แม่ “ตาสว่าง” เพราะลูก “ขุนทอง ไฟเย็น” “สหาย เดนมาร์ก”

สวัสดี สหาย สวีเดน ครับ สวัสดี ครับ อ เดนมาร์ก ค่ะ เออ เออ สหาย เดนมาร์ก โทษ ที โๆ ที อ สวัสดี พี่ น้อง ชาว ซีบ ด้วย นะ คะ ครับ อื สวัสดี ครับ อื ค่ะ วัน นี้ มี เรื่อง จะ เล่า เล่า ให้ ฟัง ไม่ มี สาระ นะ พี่ เอา เลย อื คือ ว่า เมื่อ วาน เนี้ย ได้ คุย กับ พี่ คน นึง แก ก็ มา อยู่ เดนมาร์ก นาน แล้ว ล่ะ ค่ะ ลูก แก โต หมด แล้ว แล้ว ที นี้ ไอ้ พูด กัน มัน มัน ไม่ ได้ เจอ กัน นาน ก็ พูด กัน เป็น ชั่วโมง 2 ชั่วโมง อื พอ ตอน ท้าย ๆ แก ก็ เลย แบบ พูด เรื่อง ตา สว่าง หื นี่ ก็ คิด ใน ใจ พูด อยู่ กับ เรื่อง ตา สว่าง มา ยัง ไง วะ

เนี่ย แล้ว ที เนี้ย แก ก็ เลย บอก ว่า เอิ่ม เพราะ ว่า พี่ คน เนี้ย แก ก็ แบบ ละ ก้าว มาก นะ ครับ แก เป็น คน ใต้ แล้ว ที เนี้ย พี่ พี่ ขุน ทอง ก็ น่า จะ รู้ ว่า คน ใต้ น่ะ ถ้า รัก ใคร ก็ รัก จริง ใช่ มั้ย คะ อ อือ ๆ ๆ ๆ แล้ว ที เนี้ย เอิ่ม แก มี มี ลูก 3 คน แล้ว ที เนี้ ลูก ชาย เ้า อ่ะ บอก พ่อ พ่อ บอก ให้ แบบ ประมาณ ว่า ถ้า เธอ พูด เกี่ยว กับ เรื่อง เจ้า ของ บ้าน แม่ เธอ อ่ะ เธอ อย่า ไป พูด นะ เพราะ ว่า แม่ เธอ รัก เค อ๋อ อ อือ ฮึ แล้ว ที นี้ ลูก น่ะ ตอน เ เค ก็ เ ก็ เค ก็ ประมาณ โต เป็น เป็น หนุ่ม แล้ว อ่ะ ค่ะ แล้ว เ เอ่อ เกี่ยว

กับ ว่า ประมาณ ว่า ไอ้ เก่ง ทาง ดอน คอมพิวเตอร์ เขา ก็ เลย ไป หา คำ ตอบ ว่า ทำไม แม่ ถึง รัก เา อื ค่ะ แล้ว ที นี้ เอิ่ม วัน ดี คืน ดี ลูก ไป หา ข้อ มูล มาเรียบ ร้อย ละ ก็ เลย จะ ล่อม แม่ บอก ประมาณ ว่า แม่ เธอ รู้ มย เธอ รัก เ อ่ะ แล้ว เ รัก เธอ มย เออ นั่น สิ แล้ว นี่ เป็น ลูก ครึ่ง นะ คะ พี่ ไม่ ใช่ ลูก ไม่ แบบ คือ เ โต ที่ นี่ นะ คะ เออ แล้ว ที เนี้ย แม่ ก็ เลย ว่า แม่ ก็ แ แม่ ก็ ไม่ ไม่ มี คำ ตอบ ตอบ ไม่ ได้ แล้ว ที เนี้ย แม่ คิด ดู นะ ป้า เ รัก เธอ จริง อ่ะ หรือ ว่า รัก คน ใน ประเทศ เธอ จริง อ่ะ พวก เธอ อ่ะ ไม่ ด้าน ด้น มา อยู่ ต่าง

