แม่นจนขนลุก !! คำทำนายสุดแม่น รัชกาลที่ 11 และ 12 ใครคือผู้ครองราช โดยโหรหลวงในรัชกาลที่ 1

แม่น จน ขน ลุก เปิด คำ ทำนาย ดวง ชะตา 12 ยุบ หรือ 12 รัชกาล แห่ง สยาม ประเทศ โดย โหราธิบดี หลวง สมัย รัชกาล ที่ 1 ใน การ บริหาร ราชการ แผ่น ดิน ตั้ง แต่ สมัย โบราณ กาล พระ มหากษัตริย์ จะ มี โหร ประจำ พระ องค์ เพื่อ ทำนาย ดวง ชะตา บ้าน เมือง ว่า จะ เป็น อย่าง ไร ใน อนาคต ไว้ ดู ฤกษ์ ยาม เพื่อ ทำ ศึก สงคราม รวม ทั้ง ทำนาย ดวง ชะตา ของ พระ องค์ เอง และ บุคคล ใกล้ ชิด ซึ่ง โหน ถือ ว่า มี อิทธิพล ต่อ การ ประกอบ การ ตัด สิน ใจ ใน ชีวิต ประจำ วัน และ การ บริหาร บ้าน เมือง ของ พระ มหากษัตริย์ เป็น อย่าง มาก ดัง เช่น

โหราธิบดี หลวง ใน รัชสมัย สมเด็จ พระ พุทธยอดฟ้า จุฬาโลก และ ข้า ราชการ ที่ 1 ที่ ได้ ทำนาย ถึง ดวง ชะตา ของ กรุง รัตนโกสินทร์ เอา ไว้ อย่าง น่า สน ใจ โดย เป็น การ ทำนาย 12 ยุค หรือ 12 ราชการ โดย มี ใจ ความ ว่า ใน รัชกาล ที่ 1 สมเด็จ พระ พุทธยอดฟ้า จุฬาโลก วัน หนึ่ง เวลา เย็น ขณะ ที่ ท่าน ประทับ อยู่ ณ ตำแหน่ง ท่าน ได้ ตรัส ตอบ พระ โหรา ว่า ฉัน จะ ให้ ท่าน พยากรณ์ โชค ชะตา ของ กรุง รัตนโกสินทร์ ว่า ต่อ ไป เบื้อง หน้า จะ เป็น อย่าง ไร พระ โหรา จึง กล่าว ทูล ว่า พระ อาญา ไม่ พ้นเกล้า การ ถวาย คำ พยากรณ์ โชค ชะตา ของ กรุง

รัตนโกสินทร์ เป็น เรื่อง สำคัญ จำ ต้อง ตรวจ การ พยากรณ์ ด้วย ความ ระมัด ระวัง ต้อง ใช้ เวลา ถึง 3 วัน จึง จะ กราบ ทูล ถวาย คำ พยากรณ์ ได้ แล้ว ท่าน โหราธิบดี ได้ จด วัน เวลา เดือน ปี ของ วัน ที่ ลง หลัก เมือง กรุง รัตนโกสินทร์ ตาม ที่ พระ พุทธยอดฟ้า รับ สั่ง แล้ว จึง กราบ ทูล ลา กลับ ไป พอ ครบ 3 วัน พระ โหรา จึง มา เฝ้า ตาม ที่ นัด เอา ไว้ แล้ว ได้ ถวาย คำ พยากรณ์ เป็น 12 ยุค ดัง นี้ ยุค ที่ 1 ชื่อ ว่า มหากาฬ รัชกาล ของ พระ องค์ นี้ มืด มาก พระ องค์ ไม่ รู้ ที่ จะ ดำเนิน การ รัฐประศาสนโยบาย ของ ประเทศ ไป ใน ทาง ไหน ดี

Có thể là hình ảnh về văn bản cho biết 'แม่นจนชนลูก!! ทำนาย...โบ ย...บราณ รัชกาลที่ 11 และ และ1 12 ผู้ใด ึใดได้ครองราชย์'

