พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงติดตามและทรงบัญชาการสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาด้วยพระองค์เอง โดยมีพระราชดำริให้กองทัพปฏิบัติภารกิจอย่างเด็ดขาด เพื่อยุติภัยคุกคามต่ออธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนไทย ภายใต้กรอบกฎหมายและหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
สมเด็จพระนางเจ้าสุธิดา พระบรมราชินี พร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณรับผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชายแดนกัมพูชาไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ทั้งหมด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่กำลังพลและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม เวลา 18.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ไปมอบแก่กำลังพลจากหน่วยเฉพาะกิจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนในพื้นที่ชายแดน และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิปสงค์
ต่อมาในเวลา 19.30 น. ได้มีการมอบสิ่งของพระราชทานแก่ประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม โดยผู้บาดเจ็บทั้งหมดทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์
กองทัพภาคที่ 2 รายงานสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ว่าได้มีการปะทะในหลายพื้นที่สำคัญ โดยทั้งสองฝ่ายใช้อาวุธยิงสนับสนุนตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้องมีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยรวมกว่า 63,000 คน ใน 4 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ขณะเดียวกัน ได้มีการจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน และระดมจิตอาสาพระราชทานกว่า 2,300 นาย เพื่อช่วยเหลือ ดูแล และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในศูนย์พักพิงชั่วคราว
กองทัพบกยืนยันว่า การปฏิบัติการทั้งหมดเป็นไปเพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศไทย มิใช่การรุกราน พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชายุติการใช้กำลัง และกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาอย่างสันติในฐานะมิตรประเทศ