ประเทศ หรอก เออ ใช่ ซึ่ง ซึ่ง คำ ถาม เนี้ย คำ คำ ๆ ๆ คำ คำ บอก เล่า คำ เนี้ย มัน ก็ ตรง เหมือน กับ ที่ พี่ ขุน ทอง เวลา มี สาย ต่าง ชาติ โทร หา อื พี่ คุณ ท้อง จะ ถาม ว่า แล้ว ทำไม เรา ต้อง มา อยู่ ที่ ต่าง ประเทศ ใช่ มั้ย เออ เออ แล้ว ที นี้ แม่ ก็ แม่ ก็ ตอบ ไม่ ได้ เออ แล้ว ที นี้ เา ก็ บอก ว่า เ รู้ มั้ย ว่า คน ที่ เธอ รัก อ่ะ ที่ เา้า เป็น เป็น ไอ้ ในหลวง ของ เธอ อ่ะ เขา มี เงิน มาก เท่า ไหร่ ถ้า เขา จะ ทำ อะไร ให้ พวก เธอ อ่ะ ให้ ประเทศ พวก เธอ มี อยู่ มี กิน น่ะ เขา ทำ ได้ อื แล้ว คิด ดู ว่า อย่าง ประเทศ เดนมาร์ก ที่ เรา อยู่ อ่ะCó thể là hình ảnh về ‎một hoặc nhiều người và ‎văn bản cho biết '‎ሔ แม่ "ตาสว่าง" เพราะลูก ب٧ V,‎'‎‎

มัน มี หน้า ร้อน กี่ เดือน มัน มี หน้า หนาว กี่ เดือน อื ที่ ที่ ที่ ที่ เรา จะ เพาะ ปลูก ได้ แต่ ประเทศ บ้าน เธอ ที่ เธอ จาก มา น่ะ พวก เธอ มี น้ำ มี ดิน อะไร ที่ ดี หมด อุดม สมบูรณ์ ใช่ ค่ะ เด็ก เด็ก แค่ อายุ 17 นะ พี่ คือ เขา อธิบาย ให้ แม่ เค ฟัง เป็น หลัก เป็น ตอน แล้ว ที เนี้ย เ ก็ บอก แม่ เ ว่า แล้ว แม่ คิด ดู ที่ บ้าน เธอ อ่ะ มี ผลไม้ กิน น่ะ ไม่ ได้ กิน แตง เหมือน แบบ ที่ ที่ เดนมาร์ก เนี่ย มี แตง ตลอด ปี ตลอด ชาติ มี ผลไม้ มี ผัก อะไร ที่ แบบ ไม่ ได้ มี ตาม ฤดูกาล เหมือน ที่ เมือง ไทย อื เธอ อยาก กิน ทุเรียน เธอ ก็ ได้

กิน เธอ อยาก กิน มังคุด เธอ ก็ ได้ กิน อื ทุก สิ่ง อย่าง เ อธิบาย ให้ แม่ เค ฟัง แม่ เ ก็ ได้ แต่ แบบ อื อื อื แล้ว ก็ อื้อ แล้ว ก็ แบบ ว่า ตา สว่าง โดย ที่ แบบ ว่า ตัว เอง ไม่ ได้ หา ข้อ มูล คือ ลูก เป็น คน หา อ ก็ ชม ลูก นะ ว่า เค้า พยายาม อธิบาย ให้ แม่ เ้า ฟัง อย่าง ใจ เย็น นะ เว้ย เออ ใช่ เก่ง ๆ นะ เด็ก 17 นี่ เก่ง เก่ง มาก เลย นี่ ก็ เลย แบบ ประมาณ ว่า ลูก พี่ ทำไม เก่ง จัง แค่ แบบ ไป หา ข้อ มูล ใน อินเทอร์เน็ต แล้ว เยียบ ความ หลัก ความ เป็น จริง ให้ แม่ ฟัง ซึ่ง แม่ น่ะ เตื้อ เหลือง มาก ๆ เลย นะ พี่

อื ยัง ยัง แก เหลือง เออ แล้ว ใช่ ป่า ใช่ ค่ะ เหลือง แบบ ว่า เหลือง เออ ๆ ซ แก จน แก จน บอก ประมาณ ว่า หนู ก็ รู้ ว่า ถ้า เป็น คน ใต้ น่ะ พี่ รัก ใคร รัก จริง อื ไม่ ได้ แบบ ว่า ถึง เขา จะ ทำ ผิด แต่ เรา ก็ ยัง รัก อะไร อย่าง เงี้ย ค่ะ อ อือ ฮึ แล้ว ที นี้ นี่ ก็ เลย ถาม ว่า เกี่ยว กับ เรื่อง ศาสนา แก ก็ บอก ว่า ตอน นี้ พี่ ก็ ไม่ มี ศาสนา แล้ว เฮ้ย ฟัง แฟ เย็น เป็น อย่าง ง นี้ ทุก คน ไม่ รู้ ว่า แก จะ มา ฟัง หรือ เปล่า แต่ ว่า นี่ ก็ คือ เขียน ข้อ ความ ไป หา แก แล้ว ก็ บอก ว่า พี่ หนู ขอ พูด เรื่อง เนี้ย ใน ช่อง ไฟ เย็น อโอ ได้

เลย ได้ เลย อือ ๆ ๆ เพราะ ว่า หนู อยาก ให้ คน อื่น น่ะ ให้ เขา ได้ ยิน เรื่อง ของ พี่ ถึง จะ ดี มาก ดี มาก เป็น เรื่อง ที่ ดี มาก นะ ครับ อื อือ ฮึ เหมือน เหมือ เหมือน นี่ คือ แบบ ว่า ไม่ ได้ ตั้ง ใจ จะ พูด เรื่อง เรื่อง เจ้า แต่ ที นี้ พอ มา จูน กัน ติด ก็ เลย แบบ ประมาณ ว่า พี่ ถ้า เรา พูด เรื่อง เนี้ย คง จะ ไม่ ได้ หลับ ได้ นอน หรอก คง 3 วัน 3 คืน ก็ ยัง ก็ ก็ พูด กัน ได้ ทั้ง วัน ทั้ง คืน อะไร อย่าง เงี้ย อื ๆ ๆ ือ แล้ว ที นี้ ก็ เลย บอก ว่า พี่ หนู แนะ นำ นะ พี่ ไป ลอง ฟัง ช่อง ไฟ เย็น ดู แต่ อาจ ก็ ทำ ใจ นิด นึง เพราะ ว่า มัน จะ

ออก เถื่อน ๆ คือ ตอน แรก หนู ก็ ทำ ใจ ไม่ ได้ แต่ ว่า พี่ ก็ ต้อง แบบ มัน มี ข้อ มูล ดี ๆ เยอะ ใน ใน ช่อง ไฟ เย็น น่ะ พี่ ลอง ไป ฟัง ดู เออ แล้ว ที นี้ แก ก็ เลยบ ว่า อือ ๆ ๆ เดี๋ยว พี่ เดี๋ยว ๋ย ๋ เดี๋ยว ยัง ไง อะไร อย่าง เงี้ย เ เห็น หน้า พ ดอง พบ หัว ใจ วาย ตาย เลย โอ๊ย ทำไม ด่า อะไร ขนาด นี้ เนี่ย มัน จะ เป็น อย่าง งั้น ไป นะ รับ ไม่ ได้ หลาย ๆ คน ก็ เป็น อย่าง เงี้ย มา เจอ ช่อง ไฟ เย็น รับ ไม่ ได้ บิด ช่อง นี้ ไป เลย แต่ สัก พัก 2-3 เดือน ต้อง วก กลับ มา ฟัง อ่ะ เออ ใช่ เพราะ ว่า แก เป็น คน จริง นะ พี่ แก เป็น แบบ ว่า เป็น ไม่ รู้ ่ะ นี่ สัมผัส

ได้ ว่า แก เป็น คน จริง คือ รัก ใคร รัก จริง แล้ว ที นี้ ก็ แบบ ประมาณ ว่า เออ พี่ นี่ ตา สว่าง มาก เลย พี่ แบบ ว่า ขนาด พี่ ไม่ ได้ หา ข้อ มูล เอง แค่ ลูก มา อธิบาย ให้ ฟัง อ่ะ อื พี่ ก็ ยัง แบบ รู้ สึก อือ รู้ สึก ว่า เออ มัน จริง ทุก ข้อ อะไร อย่าง เงี้ย ค่ะ อือ แล้ว ที นี้ แก ก็ เลย เล่า ให้ ฟัง เกี่ยว กับ เรื่อง ว่า เอิ่ม ไ รถ รถ ช่วง สงกรานต์ ใช่ มั้ย พี่ จะ มี แบบ ว่า ล้าง เท้า ให้ พ่อ แม่ ใช่ มั้ย อ่า ดำ น้ำ รถ น้ำ ดำ หัว อ ล้าง ท้อง ล้าง เท้า ว่า ไป เออ เออ แล้ว ที นี้ แก ไป ร่วม กิจกรรม เออ แล้ว ที นี้ แก ก็ เลย

แบบ ว่า ลูก ลูก น่ะ ก็ มา แบบ ล้าง เท้า ให้ แม่ อื แล้ว ที นี้ พอ ทำ กิจกรรม เสร็จ แล้ว ก็ ขับ รถ กลับ บ้าน ลูก 2 คน 2 คน ผู้ หญิง ก็ แบบ ประมาณ ว่า เออ ปี หน้า ถ้า สมมุติ อย่าง งี้ จัด อีก ฉัน มา ก็ ได้ นะ แม่ อะไร อย่าง เงี้ย อื แต่ ลูก ชาย ก็ เลย บอก ว่า ฉัน ฉัน มา ก็ ได้ แต่ ว่า ฉัน ไม่ ค่อย ชอบ ทำไม ไม่ ชอบ อื ไม่ ชอบ เพราะ ว่า เธอ รู้ มย ตอน ที่ พวก เธอ นั่ง อยู่ บน เก้าอี้ แล้ว ฉัน นั่ง อยู่ ข้าง ล่าง แล้ว ฉัน ต้อง มา ล้าง เท้า ให้ เธอ อ่ะ ฉัน รู้ สึก ว่า ฉัน น่ะ เหมือน เป็น ทาส ออ เพราะ ว่า เธอ นั่ง สูง กว่า ฉัน แล้ว ฉัน ก็ ยัง

มา ล้าง เท้า ให้ เธอ อีก อือ ฮึ แล้ว อี นี้ แต่ แต่ พี่ พี่ เลย บอก ว่า แต่ มัน ก็ เป็น วัฒนธรรม ของ ไทย นะ มัน เออ มัน มัน คน ละ ชุด ความ คิด เออ มัน คน ละ ชุด ความ คิด เอ เออ ใช่ แล้ว ที นี้ ของ เรา มัน อยู่ ใน ชุด ความ คิด ของ วัฒนธรรม เจ้า ชีวิต อ ใช่ ค่ะ แล้ว แล้ว ที เนี้ย พี่ สาว เลย บอก ว่า แต่ มัน เป็น วัฒนธรรม ของ ไท นะ อื น้อง เลย บอก ว่า ฉัน เข้า ใจ แต่ ว่า เธอ รู้ มย แต่ ยัง ไง ฉัน ก็ รู้ รู้ สึก ว่า ไม่ โอเค แต่ ว่า เข้า ใจ ว่า มัน เป็น วัฒนธร ที่ สวย งาม ใช่ ไม่ คว มัน ไม่ ควร มัน ไม่ ควร จะ มี อื

อื แล้ว ใน เนี้ย ฉัน ก็ ยัง บอก ทลี อยู่ เลย ว่า มัน เป็น วัฒนธรรม ที่ สวย งาม แต่ ว่า ฉัน ว่า มัน ไม่ โอเค ที่ ฉัน ต้อง มา นั่ง ล้าง เท้า ให้ แม่ แต่ ฉัน เข้า ใจ ว่า ฉัน เป็น ลูก อื อะไร อย่าง เงี้ย เหมือน นาง มี ความ คิด ว่า คน ไม่ เท่า กัน อื อือ ฮึ เออ แล้ว ที นี้ สนับสนุน ไอ เรื่อง ความ คิด ของ พี่ สุสาน นะ คะ ว่า เกี่ยว กับ มัน เดนมารก ตอน นี้ ก็ เกิด ขึ้น เหมือน กัน นะ พี่ คุณ ครับ คือ เมื่อ ก่อน น่ะ เดนมาร์ก อ่ะ ผู้ หญิง อ่ะ ไป เดิน ตาม ถนน อะไร อย่า เงี้ย ถึง จะ อยู่ ใน เมือง หรือ บ้าน นอก อย่า เงี้ย กลาง ค่ำ กลาง คืน เด็ก

เด็ก ผู้ หญิง ก็ ไป เดิน นะ พี่ เหมือน แบบ เป็น กลุ่ม แก๊ง วัย รุ่น ของ เขา อะไร อย่าง เงี้ย อือ แต่ ณ ตอน เนี้ย ไป เดิน ท ตาม ถนน ตอน กลาง คืน น่ะ มัน ไม่ ปลอด ภัย แล้ว อ ครับ เพราะ ว่า บาง ที อ่ะ มัน มี ข่าว แบบ แบบ ว่า ไอ้ แทง กัน เอา มีด แทง กัน อย่าง เงี้ย ตาม ไ สถานี รถ ไอ้ สถานี รถ เมล์ อะไร อย่าง เงี้ย ใต้ รถ เมล์ อ ก็ มี เยอะ เดี๋ยว เนี้ย เด มา ก็ ก็ ไม่ ก็ ไม่ ค่อย ปลอด ภัย เหมือน อย่าง สวีเดน แล้ว เหมือน กัน อื ครับ ผม นั่น แหละ เรื่อง รับ ก็ มี แค่ นี้ แหละ ค่ะ โอเค ได้ เลย โอ้ สหาย เดนมาร์ก วัน นี้ คุย

ม่วน เนาะ โอ้ ก็ แลก เปลี่ยน ประสบการณ์ การ เล่า สู่ กัน ฟัง ขอบคุณ มาก ครับ ขอบคุณ มาก เดี๋ยว จะ ไป หา มา เพิ่ม อีก นะ คะ ได้ เลย ได้ เลย ยิน ดี ยิน ดี ยิน ดี นะ ครับ เดี๋ยว จะ ไป หา แนว ร่วม มา เพิ่ม นะ ดี มาก โอ้ ตก มู เรื่อง หน้า ตก หมู เรื่อง หน้า นะ ครับ เอา มา ชวน กัน ตา สว่าง กัน เยอะ ๆ นะ ครับ ลัทธิ ไป เย็น ไป ด้วย กัน ได้ ได้ ได้ คุย กับ พี่ เค้า คน วัน ละ คน 2 คน อย่าง เงี้ย ึง ก็ นี่ แหละ ช่วย กัน ทำ งาน น่ะ ช่วย กัน นี่ แหละ เรา ช่วย กัน เออ อือ นะ เพราะ ว่า เรา นี่ คิด ว่า เรา จะ ทุก คน รัก ชีวิต ตัว เอง หมด ใช่ แต่

ว่า ถ้า สมมุติ ว่า ต้อง ออก ไป สู้ จริง ๆ มัน ก็ ต้อง ไป ทุก คน ไม่ งั้น มัน ก็ ตาย แค่ คน เดียว หรือ ว่า 2 คน มัน อย่าง มัน อย่าง น้อง บุง อะไร อย่าง เงี้ย ค่ะ แล้ว ที นี้ ก็ เลย คิด ว่า ถ้า สมมุติ ว่า จะ ช่วย จริง ๆ ก็ คือ โอ๊ย ถ้า มัน ออก ไป ตั้ง แต่ 500,000 เป็น ล้าน บุ้ง ก็ ไม่ ต้อง มา ตาย หรอก เอา จริง ๆ อ ใช ใช่ แต่ ว่า มัน ก็ อย่าง มา ่ะ พี่ ใคร ก็ รัก ตัว เอง แล้ว ที นี้ ก็ แบบ กลัว เค้า ทำ ให้ เรา กลัว เรา ก็ เลย ต้อง กลัว เพราะ ว่า จะ หมุน ไป ทาง ซ้าย ก็ ผิด จะ หมุน ไป ทาง ขวา ก็ ผิด ใน เมื่อ มัน เป็น ไม่ มี ไม่ มี กฎ หมาย อยู่ ใน

มือ เรา อ่ะ อื อื ครับ แต่ ว่า ก็ จะ พยายาม หา แนว ร่วม ต่าง ชาติ อย่าง เงี้ย เพื่อ ที่ ว่า จะ เค้า จะ ได้ ไป ไป บอก ต่อ ใน ญาติ พี่ น้อง เ อะไร อย่าง เงี้ย ค่ะ อื ถึง จะ บอก ถึง จะ ทะเลาะ กัน ตอน นี้ แต่ ว่า ใน อนาคต มัน ก็ ต้อง เริ่ม เห็น ไป เรื่อย ๆ อื แต่ มัน จะ ช้า หน่อย ก็ แค่ นั้น แหละ เนาะ พี่ คุณ เนาะ เออ ได้ เลย ได้ เลย ขอบคุณ มาก ครับ อย่า ลืม ซื้อ วิตามิน บำรุง รักษา ตัว ร่าง กาย ตัว เอง ด้วย นะ พี่ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ครับ ขอบคุณ ครับ อ ค่ะ ค่ะ สวัสดี ค่ะ สวัสดี ครับ หวัดี ครับ นะ ฮะ โอ้ วัน นี้ ชาว สแกนดิเนเวียน

มา กัน ครบ นะ ครับ สวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์ก มา กัน หมด เลย เหลือ แต่ ฟินแลนด์ นะ ฟินแลนด์ ก็ คง จะ ต้อง รอ เลข จรรยา นะ เอา

Related articles

รอยร้าวใต้ผิวน้ำ : เมื่อพายุอำนาจกำลังก่อตัว

ภายนอก ทุกอย่างดูสงบผิวน้ำเรียบ นิ่ง ไร้คลื่นแต่ผู้ที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางอำนาจย่อมรู้ดีว่าความเงียบเช่นนี้ไม่เคยเป็นสัญญาณของความมั่นคงหากคือช่วงเวลาที่แรงดันกำลังสะสมอยู่ใต้ผิวน้ำอย่างเงียบงัน ข่าวลือที่เริ่มเล็ดลอดออกมาจาก “วงในระดับลึก”ไม่ใช่ข่าวที่เกิดจากจินตนาการของคนนอกแต่เป็นแรงสะเทือนที่ส่งตรงมาจากจุดใกล้ศูนย์ถ่วงอำนาจที่สุดเรื่องราวบางอย่างที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมมานานหลายปีกำลังถูกดึงขึ้นมาสู่แสงสว่างทีละเส้น ทีละปม แกนกลางของแรงสั่นสะเทือนครั้งนี้คือรอยร้าวระหว่างสองขั้วอำนาจใหม่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าอยู่ร่วมสนามเดียวกันหรืออย่างน้อยก็สามารถรักษาระยะห่างอย่างปลอดภัยได้แต่วันนี้ เส้นทางของทั้งสองฝ่ายเริ่มแยกออกจากกันอย่างชัดเจนและไม่อาจย้อนกลับไปบรรจบกันได้อีก การชิงไหวชิงพริบการช่วงชิงความไว้วางใจและการจัดสรรผลประโยชน์ที่ไม่สมดุลได้กลายเป็นชนวนเงียบที่กัดกินโครงสร้างจากภายในความไม่ไว้ใจค่อย ๆ แทนที่คำว่า “พันธมิตร”และความเงียบเริ่มดังยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ ทว่า สิ่งที่ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นหลายเท่าตัวไม่ใช่เพียงความขัดแย้งของผู้เล่นหน้าใหม่แต่คือการขยับตัวของ “เงาเก่า”ขั้วอำนาจที่เคยหายไปจากกระดานหรือถูกผลักออกไปอยู่นอกฉากกำลังส่งสัญญาณการกลับมาอย่างช้า ๆ แต่หนักแน่น ชื่อที่ไม่ควรถูกเอ่ยกลับถูกกระซิบซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวงสนทนาปิดไม่ใช่ในฐานะอดีตแต่ในฐานะตัวแปรที่สามารถเปลี่ยนดุลอำนาจได้ในพริบตาการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหากเป็นจังหวะเวลาที่ถูกคำนวณมาอย่างรอบคอบ เมื่อรอยร้าวเดิมยังไม่ทันสมานแรงกดดันจากขั้วอำนาจเก่าก็ถาโถมเข้ามาโครงสร้างที่เคยดูแข็งแรงจึงเริ่มเปราะบางอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในเกมอำนาจ ไม่มีใครเป็นผู้ล่าตลอดไปและไม่มีใครเป็นเหยื่อตลอดกาล ผู้ที่เคยถือไพ่เหนือกว่าอาจกำลังประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไปเพราะเกมครั้งนี้ไม่ได้เล่นกันซึ่งหน้าแต่เป็นการบ่อนทำลายอย่างเงียบเชียบตัดฐาน ตัดความชอบธรรมและสั่นคลอนความภักดีของผู้คนทีละน้อย สัญญาณหนึ่งที่น่าจับตาคือการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่เคยเงียบผู้ที่เคยรอเวลาเริ่มกลับมารวมตัวกันอีกครั้งความจงรักภักดีเริ่มเปลี่ยนทิศและความเป็นกลางเริ่มถูกแทนที่ด้วยการเลือกข้าง คำถามสำคัญไม่ใช่ “จะเกิดอะไรขึ้น”แต่คือ…

