พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่ออัญเชิญพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ออกจากโรงพยาบาลไปยังพระบรมมหาราชวัง
ขบวนอัญเชิญพระบรมศพเคลื่อนออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่แต่งกายด้วยชุดสีดำ มารอเฝ้าส่งเสด็จด้วยความอาลัยตลอดสองข้างทาง หลายคนหลั่งน้ำตาด้วยความโศกเศร้าและความรักอันลึกซึ้งที่มีต่อพระองค์ ผู้ทรงเปรียบดั่ง “แม่ของแผ่นดิน” ของชาวไทย
ขบวนรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่านถนนอังรีดูนังต์ ถนนพระราม 4 ถนนพญาไท และถนนศรีอยุธยา ก่อนเข้าสู่ถนนราชดำเนิน และพระบรมมหาราชวัง รวมระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร โดยเคลื่อนอย่างช้า ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้พสกนิกรได้เฝ้าส่งเสด็จเป็นครั้งสุดท้าย
เมื่อเวลา 21.21 น. ของวันที่ 24 ตุลาคม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จสวรรคตอย่างสงบ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สิริพระชนมพรรษา 93 พรรษา หลังจากทรงเข้ารับการรักษาอาการประชวรมาอย่างต่อเนื่อง
ตลอดพระชนม์ชีพ พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย ทรงก่อตั้ง มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ และทรงริเริ่มโครงการพระราชดำริมากมายที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป
หลังจากอัญเชิญพระบรมศพถึงพระบรมมหาราชวัง ได้มีพระราชพิธีตามราชประเพณี ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพระราชพิธีถวายพระเกียรติอย่างสมพระเกียรติ
สำนักพระราชวังประกาศให้ประชาชนสามารถเข้าถวายสักการะพระบรมศพ และลงนามถวายความอาลัยได้ ณ พระบรมมหาราชวัง ตามวันและเวลาที่กำหนด
พระองค์ทรงเป็นหลักชัยของชาติ และเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยตลอดหลายทศวรรษ พระราชกรณียกิจนานัปการยังคงเป็นคุณูปการต่อประเทศชาติและประชาชนตราบจนทุกวันนี้