“ก่อนจะเป็นเจ้าหญิง… ศรีรัศมิ์กับเส้นทางที่ไม่มีใครรู้”

ก่อน ที่ ชีวิต จะ ถูก จับ จ้อง ด้วย สาย ตา ทั้ง ประเทศ ก่อน ที่ แสง แปล จะ กลาย เป็น ส่วน หนึ่ง ของ ชีวิต เธอ คือ เด็ก หญิง ธรรมดา คน หนึ่ง ที่ เติบ โต ใน บ้าน ไม้ หลัง เก่า ริม แม่ น้ำ แม่ กรอง เสียง น้ำ กระทบ ตลิ่ง คือ เพลง กล่อง กลิ่น ดิน หลัง ฝน คือ กลิ่น ความ ทรง จำ ท่าน ผู้ หญิง ศรีรัตน์ เกิด ใน วัน ฝน พรำ วัน ที่ แม่ จุด ธูป อธิษฐาน ขอ ให้ ลูก มี ชีวิต ที่ ไม่ ลำบาก บ้าน ของ เธอ ไม่ มี รั้ว หรูหรา มี แค่ ผ้า ม่าน สี ซีด กับ เสียง หัวเราะ ของ พี่ น้อง พ่อ เป็น คน ขยัน ขี่ มอเตอร์ไซเคิล รับ จ้าง แม่ ทำ กับ ข้าว ขาย

ตอน เช้า เธอ ช่วย กวาด ลาน บ้าน ล้าง จาน และ ยิ้ม ให้ ลูก ค้า เสมอ ชีวิต ไม่ ได้ มี ของ เล่น ราคา แพง แต่ มี หนังสือ เก่า ๆ ที่ แม่ ห่วง ยิ่ง กว่า เพชร ใน คืน ที่ ฝน ตก เธอ ชอบ นั่ง ริม หน้า ต่าง อ่าน นิทาน เรื่อง เดิม ซ้ำ ๆ เรื่อง โปรด ของ เธอ คือ หญิง ชาว บ้าน ที่ กลาย เป็น ราชินี ไม่ ใช่ เพราะ อยาก เป็น เจ้า หญิง แต่ เพราะ หญิง คน นั้น มี หัว ใจ ที่ ไม่ ยอม แพ้ มี คำ หนึ่ง ที่ แม่ สอน เสมอ ถ้า ใจ เรา สะอาด แม้ อยู่ ใน ที่ ต่ำ คน ก็ เห็น ข้า คำ นั้น ติด อยู่ ใน ใจ ของ เธอ ตลอด ชีวิต เมื่อ เข้า สู่ วัย ท่าน ผู้ หญิง ศรีรัตน์ เป็น เด็ก หญิง ที่ ตั้ง

ใจ เธอ ไม่ ใช่ คน ที่ พูด เก่ง แต่ ทุก ครู จำ ได้ ว่า เธอ เป็น คน ฟัง เก่ง และ คิด ลึก กว่า คำ พูด เธอ ชอบ วิชา สังคม ประวัติศาสตร์ และ กฎ หมาย ชอบ ตั้ง คำ ถาม กับ สิ่ง รอบ ตัว ทำไม บาง คน เกิด มา รวย ทำไม ผู้ หญิง ต้อง ยอม เงียบ คำ ถาม เหล่า นี้ ไม่ เคย มี คน ตอบ แต่ เธอ ก็ ไม่ เคย หยุด ถาม เธอ ใช้ เงิน เก็บ ซื้อ หนังสือ เก่า ยืม ตำรา ของ พี่ และ จด บันทึก ด้วย ลาย มือ เล็ก ๆ ใน สมุด เล่ม 1 เธอ เขียน ไว้ ว่า อยาก เป็น ผู้ หญิง ที่ มี ค่า เพราะ ความ รู้ ไม่ ใช่ เพราะ หน้า ตา หลัง เรียน จบ สาย อาชีพ เธอ เลือก เรียน ต่อCó thể là hình ảnh về văn bản

