ความปรารถนาสุดท้ายของรัชกาลที่ 9 ถูกเปิดเผยก่อนเสด็จสวรรคต

ความตั้งใจสุดท้ายของในหลวงร9เพื่อมอบให้กับประเทศไทยเรื่องเล่าเรื่องนี้เป็นบทความที่ดีมากๆที่น้อยคนนักจะได้รู้สานต่อที่พ่อทำความตั้งใจสุดท้ายของในหลวงร9ทำให้เห็นว่าพระองค์ท่านทรงมองทุกอย่างด้วยความกว้างไกลพระองค์ท่านต้องการสร้างคนดีเข้ามาในสังคมให้มากที่สุดประเทศไทยจะมีได้พระองค์ท่านทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยึดเหนี่ยวจิตชาติด้วยความดีงามที่พระองค์ท่านทรงธรรมเป็นตัวอย่างเสมอมาทำไมคนไทยถึงชาติถึงเรียกพระองค์ว่าพ่อ

ไม่แปลกใจเลยหรือพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่9เป็นครูใช่ไหมตัวฉันอยู่ไกลกล่าวฝากเด็กๆด้วยนะช่วยสอนให้เขาเป็นคนดีใครเล่าเลยจะรู้ว่าในช่วงสุดท้ายของพระชนม์ชีพสิ่งที่ในหลวงร9ทรงอยากทำคืออะไรเดือนกุมภาพันธ์ปี2555ในหลวงประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชวันหนึ่งมีรับสั่งให้คณะองคมนตรีเข้าเฝ้าและตรัสว่าฉันจะตั้งกองทุนการศึกษาให้เอาเงินฉันไปใช้ไปทำอย่างไรก็ได้เป้าหมายคือให้โรงเรียนสร้างคนดีให้แก่

บ้านเมืองและมอบหมายให้องคมนตรีที่ยังแข็งแรงอยู่มีเสิร์ชหาโรงเรียนตัวอย่างเพื่อให้รู้ถึงปัญหาที่สำคัญเคยให้ทำเรื่องนี้อย่างเงียบๆไม่ต้องแจ้งผ่านทางหน่วยงานใดๆให้ไปอย่างผู้ใหญ่ใจดีไปรถคันเดียวเพื่อที่จะได้ประหยัดเวลาและได้ข้อมูลที่แท้จริง[เพลง]โดยให้เลือกบ้านพักครูที่แย่ที่สุดก่อนแล้วสร้างให้เขาใหม่ประการที่2ปรับปรุงห้องน้ำครูและนักเรียนประการต่อมาห้องเรียนที่ชำรุดหลังขารั่วโต๊ะเรียนเก้าอี้โดยให้หมากรับเงินที่พระKhông có mô tả ảnh.

องค์ไปใช้ท้ายที่สุดในหลวงรับสั่งให้เลือกเด็กโรงเรียนและ2คนส่งอยากให้ส่งเขาจบเท่าที่จะเรียนได้ไม่ว่าจะเป็นปริญญาตรีปริญญาโทหรือปริญญาเอกก็แล้วแต่เขาแต่ขอให้เขานำความจากพระองค์ท่านไปบอกเด็กว่ามีพระราชประสงค์ที่จะเห็นเด็กที่เรียนดีนั้นเป็นคนดีด้วยเช่นเดียวกันกับครูทรงอยากให้ครูอยู่สบายอยากอยู่ในโรงเรียนห่างไกลเพื่อเด็กๆให้ชนบทจะได้มีครูดีๆสอนให้เป็นคนดีจึงมีรับสั่งให้คัดเลือกครูที่เก่งขยันโดยจากพระราชทานเงินพิเศษเพื่อส่งเรียน

ต่อเพื่อให้มีความรู้เพิ่มเติมเพียงแต่ต้องสัญญาว่าอย่าทิ้งเด็กอย่าทิ้งโรงเรียนที่ห่างไกลเท่านั้นพระองค์ทรงตรัสเป็นครูใช่ไหมผมไม่ได้กราบทูลว่าใช่ครับส่งตรัสว่าขอฝากเด็กๆด้วยนะช่วยสอนให้เขาเป็นคนดีนายวิทย์อนันตะสำหรับกองทุนนี้ในช่วงแรกในหลวงได้พระราชทานเงินจำนวน200ล้านบาทพร้อมกับรับสั่งว่าหมดเมื่อไหร่ก็พอช่วงปีหลังๆองคมนตรีก็ไม่กล้าไปกราบทูลว่าเงินหมดแล้วเมื่อสมเด็จพระเทพทรงทราบก็มีรับสั่งภายหลังว่าอย่าไปกวนในหลวงเลยถ้าเงินหมด

เมื่อใดให้มากราบทูลพระองค์ซึ่งก็พระราชทานมาเป็นระยะๆ[เพลง]และนี่คือสิ่งที่ในหลวงทรงทำเป็นอันดับท้ายๆอาจจะเห็นๆแล้วว่าประเทศนี้ยังคงเป็นต้องการบุคลากรครูที่ดีที่จะช่วยกันสร้างเมล็ดพันธุ์ที่เก่งและเป็นคนดีเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติและจะนำพาให้ความสุขบังเกิดขึ้นแก่ประชาชนคนไทยประชาชนของในหลวงร.9การทำดีนั้นทำยากและเห็นผลช้าแต่ก็จำเป็นต้องทำเพราะหาไม่ความชั่วซึ่งทำได้ง่ายจะเข้ามาแทนที่และจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้สึก

ตัวพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชงานครบรอบ36ปีแห่งการสถาปนาสถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คำยืนยันจากหลวงปู่มั่นศาสน์เปรียบเหมือนเสาหลักค้ำจุนกันและกันถ้าขาดพระมหากษัตริย์พระอริยบุคคลก็หายไปด้วยเรื่องของพระอริยบุคคลนี้พระอาจารย์มั่นปรารบไว้หลายสถานที่หลายวาระต่างกันแล้วแต่เหตุผลท่านกล่าวว่าชาวพุทธมีหลายประเทศแต่จากขอกล่าวเฉพาะที่ใกล้เคียงคือเขมรลาวเวียดนามและพม่าพระอาจารย์มั่นบอกว่าเราไม่ได้ว่าเขา

เหล่านั้นแต่ได้พิจารณาแล้วไม่มีก็ว่าไม่มีมีก็ว่ามีท่านหมายถึงพระอริยะบุคคลในประเทศเหล่านี้มีที่ประเทศพม่าเพียงคนเดียวอยู่ในหมู่บ้านให้ท่านไปจำพรรษาเป็นผ้าขาวซึ่งเล่ากันว่าบุตรสาวบุตรเขยบุตรชายของผ้าขาวคนนั้นที่มาจากเสนาสนะของบิดาเพื่อถวายพระอาจารย์มั่นและท่านเจ้าคุณบุญมั่นครั้งจำพรรษาที่ประเทศพม่าท่านว่ายกเว้นสยามประเทศแล้วนอกนั้นไม่มีสำหรับสยามปฏิบัตินั้นมาจนถึงปัจจุบันมีติดต่อมาโดยไม่ขาดสายทั้งคฤหัสถ์ชายหญิง

และปั่นอาทิดแต่มักขั้นต้นคฤหัสถ์มากกว่าทั้งปริมาณและมีสิคาน้อยกว่าพระอาจารย์มั่นกล่าวต่อไปว่าเราไม่ได้ว่าเขาเราไม่ได้ดูมินเขาเราปัดให้กล่าวนั้นขาดความพร้อมคือคุณสมบัติหลายอย่างเช่นเรื่องอักขระที่ไม่เป็นพุทธพาษาและองค์ประกอบอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือองค์พระมหากษัตริย์ของประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาด้วยนี่ก็สำคัญขาดไม่ได้ถ้าขาดไปอริยบุคคลก็ขาดไปด้วยท่านจึงกล่าวอีกว่าเมื่อพระพุทธเจ้าจะประกาศพระศาสนาส่งหาหลักค้ำประกันอันมั่นคงคือมุ่งไปที่

00:08:18พระเจ้าพิมพิสารความสำคัญอันนี้มีมาตลอดหากประเทศใดไม่มีองค์ประกอบนี้ซึ่งเป็นเอกอัครศาสนูปก็ปฏิเสธได้เลยเปรียบเหมือนกับก้อนเขาหมายถึงก้อนหินที่นำมาตั้งเป็นเตาทำอาหาร3ก้อนก้อนที่1คือความเป็นชาติก้อนที่2มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติและก้อนที่3มีพระมหากษัตริย์เป็นเอกอัครศาสนูปถัมภกขาดไปก้อนใดก้อนหนึ่งก็จะขาดความสมบูรณ์ไปไม่สามารถจะใช้นั่งต้มแกงผงอาหารได้พระอริยสงฆ์กับในหลวงรัชกาลที่9พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติพระ

00:09:14ราชกิจทางพระพุทธศาสนาอย่างสมบูรณ์มาตั้งแต่พระชนม์พรรษาอย่างน้อยทรงพอพระทัยในการฟังเทศน์ที่มีอยู่เป็นประจำเมื่อได้ทรงพบปะกับพระมหาเถระผู้ใหญ่ก็มีพระราชปุตราและทรงสดับข้อธรรมนั้นๆอยู่เนืองๆในหลวงกับหลวงปู่ฝั้นเมื่อปีพุทธศักราช2515พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถและทูลกระหม่อมเจ้าฟ้าได้เสด็จพระราชดำเนินปิดกราบนมัสการหลวงปู่ฝั้นอาจาโรวัดป่าอุดมสมพรจังหวัดสกลนครในคราวเสด็จพระราชทานผ้ากฐินส่วนพระองค์ครั้งแรก

00:10:07ทำอย่างไรประเทศชาติประชาชนจะอยู่ดีกินดีมีความสามัคคีปรองดองกันหลวงปู่ฝั้นถวายวิสัชนาว่าให้เข้าหาพระศาสนาพระศาสนาสอนให้ละชั่วกระทำความดีทำใจให้ผ่องใสในหลวงจึงตรัสถามอีกว่าคนส่วนมากทำดีคนส่วนน้อยทำชั่วจะทำให้คนส่วนมากเดือดร้อนไหมอย่างไรจึงจะแก้ไขได้หลวงปู่ฝั้นถวายวิสัชนาขอถวายพระพรทุกวันนี้คนไม่รู้ศาสนาจึงเบียดเบียนกันถ้าคนเรานึกถึงศาสนาแล้วก็ไม่มีเบียดเบียนกันเราต้องการความสุขความเจริญคนอื่นก็เช่น

00:11:00กันคนทุกวันนี้เข้าใจว่าศาสนาอยู่กับวัดอยู่ในตู้ในหีบในใบลานอยู่กราบพระพุทธเจ้าประเทศอินเดียนู่นจึงไม่สนใจบ้านเมืองจึงเดือดร้อนวุ่นวายมองหน้ากันก็ไม่ได้ถ้าคนเราถือกันเป็นบิดามารดาเป็นพี่น้องกันแล้วก็สบายไปมาหาสุขกันได้เพราะใจเราไม่มีเวรเวรก็ไม่มีใจเราก็ไม่มีกรรมกรรมก็ไม่มีฉะนั้นให้มีพรหมวิหารธรรมอย่างมหาบพิตรเสด็จมาวันนี้ทุกอย่างเรียบร้อยหมดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถทรงมีพระราชศรัทธา

00:11:50ในหลวงปู่ฝั้นเป็นอย่างสูงได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดป่าอุดมสมพรหลายครั้งและเมื่อหลวงปู่ฝั้นเข้ามาในกรุงเทพฯก็ได้โปรดอาราธนาเข้าไปแสดงธรรมในพระราชทานบางคราวทรงรับสั่งสนทนากับหลวงปู่จนดึกมากหลวงปู่จะลุกขึ้นเพราะนั่งอยู่อิริยาปลดเดียวนานเกินควรจึงลุกขึ้นไม่ได้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเสด็จเข้าทรงช่วยพยุงหลวงปู่ด้วยพระองค์เองในหลวงกับหลวงปู่ดู่เพราะพระเจ้าแผ่นดินท่านปฏิบัติธรรมต่อไปพุทธศาสนาในเมืองไทยจะเจริญขึ้นเพราะท่าน

00:12:36เป็นผู้นำเป็นแบบอย่างในหลวงกับหลวงปู่แหวนขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9ทรงครองราชย์พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ไปยังวัดดอยแม่ปั๋งเพื่อนมัสการและสนทนาธรรมกับหลวงปู่แหวนหลายครั้งหลายหนตั้งแต่บ่ายสองโมงจนถึง1ทุ่ม2ทุ่มเป็นประจำการเสด็จมาวัดดอยแม่ปั๋งแต่ละครั้งถือเป็นการส่วนพระองค์เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระปัจฉิมและประทับที่เชียงใหม่หลังจากนั้นก็เสด็จไปดอยแม่ปั๋ง

00:13:18หลวงปู่แหวนได้กราบบังคมทูลดอกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อหนึ่งว่าพระองค์นั้นมัวแต่ห่วงคนอื่นไม่ห่วงพระองค์เองเลยเมื่อได้ฟังเช่นนั้นแล้วล้นเกล้าทรงพระสวนด้วยความพอพระทัยอีกทั้งครั้งหนึ่งสมัยที่ในหลวงทรงพระประชวรที่เชียงใหม่อยู่นั้นข้าราชบริพารได้นำเฮลิคอปเตอร์มานิมนต์หลวงปู่ให้ไปที่พระตำหนักเพื่อรักษาอาการประชวรของพระองค์หลวงปู่ท่านปฏิเสธการนิมนต์และได้บอกว่าอยู่ที่ไหนเฮาก็ส่งใจไปถึงพระองค์ได้ก็ส่งไปทุกวัน

00:14:04อยู่แล้วหลวงปู่แหวนท่านตั้งสัจจะอธิษฐานว่าแม้ท่านจะเจ็บป่วยก็จะไม่ไปรักษาที่โรงพยาบาลแต่ในช่วงท้ายของชีวิตเมื่อในหลวงทรงอาราธนาท่านจึงยอมทำตามและบอกว่าที่ไปเพราะในฐานะประชาชนคนหนึ่งหลวงปู่จึงไม่กล้าพระราชประสงค์ได้นอกจากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณจัดสร้างสิ่งมงคลโดยใช้รูปของหลวงปู่นำมาแจกในพระราชพิธีสำคัญอีกด้วยในหลวงกับหลวงพ่อพุธเวลานี้บ้านเมืองของเราอยู่เพราะในหลวงองค์เดียวไม่เคยมีใน

00:14:52ประวัติศาสตร์ที่ในหลวงจะเสด็จเหยียบแผ่นดินไทยไปทุกหย่อมหญ้าเหมือนในหลวงพระองค์นี้เพราะฉะนั้นใครๆสวดมนต์ภาวนาอธิษฐานให้ท่านมีพระชนมายุยิ่งยิงนานเป็นร้อยปีพันปีหมื่นปีแสนปีก็ยิ่งดีถ้าเป็นไปได้ในหลวงกับหลวงตามหาบัวขอให้พี่น้องทั้งหลายได้ระลึกธรรมทั้งสองประเภทคือวงกษัตริย์หนึ่งพระพุทธศาสนาหนึ่งให้เข้าครองภายในจิตใจจะเป็นเหมือนว่าเรามีพ่อมีแม่ไปที่ไหนอบอุ่นผิดกับลูกกำพร้าเป็นไหนๆนี่เรามีทั้งเกาะเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

00:15:37ของเราหวนไปทางศาสนาก็เป็นธรรมอันเลิศเลอหมุนไปทางพระมหากษัตริย์ทั้งก็ทรงเลิศเลอด้วยคุณธรรมมาแล้วไม่มีใครเสมอเหมือนสำหรับเมืองไทยเราในการที่ทรงสนใจต่อพระพุทธศาสนาพระองค์มอบทุกสิ่งทุกอย่างกับพระพุทธศาสนาเป็นต้นมา

