ท่านอ้นวัชเรศรวิวัชรวงศ์พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์หลังได้รับบัตรประจำตัวประชาชนและหนังสือเดินทางไทยแล้วโดยอดีตท่านชายอ้นมีความตั้งใจจะย้ายกลับมาอยู่ประเทศไทยเป็นการถาวรหลังพำนักอยู่ที่สหรัฐอเมริกามานานเกือบ3ทศวรรษก่อนหน้านี้ท่านอ้นได้ใช้หนังสือเดินทางของไทยในการเยือนประเทศบ้านเกิดครั้งที่3ตลอด7เดือนที่ผ่านมาหลังจากที่ก่อนหน้านี้ใช้หนังสือเดินทางของสหรัฐ
อเมริกาทั้งนี้ได้ให้สัมภาษณ์ว่าการมาเยือนบ้านเกิดครั้งนี้มาแบบส่วนตัวและไม่มีอะไรแอบแฝงใดๆเป็นพิเศษหลังจากที่ได้กลับมาเยือนบ้านเกิดครั้งแรกในรอบหลายปีเมื่อเดือนสิงหาคม2566ได้เกิดกระแสฮือและเริ่มมีการตั้งประเด็นกันในสังคมออนไลน์ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังมิได้สถาปนาพระราชทายาทนับตั้งแต่เสด็จทรงขึ้นครองราชย์เมื่อปี26ท่าอนได้กลับมาด้วยจังหวะที่ดูเหมาะเจาะหลังจากที่สมเด็จเจ้าฟ้าพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ผู้ซึ่ง
ประชาชนจำนวนไม่น้อยเห็นพ้องต้องกันว่ามีความเหมาะสมที่จะเป็นพระรัชทายาทราชนารีกลับทรงพระประชวนกะทันหันด้วยพระอาการทางพระหไทยเมื่อปลายเดือนปี2565ชาวเน็ตจึงได้ตั้งประเด็นเรื่องของการสืบสันตติวงศ์ในอนาคตว่าจะเป็นเช่นไรแม้มีคนอีกจำนวนไม่น้อยได้เห็นว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและถือเป็นการก้าวกายพระบรมราชวินิจฉัยและอาจนำไปสู่การวิพากวิจารณ์ที่ขัดต่อกฎหมายคุ้มครองพระมหากษัตริย์ว่าด้วยการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพทั้งนี้ไม่เคยมีความเห็นใดๆจากทางสำนัก
พระราชวังต่อการกลับมาของอดีตท่านชายเลยท่านอ้นจึงได้มีโอกาสเปิดใจกับสำนักข่าวบางกอกโพสต์ว่ากลับมาบ้านเกิดด้วยความตั้งใจของตนเองไม่มีใครบอกให้ผมกลับมาและไม่ได้กลับมาเป็นตัวแทนใครทั้งนั้นผมไม่อยากแข่งอะไรกับใครด้วยผมเองไม่มีแบ็คไม่มีอำนาจไปสู้กับใครทั้งนี้ท่านอ้นมีความสนใจที่จะย้ายมาพำนักที่ประเทศไทยเป็นการถาวรหากแต่ยังมีหลายอย่างที่อาจต้องไตรตรองสำหรับการย้ายออกจากสหรัฐอเมริกาเช่นเรื่องการงานที่ทำงานเป็นนักกฎหมายใน
นิวยอร์กและฟลอริดามานานกว่า15ปีและปัจจุบันทำงานในตำแหน่งที่ปรึกษาทางกฎหมายให้กับบริษัทแห่งหนึ่งโดยมีแผนที่จะเปิดบริษัทให้คำปรึกษาทางกฎหมายสำหรับชาวต่างประเทศที่ตั้งใจจะลงทุนธุรกิจในประเทศไทยท่านอ้นมีแผนจะพำนักอยู่ในประเทศไทยจนถึงหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์หากแต่การมาเยือนบ้านเกิดของท่านอ้นยังเป็นที่สนใจของสื่อและประชาชนอยู่เสมอในฐานหนอนเนื้อเชื้อกษัตริย์คนหนึ่งอย่างไรก็ตามการกลับมาครั้งที่3นี้อาจเป็นกระแส
ฮือฮามากกว่าการกลับมาครั้งก่อนเนื่องด้วยท่านอ้นถูกขุดเรื่องราวส่วนตัวที่อาจส่งผลกระทบต่อตนเองและแน่นอนต่อราชสำนักด้วยแม้ท่านอ้นบอกเสมอว่าสถานะตนเองเป็นเพียงบุคคลธรรมดาหากแต่ในฐานะหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์ย่อมเป็นจุดสนใจมากเป็นพิเศษไม่ต่างจากเจ้านายทั่วไปทำให้เมื่อช่วงเดือน2เดือนที่ผ่านมาสำนักข่าวต่างประเทศได้เผยแพร่ข่าวเรื่องส่วนตัวของอดีตท่านชายอ้นว่าด้วยชีวิตสมรสกับเอลิซ่าแมรี่การาฟาชาวอเมริกันเชื้อสาย
อิตาเลียนและมีลูกสาว2คนซึ่งท่านอ้นได้ยืนยันว่าตนได้ย่ากับเอลิซ่านานแล้วหากแต่ยังส่งเสียเลี้ยงดูลูกร่วมกันนอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยว่าท่านอ้นได้คบหากับอนาสตาเซียนิกิชิน่านางแบบและช่างภาพชาวยูเครนที่อาศัยอยู่ในนครนิวยอร์กโดยวาสนานาน่วมผู้สื่อข่าวอิสระได้รายงานตามข้อมูลของผู้ติดตามท่านชายว่าได้เลิกรากับอนาสตาเซียไปนานแล้วเช่นกันอย่างไรก็ตามยังมีชาวไทยที่อยู่ในสหรัฐอเมริกามีโอกาสเห็นท่านชายกับนางแบบสาวไปไหนมาไหนด้วย
กันเมื่อไม่นานมานี้และเรื่องที่พีคสุดตามที่สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่าท่านอ้นติดหนี้บัตรเครดิตของอเมริกันExpressกว่า94,96ท่านอ้นได้เคลียร์หนี้ทั้งหมดไปแล้วสำหรับกระแสข่าวที่รายงานว่าถูกฟ้องจากสำนักงานกฎหมายแห่งหนึ่งด้วยเงินจำนวนกว่า1.88ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ65ล้านบาทไทยไม่มีความเห็นว่าเป็นอย่างไรเรียกได้ว่าท่านอ้นไม่ได้เปิดแต่ก็ไม่ได้ปิดเรื่องราวและปัญหาส่วนตัวของท่านอ้นนั้นอาจไม่ิได้มีปัญหาอะไรหากหากท่านอ้น
เป็นเพียงบุคคลธรรมดาสามัญทั่วไปแต่ทว่าการที่ท่านอ้นเป็นคนธรรมดานั้นทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนักหนากว่าครั้งก่อนๆที่กลับมาแน่นอนว่าไม่มีสื่อทางการของไทยเจ้าไหนรายงานข่าวเรื่องนี้เนื่องด้วยอาจกระทบต่อพระบรมเดชานุภาพของทูลกระหม่อมพ่อโดยตรงเรื่องในอนาคตล้วนแต่อยู่ในการคาดดาไปต่างๆนานาเท่านั้นตราบใดที่ท่านอ้นยังอยู่ในสถานะพลเรือนจากที่ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าเป็นเพียงคนธรรมดาไม่มีอำนาจอะไรไปสู้กับใครและมิได้มาเป็นตัว
แทนใครอีกทั้งมีความคิดที่จะพำนักในไทยถาวรในอนาคตแต่กระนั้นยังเป็นสิ่งที่หลายคนสงสัยและติดตามกันมาตั้งแต่การกลับมาครั้งแรกว่าทุกอย่างเหมาะเจาะเกินไปที่พอดีกับช่วงเวลาที่ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์ใหญ่ทรงพระประชวนหนักจึงเกิดคำถามและข้อกังขาในสังคมออนไลน์ว่าการกลับมาของท่านอ้นไม่มีสิ่งใดแอบแฝงจริงๆหรือไม่สิ่งนี้จึงเป็นประเด็นต่อไปอีกว่าความเคลื่อนไหวของพระราชโอรสอยู่ในสายพระเนตรพระกัณฑ์ทูลกระหม่อมพ่อมากน้อยเพียงใด
เป็นสิ่งที่บุคคลภายนอกไม่อาจล่วงรู้ได้เกี่ยวกับความเป็นไประหว่างพ่อกับลูกและแน่นอนไม่มีทางได้รับความเห็นใจใดๆจากสำนักพระราชวังว่าด้วยเรื่องราวส่วนพระองค์เช่นกันหากเวลานั้นมาถึงท่านอ้นจะ