มหาวิทยาลัย เปิด ทั้ง ที่ ต้อง ทำ งาน ไป ด้วย เรียน ไป ด้วย เธอ เคย ขี่ รถ 2 แถว วัน ละ 2 ชั่วโมง เพื่อ ไป ฟัง บรรยาย ไม่ ใช่ เพราะ หวัง ตำแหน่ง แต่ เพราะ เชื่อ ว่า การ ศึกษา เปลี่ยน ชีวิต คน ได้ สังคม ใน ยุค นั้น ยัง เต็ม ไป ด้วย กำแพง ผู้ หญิง จาก ต่าง จังหวัด ถูก มอง ว่า ไม่ มี โอกาส แต่ เธอ ไม่ เคย โกรธ สังคม เธอ เลือก ใช้ ความ สงบ พิสูจน์ ตัว ตน เธอ เคย พูด กับ เพื่อน ว่า ชีวิต เรา อาจ จะ ไม่ มี เวที ให้ พูด แต่ เรา สร้าง เวที ให้ ตัว เอง ฟัง หัว ใจ ได้ เสมอ และ แล้ว วัน หนึ่ง โอกาส ก็ ปรากฏ ประกาศ รับ สมัคร

งาน ใน วังหลวง เธอ ส่ง ใบ สมัคร โดย ไม่ บอก ใคร และ เขียน จดหมาย แนบ ท้าย ว่า หนู ไม่ มี อะไร พิเศษ นอก จาก หัว ใจ ที่ อยาก เรียน รู้ ทุก วัน วัน ที่ ได้ รับ จดหมาย ตอบ รับ จาก ราชสำนัก ท่าน ผู้ หญิง ศรีรัตน์ เงียบ ไป นาน เธอ ไม่ ได้ ตะโกน ด้วย ความ ดี ใจ แต่ ยก มือ ขึ้น พนม แล้ว หลับ ตา แน่น วัน แรก ที่ ก้าว เข้า ไป ใน รั้ว วัง เธอ ใส่ เสื้อ เชิด สี ขาว กับ กระโปรง สุภาพ ผม ถัก เปีย เรียบ ร้อย ไม่ มี เครื่อง ประดับ มี เพียง เข็ม กลัด เล็ก ๆ ที่ แม่ ปัก ชื่อ ไว้ ไม่ มี ใคร จำ เธอ ได้ ใน ตอน นั้น เธอ คือ น้อง ใหม่ ที่ เดิน เบา พูด

น้อย และ ก้ม สี สกับ ทุก คน เธอ ได้ รับ มอบ หมาย ให้ ดู แล งาน เอกสาร ยก ของ จัด ห้อง รับ รอง งาน ที่ ไม่ มี ใคร เห็น แต่ ต้อง ทำ ให้ ดี ที่ สุด ใน แต่ ละ วัน เธอ เรียน รู้ มารยาท ใน วัง ด้วย ใจ จด จอ ท่อง ชื่อ ราชวงศ์ ท่อง บท เจริญ พระ พุทธมนต์ ฝึก ก้ม 4 สะบ สุภาพ แม้ จะ ไม่ มี ใคร บอก ว่า ต้อง ทำ แต่ เธอ เลือก ทำ บาง คืน เธอ นั่ง เขียน บันทึก ใต้ แสง ไฟ สลัว เล่า ถึง ความ เหนื่อย ความ ไม่ มั่น ใจ และ ประโยค หนึ่ง ที่ ปรากฏ บ่อย คือ วัน นี้ ฉัน ได้ เรียน รู้ อะไร ใหม่ อีก 1 อย่าง เพื่อน ร่วม งาน บาง คน บอก ว่า เธอ เงียบ จน

เหมือน ไม่ มี ตัว ตน แต่ เมื่อ ใคร ได้ คุย ด้วย จะ พบ ว่า เธอ จำ ชื่อ ทุก คน ได้ แม้ แต่ ช่าง ทำ ความ สะอาด หรือ ยาม ประตู หน้า เธอ เชื่อ ว่า ความ อ่อน น้อม ไม่ ทำ ให้ คน อ่อน แอ แต่ คือ เกราะ ของ คน ที่ กล้า หยัด ยืน โดย ไม่ ต้อง เสียง ดัง และ ใน ความ เงียบ นั้น เอง ฟ้า ก็ ค่อย ๆ ลิขิต เส้น ทาง ใหม่ ให้ เธอ ไม่ มี ใคร รู้ แน่ ชัด ว่า ท่าน ผู้ หญิง ศรีรัตน์ ได้ พบ กับ พระ บรมโอรสาธิราช เป็น ครั้ง แรก เมื่อ ไหร เพราะ ไม่ มี ภาพ ไม่ มี บันทึก มี เตียง เสียง เล่า ขาน เบา ๆ ใน รั้ว วัง ว่า มี หญิง สาว คน หนึ่ง ที่ ทำ ให้ พระ องค์ ทรง