เพราะ เป็น ระยะ เริ่ม ก่อ สร้าง กรุง ยุค ที่ 2 ชื่อ ว่า พาน ยักษ์ ผู้ ที่ รับ มอบ สืบ ราชสมบัติ ต่อ จาก พระ องค์ จะ เป็น พระ เจ้า แผ่น ดิน ที่ อ่อน แอ ไม่ มี ความ สามารถ ใน การ ปก ครอง ยุค ที่ 3 ชื่อ ว่า รัก มิตร เป็น พระ เจ้า แผ่น ดิน ที่ ทรง โปรด ที่ จะ ทำ สัญญา ผูก สัมพันธ์ ทำไม ตี กับ ต่าง ประเทศ อย่าง มาก ยุค ที่ 4 ชื่อ ว่า สถิตธรรม จะ เป็น พระ เจ้า แผ่น ดิน ที่ ทรง พอ พระทัย ฝัก ใฝ่ ใน ทาง ธรรม และ พระ พุทธศาสนา อย่าง มาก ยุค ที่ 5 ชื่อ ว่า จำ แขน ขาด จะ มี การ เสีย ดิน แดน ให้ แก่ ต่าง ประเทศ ด้วย ความ จำ ใจ คือ แผ่น ดิน ฝั่ง ขวา ของ

แม่ น้ำ โขง หรือ ทาง ภาค ใต้ ยุค ที่ 6 ชื่อ ว่า ราชโจรัล จะ มี พระ ราชา ที่ เปรียบ เสมือน โจร คือ พระ เจ้า แผ่น ดิน ที่ จับ จ่าย ใช้ สอย ทรัพย์ สิน ส่วน พระ มหากษัตริย์ มาก ยุค ที่ 7 ชื่อ ว่า ทัน ทุกข์ จะ เป็น พระ เจ้า แผ่น ดิน ที่ มา รับ เคราะห์ หนัก ตลอด ราชสมัย ผู้ คน พลเมือง ต้อง ประสบ กับ ภาวะ ข้าว ยาก หมาก แพง ผู้ คน อด ยา แร้น แค้น ด้วย สภาวะ เศรษฐกิจ หลัง สงคราม โลก ครั้ง ที่ 1 และ ผล สืบ เนื่อง มา จาก การ ฟุ้ง เฟ้อ ใน รัชกาล ก่อน มี การ ปลด ข้า ราชการ ออก เพราะ ไม่ มี เงิน เบี้ยว หวัด เงิน ปี ให้ เป็น สมัย ที่ เริ่ม ให้ ประชา ชน มี สิทธิ์ มี

เสียง ร้อง ทุกข์ แสดง ความ คิด เห็น จน กระทั่ง มี การ กระทำ ที่ รุนแรง ถึง ขั้น ปฏิวัติ ยึด อำนาจ ให้ มี การ เปลี่ยน แปลง การ ปก ครอง จาก ระบอบ กษัตริย์ มา เป็น ประชาธิปไตย จน ใน ที่ สุด พระ องค์ ต้อง ทรง สละ ราชสมบัติ และ เสด็จ ไป สวรรค์ คด ณ ต่าง ประเทศ ยุค ที่ 8 ชื่อ ว่า ทมิฬ ยุค ที่ มี เรื่อง เลว ร้าย หลาย ประการ เช่น สงคราม โลก การ เสีย ชีวิต ของ รัชกาล ที่ 8 การ ครอง อำนาจ โดย เผด็จ การ ทหาร ที่ ต่อ เนื่อง ไป ถึง ต้น ยุค รัชกาล ที่ 9 จน เกิด กรณี 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 ประชา ชน ทรัพย์ สมบัติ และ เลือด เนื้อ เพื่อ รักษา ไว้

ของ ส่วน ใหญ่ อัน เป็น ที่ รัก ยุค ที่ 9 ชื่อ ว่า ถิ่น สกาว หรือ ถิ่น กา ขาว ผู้ ที่ สืบ สันติวงศ์ ราชสมบัติ ต่อ มา จะ เป็น พระ เจ้า แผ่น ดิน ที่ มี บุญญาธิการ ประเทศ เจริญ รุ่งเรือง เพราะ ได้ รับ อารยธรรม ตะวัน ตก มา มาก วิทยาการ ตะวัน ตก เฟื่อง ฟู ใน ประเทศ ไทย รวม ทั้ง มี การ ติด ต่อ กับ ชาว ต่าง ชาติ อย่าง กว้าง ขวาง ยุค ที่ 10 ชื่อ ว่า ชาว ศรีวิไล ประชา ชน พลเมือง ซึ่ง ถึง อารยธรรม อัน แท้ จริง ใน ยุค นี้ ประเทศ ไทย จะ เจริญ รุ่งเรือง ยิ่ง ทั้ง ทาง วิทยาศาสตร์ และ จริยธรรม พวก มิจฉาทิฏฐิ และ อธรรม จะ เสื่อม สิ้น ไป

ไม่ ตาย ด้วย คม หอก คม ดาบ ก็ จะ ต้อง ตาย ด้วย โรค ภัย ไข้ เจ็บ เพราะ เป็น ยุค ของ อารยชน ที่ มี จิต ใจ เป็น ธรรม เท่า นั้น ยุค ที่ 11 ชื่อ ว่า ไทย มา หา รัก ประเทศ ไทย จะ เป็น ประเทศ มหาอำนาจ ปิ่น นานา อารย ประเทศ คล้าย ๆ กับ ศูนย์ กลาง ของ นานา ชาติ ทาง ด้าน สันติภาพ นานา ชาติ จะ มา เจรจา สันติภาพ สงบ ศึก การ รบ ที่ เมือง ไทย จะ มี อาหาร ที่ อุดม สมบูรณ์ ที่ สุด ใน โลก มี เทคโนโลยี ทาง การ แพทย์ เจริญ ที่ สุดใน โลก และ เป็น ศูนย์ การ ท่อง เที่ยว ของ โลก ด้วย จะ บังเกิด สิ่ง มหัศจรรย์ ของ โลก ยุค ใหม่ เกิด

ขึ้น ผู้ คน จะ หลั่ง ไหล มา ที่ นี่ เพื่อ ชื่น ชม สิ่ง นี้ ไทย จะ เป็น ศูนย์ กลาง ทาง ศาสนา พุทธ ของ โลก ยุค ที่ 12 ชื่อ ว่า จักรพรรดิ พระ ราชา หรือ ผู้ นำ ของ ประเทศ ไทย จะ เป็น ประดุจ ดั่ง พระ เจ้า จักรพรรดิ ผู้ คน ใน ต่าง ประเทศ ทั่ว โลก ต่าง ยก ย่อง เคารพ นับ ถือ จักรพรรดิ พระ ราชา องค์ นี้ มี บารมี พิเศษ เสด็จ จุติมา จาก สวรรค์ คาลัย ชั้น ดุสิต เขต บรม พระ โพธิสัตว์ ทรง มี บารมี มาก กว่า ผู้ นำ ประเทศ คน ใด ใน โลก ใน ตอน นั้น ประเทศ ไทย จะ เป็น มหาอำนาจ ทาง วัฒนธรรม นานา ชาติ จัด ให้ ความ เคารพ ยำ เกรง ยิ่ง กว่า

ประเทศ ที่ มี อาวุธ ทรง พลานุภาพ ภาษา ไทย จะ เป็น ภาษา กลาง ของ โลก ค่ะ ท่าน ผู้ ฟัง สำหรับ คำ ทำนาย ดวง ชะตา 12 ยุค หรือ 12 รัชกาล แห่ง สยาม ประเทศ โดย โหราธิบดี หลวง สมัย รัชกาล ที่ 1 ก็ มี เพียง เท่า นี้ ขอ ขอบพระ คุณ ท่าน ผู้ ฟัง ที่ เข้า มา ติด ตาม รับ ฟัง และ หาก ว่า ท่าน เห็น ว่า เรื่อง ราว นี้ มี ประโยชน์ ก็ อย่า ลืมกด ไลค์ กด แชร์ กด ติด ตาม เพื่อ เป็น กำลัง ใจ ให้ กับ ทาง ช่อง ด้วย นะ คะ ขอ ขอบพระ คุณ ค่ะ [เพลง]

Related articles

รอยร้าวใต้ผิวน้ำ : เมื่อพายุอำนาจกำลังก่อตัว

ภายนอก ทุกอย่างดูสงบผิวน้ำเรียบ นิ่ง ไร้คลื่นแต่ผู้ที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางอำนาจย่อมรู้ดีว่าความเงียบเช่นนี้ไม่เคยเป็นสัญญาณของความมั่นคงหากคือช่วงเวลาที่แรงดันกำลังสะสมอยู่ใต้ผิวน้ำอย่างเงียบงัน ข่าวลือที่เริ่มเล็ดลอดออกมาจาก “วงในระดับลึก”ไม่ใช่ข่าวที่เกิดจากจินตนาการของคนนอกแต่เป็นแรงสะเทือนที่ส่งตรงมาจากจุดใกล้ศูนย์ถ่วงอำนาจที่สุดเรื่องราวบางอย่างที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมมานานหลายปีกำลังถูกดึงขึ้นมาสู่แสงสว่างทีละเส้น ทีละปม แกนกลางของแรงสั่นสะเทือนครั้งนี้คือรอยร้าวระหว่างสองขั้วอำนาจใหม่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าอยู่ร่วมสนามเดียวกันหรืออย่างน้อยก็สามารถรักษาระยะห่างอย่างปลอดภัยได้แต่วันนี้ เส้นทางของทั้งสองฝ่ายเริ่มแยกออกจากกันอย่างชัดเจนและไม่อาจย้อนกลับไปบรรจบกันได้อีก การชิงไหวชิงพริบการช่วงชิงความไว้วางใจและการจัดสรรผลประโยชน์ที่ไม่สมดุลได้กลายเป็นชนวนเงียบที่กัดกินโครงสร้างจากภายในความไม่ไว้ใจค่อย ๆ แทนที่คำว่า “พันธมิตร”และความเงียบเริ่มดังยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ ทว่า สิ่งที่ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นหลายเท่าตัวไม่ใช่เพียงความขัดแย้งของผู้เล่นหน้าใหม่แต่คือการขยับตัวของ “เงาเก่า”ขั้วอำนาจที่เคยหายไปจากกระดานหรือถูกผลักออกไปอยู่นอกฉากกำลังส่งสัญญาณการกลับมาอย่างช้า ๆ แต่หนักแน่น ชื่อที่ไม่ควรถูกเอ่ยกลับถูกกระซิบซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวงสนทนาปิดไม่ใช่ในฐานะอดีตแต่ในฐานะตัวแปรที่สามารถเปลี่ยนดุลอำนาจได้ในพริบตาการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหากเป็นจังหวะเวลาที่ถูกคำนวณมาอย่างรอบคอบ เมื่อรอยร้าวเดิมยังไม่ทันสมานแรงกดดันจากขั้วอำนาจเก่าก็ถาโถมเข้ามาโครงสร้างที่เคยดูแข็งแรงจึงเริ่มเปราะบางอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในเกมอำนาจ ไม่มีใครเป็นผู้ล่าตลอดไปและไม่มีใครเป็นเหยื่อตลอดกาล ผู้ที่เคยถือไพ่เหนือกว่าอาจกำลังประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไปเพราะเกมครั้งนี้ไม่ได้เล่นกันซึ่งหน้าแต่เป็นการบ่อนทำลายอย่างเงียบเชียบตัดฐาน ตัดความชอบธรรมและสั่นคลอนความภักดีของผู้คนทีละน้อย สัญญาณหนึ่งที่น่าจับตาคือการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่เคยเงียบผู้ที่เคยรอเวลาเริ่มกลับมารวมตัวกันอีกครั้งความจงรักภักดีเริ่มเปลี่ยนทิศและความเป็นกลางเริ่มถูกแทนที่ด้วยการเลือกข้าง คำถามสำคัญไม่ใช่ “จะเกิดอะไรขึ้น”แต่คือ…