บันทึกหนึ่งในห้วงเวลาร่วมสมัย

ปลายเดือนกันยายน ปีพุทธศักราช 2566ประกาศจากราชกิจจานุเบกษาปรากฏต่อสาธารณะเป็นถ้อยคำทางราชการที่เคร่งครัด สุขุม และเป็นไปตามบทกฎหมายว่าด้วยการแต่งตั้งนายทหารและนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรให้ดำรงตำแหน่งราชองครักษ์พิเศษ ตามอำนาจแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องรายชื่อหลายสิบรายถูกบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของกลไกความมั่นคงที่ดำเนินต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ในบรรดารายชื่อเหล่านั้นมีนายทหารระดับสูงผู้หนึ่งที่สังคมคุ้นชื่อจากบทบาทในพื้นที่ชายแดน และจากคำบอกเล่าของผู้ใต้บังคับบัญชาเขาเคยถ่ายทอดเรื่องราวจากแนวหน้าเล่าถึงทหารที่ยืนอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอนแต่ยังยึดมั่นในหน้าที่ ด้วยหัวใจที่ผูกพันกับผืนแผ่นดิน คำพูดของเขาไม่ได้หรูหราหากเต็มไปด้วยน้ำเสียงของผู้ที่อยู่กับความจริงทหารแนวหน้าไม่ได้ร้องขอสิ่งใดมากไปกว่ากำลังใจเพราะสิ่งที่พวกเขาแบกรับอยู่แล้วคือภาระของการปกป้องอธิปไตยและการยืนหยัดในพื้นที่ที่บรรพบุรุษเคยรักษาไว้ด้วยชีวิต ในมุมหนึ่งของโครงสร้างรัฐความเป็นกองทัพยังคงดำเนินไปตามบทบาทเดิมห่างจากการเมืองตามที่หลายฝ่ายย้ำยืนยันนายทหารผู้นั้นกล่าวชัดเจนว่าแม้จะมีผู้ทาบทามจากหลายทิศทางเขาเลือกที่จะวางตนอยู่ในกรอบของหน้าที่รักษาระยะห่างจากอำนาจที่เปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา อีกด้านหนึ่งของเรื่องราวคือเสียงสะท้อนจากประชาชนผู้หนึ่งซึ่งเคยมีความรู้สึกไม่เข้าใจ ไม่เห็นด้วยต่อสถาบันที่อยู่เหนือการเมืองเขาเล่าว่า ครั้งหนึ่งเคยปฏิเสธพิธีการสำคัญในชีวิตด้วยความรู้สึกต่อต้านที่ยังไม่ผ่านการใคร่ครวญ แต่เมื่อเวลาผ่านไปการค้นคว้า การรับฟัง และการแยกแยะข่าวลือออกจากข้อเท็จจริงทำให้ทัศนะของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนจากความไม่ชอบ กลายเป็นความเข้าใจจากความเข้าใจ กลายเป็นความเคารพ เขาเลือกเล่าเฉพาะสิ่งที่เห็นว่าเป็นสาระและละเว้นรายละเอียดที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกไม่ใช่เพราะไม่มีเรื่องให้พูดแต่เพราะเชื่อว่า ความเงียบในบางเรื่องอาจเป็นการปกป้องส่วนรวมได้ดีกว่าคำอธิบายยืดยาว เรื่องราวทั้งหมดเมื่อมองจากระยะห่างสะท้อนภาพของสังคมที่ยังคงตั้งคำถามยังคงถกเถียงและยังคงแสวงหาความหมายของคำว่า “ความมั่นคง”ในโลกที่ข้อมูล ข่าวสาร และอารมณ์ไหลเร็วกว่าการไตร่ตรอง…