หยุด มอง เธอ ไม่ ได้ เดิน เข้า ไป ด้วย เครื่อง เพชร ไม่ ได้ แต่ง ตัว หรูหรา มี เพียง รอย ยิ้ม สุภาพ กับ น้ำ เสียง อ่อน โยน ที่ ทำ ให้ ห้อง รับ รอง ทั้ง ห้อง สงบ ลง อย่าง ประหลาด พระ องค์ ทรง ตรัส ถาม ว่า เจ้า ชื่อ อะไร และ เธอ ตอบ ด้วย เสียง เบา ซีรัตน์ เพคะ ชื่อ ที่ ฟัง ธรรมดา แต่ ก้อง อยู่ ใน ใจ พระ องค์ นาน กว่า ที่ ใคร จะ รู้ ความ สัมพันธ์ ของ ทั้ง สอง คน ไม่ เคย มี พิธี เปิด ตัว ไม่ มี กระแส ข่าว ไม่ มี ภาพ ถ่าย ลุก มี เพียง สาย ตา ของ คน ใกล้ ชิด ที่ เริ่ม สังเกต ว่า เวลา พระ องค์ เสด็จ มา เธอ มัก จะ ยืน อยู่ เงียบ ๆ

ที่ มุม ห้อง ความ รัก ของ พวก เขา เติบ โต ใต้ ร่ม ไม้ ไม่ ใช่ ใต้ แสง ไฟ ไม่ มี คำ หวาน ไม่ มี สัญญา ใหญ่ โต แต่ เธอ รู้ ว่า พระ องค์ ทรง ห่วง ใย และ พระ องค์ ก็ รู้ ว่า เธอ ศรัทธา จน กระทั่ง วัน หนึ่ง ใน ปี พุทธศักราช 2544 ทั้ง สอง ได้ เข้า พิธี สมรส อย่าง เงียบ งั้น ไม่ มี สื่อ ไม่ มี แขก นับ พัน มี เพียง คำ สัตว์ สาบาน ที่ ไม่ ต้อง พูด ออก มา เป็น คำ เมื่อ เธอ ตั้ง ครรภ์ พระ องค์ ทรง ประกาศ ข่าว แก่ ประชา ชน และ ใน ปี 2548 เจ้า ฟ้า ถีบ มังกร รัศมีโชติ ก็ ได้ ประสูติ วัน นั้น เธอ ไม่ ได้ ยิ้ม ให้ กล้อง แต่ เธอ ยิ้ม ให้

ลูก และ กระสิบ เบา ๆ ว่า ลูก เกิด มา ใน รัก ที่ 2 จง เติบ โต ด้วย ใจ ที่ มั่น คง หลัง จาก เจ้า ฟ้า ทีปังกร ประสูติ ท่าน ผู้ หญิง ศรีรัตน์ ได้ รับ การ สถาปนา เป็น พระ เจ้า วรวงศ์ เธอ พระ องค์ เจ้า ศรีรัตน์ ชื่อ ของ เธอ ถูก จารึก ใน ราชกิจจานุเบกษา และ ใน หัว ใจ ของ ประชา ชน อีก จำนวน ไม่ น้อย เธอ ไม่ เคย ถือ ยศ ถือ ศักดิ์ ยัง เดิน ยิ้ม กับ ชาว บ้าน ลง พื้น ที่ เงียบ ๆ กับ โครง การ สาย ย รัก รณรงค์ ให้ แม่ ไทย เลี้ยง ลูก ด้วย นม แม่ พูด คุย กับ ชาว บ้าน ด้วย ภาษา ธรรมดา โดย ไม่ เคย ถือ ว่า ตัว เอง สูง กว่า ใคร เธอ เป็น ทั้ง ภรรยา แม่ ข้า

ราชการ และ ผู้ หญิง ธรรมดา ที่ ต้อง ใช้ หัว ใจ แบก รับ หน้า ที่ มาก กว่า ที่ คน มอง เห็น แต่ โชค ชะตา ก็ เป็น สิ่ง ที่ มนุษย์ ควบ คุม ไม่ ได้ วัน หนึ่ง ชื่อ ของ เธอ ก็ เงียบ หาย จาก ข่าว จาก หน้า หนังสือ ราชการ เหมือน สาย ลม ที่ หยุด พัด โดย ไม่ มี คำ อธิบาย เธอ เลือก อยู่ ใน ความ เงียบ ไม่ โต้ ตอบ ไม่ พูด แทน ตน เอง และ ไม่ มี ใคร ได้ ยิน เสียง จาก เธอ อีก แต่ ใน ใจ ของ คน จำนวน หนึ่ง เธอ ไม่ เคย หาย ไป เธอ ยัง คง เป็น ภาพ ของ ผู้ หญิง ที่ เคย ยิ้ม กลาง แดด เดิน จับ มือ ลูก และ สวม ผ้า ถุง ลาย ดอก เธอ สอน

ให้ เรา รู้ ว่า ไม่ ต้อง เกิด มา สูง ก็ สามารถ อยู่ ใน ใจ คน ด้วย การ กระทำ ไม่ ต้อง พูด ดัง ก็ สามารถ ส่ง ต่อ พลัง ได้ ด้วย ความ เงียบ บาง คน บอก ว่า เธอ จาก ไป อย่าง เงียบ งัน แต่ ใน ความ เงียบ นั้น มี เสียง หนึ่ง ที่ ดัง ขึ้น ใน ใจ คน มาก มาย เสียง ของ หญิง ธรรมดา ผู้ ไม่ เคย หยุด ศรัทธา ใน ความ ดี ผู้ เลือก ใช้ ชีวิต อย่าง สงบ และ ทิ้ง ไว้ เพียง เพียง บท เรียน ที่ ไม่ มี วัน ลบ เลือน

Related articles

รอยร้าวใต้ผิวน้ำ : เมื่อพายุอำนาจกำลังก่อตัว

ภายนอก ทุกอย่างดูสงบผิวน้ำเรียบ นิ่ง ไร้คลื่นแต่ผู้ที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางอำนาจย่อมรู้ดีว่าความเงียบเช่นนี้ไม่เคยเป็นสัญญาณของความมั่นคงหากคือช่วงเวลาที่แรงดันกำลังสะสมอยู่ใต้ผิวน้ำอย่างเงียบงัน ข่าวลือที่เริ่มเล็ดลอดออกมาจาก “วงในระดับลึก”ไม่ใช่ข่าวที่เกิดจากจินตนาการของคนนอกแต่เป็นแรงสะเทือนที่ส่งตรงมาจากจุดใกล้ศูนย์ถ่วงอำนาจที่สุดเรื่องราวบางอย่างที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมมานานหลายปีกำลังถูกดึงขึ้นมาสู่แสงสว่างทีละเส้น ทีละปม แกนกลางของแรงสั่นสะเทือนครั้งนี้คือรอยร้าวระหว่างสองขั้วอำนาจใหม่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าอยู่ร่วมสนามเดียวกันหรืออย่างน้อยก็สามารถรักษาระยะห่างอย่างปลอดภัยได้แต่วันนี้ เส้นทางของทั้งสองฝ่ายเริ่มแยกออกจากกันอย่างชัดเจนและไม่อาจย้อนกลับไปบรรจบกันได้อีก การชิงไหวชิงพริบการช่วงชิงความไว้วางใจและการจัดสรรผลประโยชน์ที่ไม่สมดุลได้กลายเป็นชนวนเงียบที่กัดกินโครงสร้างจากภายในความไม่ไว้ใจค่อย ๆ แทนที่คำว่า “พันธมิตร”และความเงียบเริ่มดังยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ ทว่า สิ่งที่ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นหลายเท่าตัวไม่ใช่เพียงความขัดแย้งของผู้เล่นหน้าใหม่แต่คือการขยับตัวของ “เงาเก่า”ขั้วอำนาจที่เคยหายไปจากกระดานหรือถูกผลักออกไปอยู่นอกฉากกำลังส่งสัญญาณการกลับมาอย่างช้า ๆ แต่หนักแน่น ชื่อที่ไม่ควรถูกเอ่ยกลับถูกกระซิบซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวงสนทนาปิดไม่ใช่ในฐานะอดีตแต่ในฐานะตัวแปรที่สามารถเปลี่ยนดุลอำนาจได้ในพริบตาการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหากเป็นจังหวะเวลาที่ถูกคำนวณมาอย่างรอบคอบ เมื่อรอยร้าวเดิมยังไม่ทันสมานแรงกดดันจากขั้วอำนาจเก่าก็ถาโถมเข้ามาโครงสร้างที่เคยดูแข็งแรงจึงเริ่มเปราะบางอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในเกมอำนาจ ไม่มีใครเป็นผู้ล่าตลอดไปและไม่มีใครเป็นเหยื่อตลอดกาล ผู้ที่เคยถือไพ่เหนือกว่าอาจกำลังประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไปเพราะเกมครั้งนี้ไม่ได้เล่นกันซึ่งหน้าแต่เป็นการบ่อนทำลายอย่างเงียบเชียบตัดฐาน ตัดความชอบธรรมและสั่นคลอนความภักดีของผู้คนทีละน้อย สัญญาณหนึ่งที่น่าจับตาคือการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่เคยเงียบผู้ที่เคยรอเวลาเริ่มกลับมารวมตัวกันอีกครั้งความจงรักภักดีเริ่มเปลี่ยนทิศและความเป็นกลางเริ่มถูกแทนที่ด้วยการเลือกข้าง คำถามสำคัญไม่ใช่ “จะเกิดอะไรขึ้น”แต่คือ…

บันทึกหนึ่งในห้วงเวลาร่วมสมัย

ปลายเดือนกันยายน ปีพุทธศักราช 2566ประกาศจากราชกิจจานุเบกษาปรากฏต่อสาธารณะเป็นถ้อยคำทางราชการที่เคร่งครัด สุขุม และเป็นไปตามบทกฎหมายว่าด้วยการแต่งตั้งนายทหารและนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรให้ดำรงตำแหน่งราชองครักษ์พิเศษ ตามอำนาจแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องรายชื่อหลายสิบรายถูกบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของกลไกความมั่นคงที่ดำเนินต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ในบรรดารายชื่อเหล่านั้นมีนายทหารระดับสูงผู้หนึ่งที่สังคมคุ้นชื่อจากบทบาทในพื้นที่ชายแดน และจากคำบอกเล่าของผู้ใต้บังคับบัญชาเขาเคยถ่ายทอดเรื่องราวจากแนวหน้าเล่าถึงทหารที่ยืนอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอนแต่ยังยึดมั่นในหน้าที่ ด้วยหัวใจที่ผูกพันกับผืนแผ่นดิน คำพูดของเขาไม่ได้หรูหราหากเต็มไปด้วยน้ำเสียงของผู้ที่อยู่กับความจริงทหารแนวหน้าไม่ได้ร้องขอสิ่งใดมากไปกว่ากำลังใจเพราะสิ่งที่พวกเขาแบกรับอยู่แล้วคือภาระของการปกป้องอธิปไตยและการยืนหยัดในพื้นที่ที่บรรพบุรุษเคยรักษาไว้ด้วยชีวิต ในมุมหนึ่งของโครงสร้างรัฐความเป็นกองทัพยังคงดำเนินไปตามบทบาทเดิมห่างจากการเมืองตามที่หลายฝ่ายย้ำยืนยันนายทหารผู้นั้นกล่าวชัดเจนว่าแม้จะมีผู้ทาบทามจากหลายทิศทางเขาเลือกที่จะวางตนอยู่ในกรอบของหน้าที่รักษาระยะห่างจากอำนาจที่เปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา อีกด้านหนึ่งของเรื่องราวคือเสียงสะท้อนจากประชาชนผู้หนึ่งซึ่งเคยมีความรู้สึกไม่เข้าใจ ไม่เห็นด้วยต่อสถาบันที่อยู่เหนือการเมืองเขาเล่าว่า ครั้งหนึ่งเคยปฏิเสธพิธีการสำคัญในชีวิตด้วยความรู้สึกต่อต้านที่ยังไม่ผ่านการใคร่ครวญ แต่เมื่อเวลาผ่านไปการค้นคว้า การรับฟัง และการแยกแยะข่าวลือออกจากข้อเท็จจริงทำให้ทัศนะของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนจากความไม่ชอบ กลายเป็นความเข้าใจจากความเข้าใจ กลายเป็นความเคารพ เขาเลือกเล่าเฉพาะสิ่งที่เห็นว่าเป็นสาระและละเว้นรายละเอียดที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกไม่ใช่เพราะไม่มีเรื่องให้พูดแต่เพราะเชื่อว่า ความเงียบในบางเรื่องอาจเป็นการปกป้องส่วนรวมได้ดีกว่าคำอธิบายยืดยาว เรื่องราวทั้งหมดเมื่อมองจากระยะห่างสะท้อนภาพของสังคมที่ยังคงตั้งคำถามยังคงถกเถียงและยังคงแสวงหาความหมายของคำว่า “ความมั่นคง”ในโลกที่ข้อมูล ข่าวสาร และอารมณ์ไหลเร็วกว่าการไตร่ตรอง…

