กระแสเดือดในโลกออนไลน์ปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อ “ไฟเย็น” ออกมาเปิดฉากวิจารณ์อย่างรุนแรง ถึงความเคลื่อนไหวของบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองและสื่อ โดยพาดพิงถึง “สนธิ” และตั้งคำถามตรงไปตรงมาว่า ใครกันแน่คือผู้อยู่เบื้องหลัง และใครเป็นผู้สนับสนุนตัวจริงในเกมนี้
คำกล่าวหาถูกถ่ายทอดในลักษณะ “ท้าชน” พร้อมความไม่พอใจต่อบทบาทของ “เสี่ยโอ” ที่ถูกมองว่าเป็นตัวแปรสำคัญในกระบวนการช่วยเหลืออดีตผู้นำอย่าง “ทักษิณ” ท่ามกลางกระแสข่าวการขยับตัวของกฎหมายและการเมืองในสภา
คดีการเมือง–ทางกลับของอดีตผู้นำ
ไฟเย็นหยิบยกประเด็นคดีของ “ยิ่งลักษณ์” ที่ถูกตัดสินไปแล้ว พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงช่องทางทางกฎหมายและการเมืองที่อาจเปิดทางให้เกิด “สูตรกลับประเทศ” ในช่วงเวลาอันใกล้ โดยอ้างถึงกระบวนการในชั้นกรรมาธิการ และจังหวะการเมืองที่อาจถูกเร่งหรือชะลอด้วยปัจจัยภายนอก
ในมุมนี้ เขามองว่าคดีบางส่วนถูกจัดวางให้เป็น “คดีการเมือง” มากกว่าคดีอาญา เพื่อเปิดพื้นที่การต่อรองในอนาคต ขณะเดียวกัน ความเงียบของผู้มีบทบาทบางคนกลับยิ่งกระตุ้นคำถามจากสังคม
ศรัทธา–ไสยศาสตร์–การเมือง
อีกด้านหนึ่งของบทสนทนา คือการพาไปสำรวจโลกความเชื่อที่พัวพันกับอำนาจ ตั้งแต่เรื่อง “สายมู” การพึ่งพาหมอดู ซินแส ไปจนถึงพิธีกรรมโบราณที่เชื่อกันว่าถูกใช้เพื่อ “เสริมดวง–กันของ–ตอกอาถรรพ์” ในพื้นที่อำนาจ
ไฟเย็นเล่าว่า ความเชื่อเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ หากฝังรากอยู่ในโครงสร้างการเมืองไทยมาอย่างยาวนาน และมักถูกหยิบมาใช้ในยามที่อำนาจสั่นคลอน ความกลัว ความไม่มั่นคง และการแข่งขันภายใน ล้วนเป็นเชื้อไฟให้ศรัทธาแบบนี้กลับมามีบทบาท
เหตุการณ์ประวัติศาสตร์กับการตีความใหม่
บทสนทนายังโยงไปถึงเหตุการณ์ 14 ตุลา–6 ตุลา ผ่านมุมมองส่วนบุคคลและคำบอกเล่าของผู้ที่อ้างว่าอยู่ใกล้เหตุการณ์ในช่วงเวลานั้น พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดเรื่องราวเหล่านี้จึงถูกเล่าซ้ำในวงวิชาการ แต่กลับห่างไกลจากความรู้สึกของประชาชนทั่วไป
ไฟเย็นชี้ว่า เมื่อประวัติศาสตร์ถูกเล่าในวงปิด ศรัทธาของสังคมจึงไม่เกิด และความทรงจำร่วมค่อย ๆ แยกขาดจากชีวิตจริงของผู้คน
เกมอำนาจที่ยังไม่ปิดฉาก
ท้ายที่สุด ประเด็นทั้งหมดถูกร้อยเรียงกลับมาที่คำถามใหญ่
ใครคุมเกม? ใครได้ประโยชน์? และใครกำลังถูกใช้เป็นตัวแปร?
ไฟเย็นทิ้งน้ำหนักไว้ว่า ความเงียบ การขยับตัวของกฎหมาย และความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มอำนาจ อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านที่กำลังจะมาถึง—ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกหน้าใดก็ตาม