ปรากฏการณ์หนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ในช่วงเวลานี้ คือการที่ชื่อของ ทักษิณ ชินวัตร กลับมาอยู่ในบทสนทนาสาธารณะอีกครั้ง ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่รวมถึงสายตาจากต่างประเทศด้วย
แม้ภายในประเทศจะยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายตรงข้ามอยู่เสมอ
แต่ในเวทีโลก หลายเหตุการณ์ในอดีต โดยเฉพาะการรับมือภัยพิบัติอย่างสึนามิ ได้กลายเป็นตัวอย่างที่ถูกยกขึ้นมาพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทั้งในด้านความรวดเร็ว การตัดสินใจ และการประสานความช่วยเหลือจากนานาชาติ
ภาพจำในครั้งนั้น คือรัฐบาลที่ไม่ร้องขอเงินช่วยเหลือ
แต่เปิดรับ “ความร่วมมือ”
จนเกิดการหลั่งไหลขององค์กรนานาชาติ ผู้เชี่ยวชาญ และอาสาสมัครจากทั่วโลก
และนำไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
เมื่อมองกลับมาที่สถานการณ์ปัจจุบัน
เหตุการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่กลับสะท้อนภาพที่แตกต่าง
คำถามจากประชาชนไม่ได้ซับซ้อน
ไม่ใช่เรื่องอุดมการณ์
แต่เป็นคำถามพื้นฐานว่า
รัฐมีแผนอะไรที่ชัดเจนกว่านี้หรือไม่
ในขณะที่ประชาชนบางส่วนลงมือช่วยเหลือกันเอง
ความคาดหวังต่อรัฐบาลกลับเพิ่มสูงขึ้น
ไม่ใช่แค่การแจกถุงยังชีพ
แต่คือการจัดการเชิงระบบ
การระดมทรัพยากร
และการสื่อสารที่ชัดเจนว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร
ปรากฏการณ์ “คิดถึงทักษิณ” จึงไม่ใช่เรื่องของตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว
แต่สะท้อนความรู้สึกของประชาชนที่เปรียบเทียบ
ระหว่างการบริหารในอดีต
กับสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ตรงหน้า
สุดท้ายแล้ว การเมืองอาจไม่ใช่เรื่องว่าใครชนะการเลือกตั้ง
แต่คือใครสามารถทำให้ประชาชนรู้สึกว่า
ประเทศนี้ยังมีคนที่คิดเป็น และแก้ปัญหาได้จริง
🔥 แคปชันดึงคนอ่าน (เลือกใช้ได้)
แคปชัน 1 — วิเคราะห์คม
เมื่อเกิดวิกฤต คนไม่ได้ถามว่าใครเก่งพูด
แต่ถามว่าใคร “ทำเป็น”
และนั่นคือเหตุผลที่ชื่อบางชื่อยังถูกพูดถึงเสมอ
แคปชัน 2 — ชวนตั้งคำถาม
ไม่ใช่เรื่องคิดถึงคน
แต่คือคิดถึง “ระบบการจัดการ”
ที่เคยทำให้ประเทศฟื้นได้จริง
แคปชัน 3 — กระแทกเบาแต่ลึก
วิกฤตไม่เคยโกหก
มันแค่เปิดเผยว่าใครพร้อม
และใครยังไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน