สถานการณ์การเมืองไทยกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังมีรายงานว่า ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำลังถูกตรวจสอบจาก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
แหล่งข่าวจาก ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ก่อนที่ราชกิจจานุเบกษาจะประกาศให้ ร้อยเอก ธรรมนัส และ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2564 นั้น มีผู้ร้องเรียนให้ตรวจสอบหลายประเด็น และอยู่ระหว่างขั้นตอนตรวจสอบข้อเท็จจริง
ประเด็นที่ถูกตรวจสอบ
1. กรณีคุณสมบัติและจริยธรรม
มีการร้องเรียนให้ตรวจสอบว่า ร้อยเอก ธรรมนัส มีคุณสมบัติครบถ้วนหรือไม่ หลังเคยมีคดีในต่างประเทศเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งอาจเข้าข่ายขัดต่อมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
2. กรณียื่นบัญชีทรัพย์สิน
มีข้อกล่าวหาว่าอาจมีการยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือหนี้สินไม่ครบถ้วน หรือปกปิดข้อมูลบางส่วน เช่น การถือครองหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรม ปั๊มน้ำมัน สนามมวย และกิจการอื่น ๆ
3. กรณีครอบครองพื้นที่ สปก.
มีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการใช้พื้นที่ สปก. ในจังหวัดพะเยา กว่า 200 ไร่ เพื่อดำเนินกิจการฟาร์มและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งอาจเข้าข่ายการใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์
4. กรณีเกี่ยวข้องกับการกักตุนหน้ากากอนามัย
มีการกล่าวหาว่าบุคคลใกล้ชิดของร้อยเอก ธรรมนัส อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักตุนและส่งออกหน้ากากอนามัยในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตโควิด-19
ปลดจากตำแหน่งตามคำแนะนำของนายกรัฐมนตรี
ก่อนหน้านี้ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการให้รัฐมนตรีบางคนพ้นจากตำแหน่ง โดยระบุว่า
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กราบบังคมทูลเสนอให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสมในการบริหารราชการแผ่นดิน
โดยอาศัยอำนาจตาม มาตรา 171 ของรัฐธรรมนูญ ทำให้
-
ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า
-
นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์
พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ
การพ้นจากตำแหน่งครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และท่ามกลางกระแสข่าวความขัดแย้งทางการเมืองภายในพรรคพลังประชารัฐ
ยังเป็น ส.ส. ต่อ แม้พ้นตำแหน่งรัฐมนตรี
อย่างไรก็ตาม แม้จะพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ ร้อยเอก ธรรมนัส ยังดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดพะเยา และยังคงมีบทบาททางการเมืองต่อไป
นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า เหตุการณ์ครั้งนี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งใหญ่ ที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลในอนาคต