเนิดชีวิตใหม่ทั้งราชสำนักหยุดหายใจรอคำตอบเพียงคำเดียว…

เจ้าหญิงที่โลกคาดหวัง… แต่โชคชะตากลับทำให้เธอเงียบหาย

เช้า วัน ที่ 7 ธันวาคม พ.ธศักราช ศักราช 2521 สาย ลม ปลาย ปี เย็น สบาย ใน พระนคร วัน นั้น มี แสง หนึ่ง เกิด ขึ้น ใน ราชสำนัก ดุสิต เธอ มี พระ นาม ว่า…

วีดีโอ โปรโมท เปิดโปง! งบ 4 หมื่นล้าน ‘เสี่ยโอ’ ฉาวหนัก ‘กบ’ เอาเลี้ยงผัวฝรั่งเศส

ถ้า มัน พรรค ไหน ก็ ตาม ถ้า มัน ลด เพดาน มาตรา 112 เรา ก็ ต้อง สู้ เรา ก็ ต้อง ดัน ต่อ ผม ต้อง เพิ่ม เพดาน ครับ เพิ่ม เพดาน โทษ…

วีดีโอ โปรโมท “เสี่ยโอ” ไม่ทน! ดึง “ชาย 4” กลับไทย เปิดศึกท้าชนวงการ!

อ้วน อ้ว้น อิน 3อ ก็ กลับ มา แล้ว เออ มี นัยยะ อะไร เปล่า อาจารย์ มี นยะ อะไร มี สิ ที นี้ ไอ้ ที่ เขา คาด การณ์ กัน ว่า พอ…