Related articles

รอยร้าวใต้ผิวน้ำ : เมื่อพายุอำนาจกำลังก่อตัว

ภายนอก ทุกอย่างดูสงบผิวน้ำเรียบ นิ่ง ไร้คลื่นแต่ผู้ที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางอำนาจย่อมรู้ดีว่าความเงียบเช่นนี้ไม่เคยเป็นสัญญาณของความมั่นคงหากคือช่วงเวลาที่แรงดันกำลังสะสมอยู่ใต้ผิวน้ำอย่างเงียบงัน ข่าวลือที่เริ่มเล็ดลอดออกมาจาก “วงในระดับลึก”ไม่ใช่ข่าวที่เกิดจากจินตนาการของคนนอกแต่เป็นแรงสะเทือนที่ส่งตรงมาจากจุดใกล้ศูนย์ถ่วงอำนาจที่สุดเรื่องราวบางอย่างที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมมานานหลายปีกำลังถูกดึงขึ้นมาสู่แสงสว่างทีละเส้น ทีละปม แกนกลางของแรงสั่นสะเทือนครั้งนี้คือรอยร้าวระหว่างสองขั้วอำนาจใหม่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าอยู่ร่วมสนามเดียวกันหรืออย่างน้อยก็สามารถรักษาระยะห่างอย่างปลอดภัยได้แต่วันนี้ เส้นทางของทั้งสองฝ่ายเริ่มแยกออกจากกันอย่างชัดเจนและไม่อาจย้อนกลับไปบรรจบกันได้อีก การชิงไหวชิงพริบการช่วงชิงความไว้วางใจและการจัดสรรผลประโยชน์ที่ไม่สมดุลได้กลายเป็นชนวนเงียบที่กัดกินโครงสร้างจากภายในความไม่ไว้ใจค่อย ๆ แทนที่คำว่า “พันธมิตร”และความเงียบเริ่มดังยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ ทว่า สิ่งที่ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นหลายเท่าตัวไม่ใช่เพียงความขัดแย้งของผู้เล่นหน้าใหม่แต่คือการขยับตัวของ “เงาเก่า”ขั้วอำนาจที่เคยหายไปจากกระดานหรือถูกผลักออกไปอยู่นอกฉากกำลังส่งสัญญาณการกลับมาอย่างช้า ๆ แต่หนักแน่น ชื่อที่ไม่ควรถูกเอ่ยกลับถูกกระซิบซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวงสนทนาปิดไม่ใช่ในฐานะอดีตแต่ในฐานะตัวแปรที่สามารถเปลี่ยนดุลอำนาจได้ในพริบตาการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหากเป็นจังหวะเวลาที่ถูกคำนวณมาอย่างรอบคอบ เมื่อรอยร้าวเดิมยังไม่ทันสมานแรงกดดันจากขั้วอำนาจเก่าก็ถาโถมเข้ามาโครงสร้างที่เคยดูแข็งแรงจึงเริ่มเปราะบางอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในเกมอำนาจ ไม่มีใครเป็นผู้ล่าตลอดไปและไม่มีใครเป็นเหยื่อตลอดกาล ผู้ที่เคยถือไพ่เหนือกว่าอาจกำลังประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไปเพราะเกมครั้งนี้ไม่ได้เล่นกันซึ่งหน้าแต่เป็นการบ่อนทำลายอย่างเงียบเชียบตัดฐาน ตัดความชอบธรรมและสั่นคลอนความภักดีของผู้คนทีละน้อย สัญญาณหนึ่งที่น่าจับตาคือการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่เคยเงียบผู้ที่เคยรอเวลาเริ่มกลับมารวมตัวกันอีกครั้งความจงรักภักดีเริ่มเปลี่ยนทิศและความเป็นกลางเริ่มถูกแทนที่ด้วยการเลือกข้าง คำถามสำคัญไม่ใช่ “จะเกิดอะไรขึ้น”แต่คือ…