คำสาปสายเลือด : จากความรุ่งโรจน์ในรัชกาลที่ 5 สู่ทางตันในรัชกาลที่ 6

ราชวงศ์จักรีเคยดูมั่นคงราวกับภูผาหินที่ไม่มีวันพังทลายสายเลือดแผ่ขยาย กิ่งก้านสาขาแตกแขนงไปทั่วแผ่นดินในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชโอรสและพระราชธิดารวมกันถึงเจ็ดสิบเจ็ดพระองค์ภาพของราชสำนักในวันนั้นคือความอุดมสมบูรณ์ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า “การขาดทายาท” จะกลายเป็นปัญหาได้ แต่กาลเวลาไม่เคยปรานีใครเมื่อแผ่นดินเปลี่ยนผ่านสู่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวความอุดมสมบูรณ์กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันกษัตริย์ผู้มีพระญาติพี่น้องร่วมแปดสิบพระองค์กลับต้องทรงครองราชย์อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางคำถามที่ค่อย ๆ กัดกินความมั่นคงของบัลลังก์ รัชกาลที่ 6 ไม่ใช่กษัตริย์ที่อ่อนแอแต่พระองค์คือผลผลิตของโลกสมัยใหม่ทรงเติบโตมากับแนวคิดตะวันตกความเชื่อเรื่องผัวเดียวเมียเดียวและอุดมคติของการมีคู่ชีวิตที่เป็น “คู่คิด” ไม่ใช่เพียงผู้ให้กำเนิดทายาทขณะเดียวกัน จารีตของราชสำนักกลับเรียกร้องสิ่งตรงกันข้ามความขัดแย้งนี้ค่อย ๆ บีบรัดพระราชหฤทัยจนกลายเป็นวิกฤตที่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรง ๆ เวลาผ่านไป สุขภาพของพระองค์เริ่มถดถอยร่างกายส่งสัญญาณอันตรายขณะที่กระดานอำนาจยังไร้ตัวหมากสำคัญที่สุด—รัชทายาททุกสายตาเริ่มหันไปมองทางเลือกสุดท้ายและในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตสตรีสามัญชนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในประวัติศาสตร์นามของเธอคือ “คุณเครือแก้ว อภัยวงศ์” การสถาปนาเธอขึ้นเป็นพระนางเจ้าไม่ใช่เพียงเรื่องของความรักแต่คือการเดินหมากครั้งสุดท้ายของกษัตริย์เพื่อรักษาสายเลือดของตนไว้กับแผ่นดินหากทารกในครรภ์เป็นพระราชโอรสอำนาจจะถูกดึงกลับมาสู่สายตรงของรัชกาลที่ 6และระบอบผู้สำเร็จราชการจะถือกำเนิดขึ้นทันที แต่โชคชะตาไม่เคยอยู่ใต้การควบคุมของผู้ใดคืนวันที่ 24 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2468พระราชวังกำลังเผชิญการสวนทางของชีวิตและความตายห้องหนึ่งคือกษัตริย์ผู้ใกล้สิ้นลมอีกห้องคือการต่อสู้ของสตรีผู้กำลังให้กำเนิดชีวิตใหม่ทั้งราชสำนักหยุดหายใจรอคำตอบเพียงคำเดียว…

เจ้าหญิงที่โลกคาดหวัง… แต่โชคชะตากลับทำให้เธอเงียบหาย

เช้า วัน ที่ 7 ธันวาคม พ.ธศักราช ศักราช 2521 สาย ลม ปลาย ปี เย็น สบาย ใน พระนคร วัน นั้น มี แสง หนึ่ง เกิด ขึ้น ใน ราชสำนัก ดุสิต เธอ มี พระ นาม ว่า…

วีดีโอ โปรโมท เปิดโปง! งบ 4 หมื่นล้าน ‘เสี่ยโอ’ ฉาวหนัก ‘กบ’ เอาเลี้ยงผัวฝรั่งเศส

ถ้า มัน พรรค ไหน ก็ ตาม ถ้า มัน ลด เพดาน มาตรา 112 เรา ก็ ต้อง สู้ เรา ก็ ต้อง ดัน ต่อ ผม ต้อง เพิ่ม เพดาน ครับ เพิ่ม เพดาน โทษ…

วีดีโอ โปรโมท “เสี่ยโอ” ไม่ทน! ดึง “ชาย 4” กลับไทย เปิดศึกท้าชนวงการ!

อ้วน อ้ว้น อิน 3อ ก็ กลับ มา แล้ว เออ มี นัยยะ อะไร เปล่า อาจารย์ มี นยะ อะไร มี สิ ที นี้ ไอ้ ที่ เขา คาด การณ์ กัน ว่า พอ…