คำสาปสายเลือด : จากความรุ่งโรจน์ในรัชกาลที่ 5 สู่ทางตันในรัชกาลที่ 6

ราชวงศ์จักรีเคยดูมั่นคงราวกับภูผาหินที่ไม่มีวันพังทลายสายเลือดแผ่ขยาย กิ่งก้านสาขาแตกแขนงไปทั่วแผ่นดินในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชโอรสและพระราชธิดารวมกันถึงเจ็ดสิบเจ็ดพระองค์ภาพของราชสำนักในวันนั้นคือความอุดมสมบูรณ์ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า “การขาดทายาท” จะกลายเป็นปัญหาได้ แต่กาลเวลาไม่เคยปรานีใครเมื่อแผ่นดินเปลี่ยนผ่านสู่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวความอุดมสมบูรณ์กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันกษัตริย์ผู้มีพระญาติพี่น้องร่วมแปดสิบพระองค์กลับต้องทรงครองราชย์อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางคำถามที่ค่อย ๆ กัดกินความมั่นคงของบัลลังก์ รัชกาลที่ 6 ไม่ใช่กษัตริย์ที่อ่อนแอแต่พระองค์คือผลผลิตของโลกสมัยใหม่ทรงเติบโตมากับแนวคิดตะวันตกความเชื่อเรื่องผัวเดียวเมียเดียวและอุดมคติของการมีคู่ชีวิตที่เป็น “คู่คิด” ไม่ใช่เพียงผู้ให้กำเนิดทายาทขณะเดียวกัน จารีตของราชสำนักกลับเรียกร้องสิ่งตรงกันข้ามความขัดแย้งนี้ค่อย ๆ บีบรัดพระราชหฤทัยจนกลายเป็นวิกฤตที่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรง ๆ เวลาผ่านไป สุขภาพของพระองค์เริ่มถดถอยร่างกายส่งสัญญาณอันตรายขณะที่กระดานอำนาจยังไร้ตัวหมากสำคัญที่สุด—รัชทายาททุกสายตาเริ่มหันไปมองทางเลือกสุดท้ายและในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตสตรีสามัญชนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในประวัติศาสตร์นามของเธอคือ “คุณเครือแก้ว อภัยวงศ์” การสถาปนาเธอขึ้นเป็นพระนางเจ้าไม่ใช่เพียงเรื่องของความรักแต่คือการเดินหมากครั้งสุดท้ายของกษัตริย์เพื่อรักษาสายเลือดของตนไว้กับแผ่นดินหากทารกในครรภ์เป็นพระราชโอรสอำนาจจะถูกดึงกลับมาสู่สายตรงของรัชกาลที่ 6และระบอบผู้สำเร็จราชการจะถือกำเนิดขึ้นทันที แต่โชคชะตาไม่เคยอยู่ใต้การควบคุมของผู้ใดคืนวันที่ 24 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2468พระราชวังกำลังเผชิญการสวนทางของชีวิตและความตายห้องหนึ่งคือกษัตริย์ผู้ใกล้สิ้นลมอีกห้องคือการต่อสู้ของสตรีผู้กำลังให้กำเนิดชีวิตใหม่ทั้งราชสำนักหยุดหายใจรอคำตอบเพียงคำเดียว…

เจ้าหญิงที่โลกคาดหวัง… แต่โชคชะตากลับทำให้เธอเงียบหาย

เช้า วัน ที่ 7 ธันวาคม พ.ธศักราช ศักราช 2521 สาย ลม ปลาย ปี เย็น สบาย ใน พระนคร วัน นั้น มี แสง หนึ่ง เกิด ขึ้น ใน ราชสำนัก ดุสิต เธอ มี พระ นาม ว่า…

วีดีโอ โปรโมท เปิดโปง! งบ 4 หมื่นล้าน ‘เสี่ยโอ’ ฉาวหนัก ‘กบ’ เอาเลี้ยงผัวฝรั่งเศส

ถ้า มัน พรรค ไหน ก็ ตาม ถ้า มัน ลด เพดาน มาตรา 112 เรา ก็ ต้อง สู้ เรา ก็ ต้อง ดัน ต่อ ผม ต้อง เพิ่ม เพดาน ครับ เพิ่ม เพดาน โทษ…

วีดีโอ โปรโมท “เสี่ยโอ” ไม่ทน! ดึง “ชาย 4” กลับไทย เปิดศึกท้าชนวงการ!

อ้วน อ้ว้น อิน 3อ ก็ กลับ มา แล้ว เออ มี นัยยะ อะไร เปล่า อาจารย์ มี นยะ อะไร มี สิ ที นี้ ไอ้ ที่ เขา คาด การณ์ กัน ว่า พอ…