บันทึกหนึ่งในห้วงเวลาร่วมสมัย

ปลายเดือนกันยายน ปีพุทธศักราช 2566ประกาศจากราชกิจจานุเบกษาปรากฏต่อสาธารณะเป็นถ้อยคำทางราชการที่เคร่งครัด สุขุม และเป็นไปตามบทกฎหมายว่าด้วยการแต่งตั้งนายทหารและนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรให้ดำรงตำแหน่งราชองครักษ์พิเศษ ตามอำนาจแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องรายชื่อหลายสิบรายถูกบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของกลไกความมั่นคงที่ดำเนินต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ในบรรดารายชื่อเหล่านั้นมีนายทหารระดับสูงผู้หนึ่งที่สังคมคุ้นชื่อจากบทบาทในพื้นที่ชายแดน และจากคำบอกเล่าของผู้ใต้บังคับบัญชาเขาเคยถ่ายทอดเรื่องราวจากแนวหน้าเล่าถึงทหารที่ยืนอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอนแต่ยังยึดมั่นในหน้าที่ ด้วยหัวใจที่ผูกพันกับผืนแผ่นดิน คำพูดของเขาไม่ได้หรูหราหากเต็มไปด้วยน้ำเสียงของผู้ที่อยู่กับความจริงทหารแนวหน้าไม่ได้ร้องขอสิ่งใดมากไปกว่ากำลังใจเพราะสิ่งที่พวกเขาแบกรับอยู่แล้วคือภาระของการปกป้องอธิปไตยและการยืนหยัดในพื้นที่ที่บรรพบุรุษเคยรักษาไว้ด้วยชีวิต ในมุมหนึ่งของโครงสร้างรัฐความเป็นกองทัพยังคงดำเนินไปตามบทบาทเดิมห่างจากการเมืองตามที่หลายฝ่ายย้ำยืนยันนายทหารผู้นั้นกล่าวชัดเจนว่าแม้จะมีผู้ทาบทามจากหลายทิศทางเขาเลือกที่จะวางตนอยู่ในกรอบของหน้าที่รักษาระยะห่างจากอำนาจที่เปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา อีกด้านหนึ่งของเรื่องราวคือเสียงสะท้อนจากประชาชนผู้หนึ่งซึ่งเคยมีความรู้สึกไม่เข้าใจ ไม่เห็นด้วยต่อสถาบันที่อยู่เหนือการเมืองเขาเล่าว่า ครั้งหนึ่งเคยปฏิเสธพิธีการสำคัญในชีวิตด้วยความรู้สึกต่อต้านที่ยังไม่ผ่านการใคร่ครวญ แต่เมื่อเวลาผ่านไปการค้นคว้า การรับฟัง และการแยกแยะข่าวลือออกจากข้อเท็จจริงทำให้ทัศนะของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนจากความไม่ชอบ กลายเป็นความเข้าใจจากความเข้าใจ กลายเป็นความเคารพ เขาเลือกเล่าเฉพาะสิ่งที่เห็นว่าเป็นสาระและละเว้นรายละเอียดที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกไม่ใช่เพราะไม่มีเรื่องให้พูดแต่เพราะเชื่อว่า ความเงียบในบางเรื่องอาจเป็นการปกป้องส่วนรวมได้ดีกว่าคำอธิบายยืดยาว เรื่องราวทั้งหมดเมื่อมองจากระยะห่างสะท้อนภาพของสังคมที่ยังคงตั้งคำถามยังคงถกเถียงและยังคงแสวงหาความหมายของคำว่า “ความมั่นคง”ในโลกที่ข้อมูล ข่าวสาร และอารมณ์ไหลเร็วกว่าการไตร่ตรอง…

คำสาปสายเลือด : จากความรุ่งโรจน์ในรัชกาลที่ 5 สู่ทางตันในรัชกาลที่ 6

ราชวงศ์จักรีเคยดูมั่นคงราวกับภูผาหินที่ไม่มีวันพังทลายสายเลือดแผ่ขยาย กิ่งก้านสาขาแตกแขนงไปทั่วแผ่นดินในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชโอรสและพระราชธิดารวมกันถึงเจ็ดสิบเจ็ดพระองค์ภาพของราชสำนักในวันนั้นคือความอุดมสมบูรณ์ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า “การขาดทายาท” จะกลายเป็นปัญหาได้ แต่กาลเวลาไม่เคยปรานีใครเมื่อแผ่นดินเปลี่ยนผ่านสู่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวความอุดมสมบูรณ์กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันกษัตริย์ผู้มีพระญาติพี่น้องร่วมแปดสิบพระองค์กลับต้องทรงครองราชย์อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางคำถามที่ค่อย ๆ กัดกินความมั่นคงของบัลลังก์ รัชกาลที่ 6 ไม่ใช่กษัตริย์ที่อ่อนแอแต่พระองค์คือผลผลิตของโลกสมัยใหม่ทรงเติบโตมากับแนวคิดตะวันตกความเชื่อเรื่องผัวเดียวเมียเดียวและอุดมคติของการมีคู่ชีวิตที่เป็น “คู่คิด” ไม่ใช่เพียงผู้ให้กำเนิดทายาทขณะเดียวกัน จารีตของราชสำนักกลับเรียกร้องสิ่งตรงกันข้ามความขัดแย้งนี้ค่อย ๆ บีบรัดพระราชหฤทัยจนกลายเป็นวิกฤตที่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรง ๆ เวลาผ่านไป สุขภาพของพระองค์เริ่มถดถอยร่างกายส่งสัญญาณอันตรายขณะที่กระดานอำนาจยังไร้ตัวหมากสำคัญที่สุด—รัชทายาททุกสายตาเริ่มหันไปมองทางเลือกสุดท้ายและในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตสตรีสามัญชนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในประวัติศาสตร์นามของเธอคือ “คุณเครือแก้ว อภัยวงศ์” การสถาปนาเธอขึ้นเป็นพระนางเจ้าไม่ใช่เพียงเรื่องของความรักแต่คือการเดินหมากครั้งสุดท้ายของกษัตริย์เพื่อรักษาสายเลือดของตนไว้กับแผ่นดินหากทารกในครรภ์เป็นพระราชโอรสอำนาจจะถูกดึงกลับมาสู่สายตรงของรัชกาลที่ 6และระบอบผู้สำเร็จราชการจะถือกำเนิดขึ้นทันที แต่โชคชะตาไม่เคยอยู่ใต้การควบคุมของผู้ใดคืนวันที่ 24 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2468พระราชวังกำลังเผชิญการสวนทางของชีวิตและความตายห้องหนึ่งคือกษัตริย์ผู้ใกล้สิ้นลมอีกห้องคือการต่อสู้ของสตรีผู้กำลังให้กำเนิดชีวิตใหม่ทั้งราชสำนักหยุดหายใจรอคำตอบเพียงคำเดียว…

เจ้าหญิงที่โลกคาดหวัง… แต่โชคชะตากลับทำให้เธอเงียบหาย

เช้า วัน ที่ 7 ธันวาคม พ.ธศักราช ศักราช 2521 สาย ลม ปลาย ปี เย็น สบาย ใน พระนคร วัน นั้น มี แสง หนึ่ง เกิด ขึ้น ใน ราชสำนัก ดุสิต เธอ มี พระ นาม ว่า…

วีดีโอ โปรโมท เปิดโปง! งบ 4 หมื่นล้าน ‘เสี่ยโอ’ ฉาวหนัก ‘กบ’ เอาเลี้ยงผัวฝรั่งเศส

ถ้า มัน พรรค ไหน ก็ ตาม ถ้า มัน ลด เพดาน มาตรา 112 เรา ก็ ต้อง สู้ เรา ก็ ต้อง ดัน ต่อ ผม ต้อง เพิ่ม เพดาน ครับ เพิ่ม เพดาน โทษ…

วีดีโอ โปรโมท “เสี่ยโอ” ไม่ทน! ดึง “ชาย 4” กลับไทย เปิดศึกท้าชนวงการ!

อ้วน อ้ว้น อิน 3อ ก็ กลับ มา แล้ว เออ มี นัยยะ อะไร เปล่า อาจารย์ มี นยะ อะไร มี สิ ที นี้ ไอ้ ที่ เขา คาด การณ์ กัน ว่า พอ…