บันทึกหนึ่งในห้วงเวลาร่วมสมัย

ปลายเดือนกันยายน ปีพุทธศักราช 2566ประกาศจากราชกิจจานุเบกษาปรากฏต่อสาธารณะเป็นถ้อยคำทางราชการที่เคร่งครัด สุขุม และเป็นไปตามบทกฎหมายว่าด้วยการแต่งตั้งนายทหารและนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรให้ดำรงตำแหน่งราชองครักษ์พิเศษ ตามอำนาจแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องรายชื่อหลายสิบรายถูกบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของกลไกความมั่นคงที่ดำเนินต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ในบรรดารายชื่อเหล่านั้นมีนายทหารระดับสูงผู้หนึ่งที่สังคมคุ้นชื่อจากบทบาทในพื้นที่ชายแดน และจากคำบอกเล่าของผู้ใต้บังคับบัญชาเขาเคยถ่ายทอดเรื่องราวจากแนวหน้าเล่าถึงทหารที่ยืนอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอนแต่ยังยึดมั่นในหน้าที่ ด้วยหัวใจที่ผูกพันกับผืนแผ่นดิน คำพูดของเขาไม่ได้หรูหราหากเต็มไปด้วยน้ำเสียงของผู้ที่อยู่กับความจริงทหารแนวหน้าไม่ได้ร้องขอสิ่งใดมากไปกว่ากำลังใจเพราะสิ่งที่พวกเขาแบกรับอยู่แล้วคือภาระของการปกป้องอธิปไตยและการยืนหยัดในพื้นที่ที่บรรพบุรุษเคยรักษาไว้ด้วยชีวิต ในมุมหนึ่งของโครงสร้างรัฐความเป็นกองทัพยังคงดำเนินไปตามบทบาทเดิมห่างจากการเมืองตามที่หลายฝ่ายย้ำยืนยันนายทหารผู้นั้นกล่าวชัดเจนว่าแม้จะมีผู้ทาบทามจากหลายทิศทางเขาเลือกที่จะวางตนอยู่ในกรอบของหน้าที่รักษาระยะห่างจากอำนาจที่เปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา อีกด้านหนึ่งของเรื่องราวคือเสียงสะท้อนจากประชาชนผู้หนึ่งซึ่งเคยมีความรู้สึกไม่เข้าใจ ไม่เห็นด้วยต่อสถาบันที่อยู่เหนือการเมืองเขาเล่าว่า ครั้งหนึ่งเคยปฏิเสธพิธีการสำคัญในชีวิตด้วยความรู้สึกต่อต้านที่ยังไม่ผ่านการใคร่ครวญ แต่เมื่อเวลาผ่านไปการค้นคว้า การรับฟัง และการแยกแยะข่าวลือออกจากข้อเท็จจริงทำให้ทัศนะของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนจากความไม่ชอบ กลายเป็นความเข้าใจจากความเข้าใจ กลายเป็นความเคารพ เขาเลือกเล่าเฉพาะสิ่งที่เห็นว่าเป็นสาระและละเว้นรายละเอียดที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกไม่ใช่เพราะไม่มีเรื่องให้พูดแต่เพราะเชื่อว่า ความเงียบในบางเรื่องอาจเป็นการปกป้องส่วนรวมได้ดีกว่าคำอธิบายยืดยาว เรื่องราวทั้งหมดเมื่อมองจากระยะห่างสะท้อนภาพของสังคมที่ยังคงตั้งคำถามยังคงถกเถียงและยังคงแสวงหาความหมายของคำว่า “ความมั่นคง”ในโลกที่ข้อมูล ข่าวสาร และอารมณ์ไหลเร็วกว่าการไตร่ตรอง…

คำสาปสายเลือด : จากความรุ่งโรจน์ในรัชกาลที่ 5 สู่ทางตันในรัชกาลที่ 6

ราชวงศ์จักรีเคยดูมั่นคงราวกับภูผาหินที่ไม่มีวันพังทลายสายเลือดแผ่ขยาย กิ่งก้านสาขาแตกแขนงไปทั่วแผ่นดินในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชโอรสและพระราชธิดารวมกันถึงเจ็ดสิบเจ็ดพระองค์ภาพของราชสำนักในวันนั้นคือความอุดมสมบูรณ์ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า “การขาดทายาท” จะกลายเป็นปัญหาได้ แต่กาลเวลาไม่เคยปรานีใครเมื่อแผ่นดินเปลี่ยนผ่านสู่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวความอุดมสมบูรณ์กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันกษัตริย์ผู้มีพระญาติพี่น้องร่วมแปดสิบพระองค์กลับต้องทรงครองราชย์อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางคำถามที่ค่อย ๆ กัดกินความมั่นคงของบัลลังก์ รัชกาลที่ 6 ไม่ใช่กษัตริย์ที่อ่อนแอแต่พระองค์คือผลผลิตของโลกสมัยใหม่ทรงเติบโตมากับแนวคิดตะวันตกความเชื่อเรื่องผัวเดียวเมียเดียวและอุดมคติของการมีคู่ชีวิตที่เป็น “คู่คิด” ไม่ใช่เพียงผู้ให้กำเนิดทายาทขณะเดียวกัน จารีตของราชสำนักกลับเรียกร้องสิ่งตรงกันข้ามความขัดแย้งนี้ค่อย ๆ บีบรัดพระราชหฤทัยจนกลายเป็นวิกฤตที่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรง ๆ เวลาผ่านไป สุขภาพของพระองค์เริ่มถดถอยร่างกายส่งสัญญาณอันตรายขณะที่กระดานอำนาจยังไร้ตัวหมากสำคัญที่สุด—รัชทายาททุกสายตาเริ่มหันไปมองทางเลือกสุดท้ายและในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตสตรีสามัญชนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในประวัติศาสตร์นามของเธอคือ “คุณเครือแก้ว อภัยวงศ์” การสถาปนาเธอขึ้นเป็นพระนางเจ้าไม่ใช่เพียงเรื่องของความรักแต่คือการเดินหมากครั้งสุดท้ายของกษัตริย์เพื่อรักษาสายเลือดของตนไว้กับแผ่นดินหากทารกในครรภ์เป็นพระราชโอรสอำนาจจะถูกดึงกลับมาสู่สายตรงของรัชกาลที่ 6และระบอบผู้สำเร็จราชการจะถือกำเนิดขึ้นทันที แต่โชคชะตาไม่เคยอยู่ใต้การควบคุมของผู้ใดคืนวันที่ 24 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2468พระราชวังกำลังเผชิญการสวนทางของชีวิตและความตายห้องหนึ่งคือกษัตริย์ผู้ใกล้สิ้นลมอีกห้องคือการต่อสู้ของสตรีผู้กำลังให้กำเนิดชีวิตใหม่ทั้งราชสำนักหยุดหายใจรอคำตอบเพียงคำเดียว…

เจ้าหญิงที่โลกคาดหวัง… แต่โชคชะตากลับทำให้เธอเงียบหาย

เช้า วัน ที่ 7 ธันวาคม พ.ธศักราช ศักราช 2521 สาย ลม ปลาย ปี เย็น สบาย ใน พระนคร วัน นั้น มี แสง หนึ่ง เกิด ขึ้น ใน ราชสำนัก ดุสิต เธอ มี พระ นาม ว่า…

วีดีโอ โปรโมท เปิดโปง! งบ 4 หมื่นล้าน ‘เสี่ยโอ’ ฉาวหนัก ‘กบ’ เอาเลี้ยงผัวฝรั่งเศส

ถ้า มัน พรรค ไหน ก็ ตาม ถ้า มัน ลด เพดาน มาตรา 112 เรา ก็ ต้อง สู้ เรา ก็ ต้อง ดัน ต่อ ผม ต้อง เพิ่ม เพดาน ครับ เพิ่ม เพดาน โทษ…

วีดีโอ โปรโมท “เสี่ยโอ” ไม่ทน! ดึง “ชาย 4” กลับไทย เปิดศึกท้าชนวงการ!

อ้วน อ้ว้น อิน 3อ ก็ กลับ มา แล้ว เออ มี นัยยะ อะไร เปล่า อาจารย์ มี นยะ อะไร มี สิ ที นี้ ไอ้ ที่ เขา คาด การณ์ กัน ว่า พอ…