สุดเสียดาย นักแสดงชื่อดังทั้งหล่อทั้งสวย แต่อายุสั้นทั้งคู่

เมื่อเวลา11:30นของวันที่26ตุลาคมปี2526กาญจนานิ่มนวลดาราสาวดาวรุ่งเชื่อดังอายุเพียง23ปีได้ประสบอุบัติเหตุจากไปอย่างไม่คาดฝันในสภาพศพที่ยับเยินจนจำไม่ได้ที่น่าเศร้าทวีคูณขึ้นไปอีกก็คือมารดาอันเป็นที่รักของเธอก็ต้องมาจบชีวิตในที่เดียวกันเวลาเดียวกันในสภาพชวนสังเวชในขณะที่ผู้กระทำผิดขับรถชนหนีไปได้อย่างลอยนวลกาญจะนานิ่มนวลเป็นชื่อนามสกุลจริงเธอมีชื่อเล่นว่าเล็กเกิดเมื่อวันที่9ธันวาคมปี2503ที่ตำบลหนองใหญ่

อำเภอหนองใหญ่จังหวัดชลบุรีจบการศึกษาชั้นมศ3จากโรงเรียนบ้านเกิดเธอเคยได้รับตำแหน่งเทพีชมรมชายหาดบางแสนตำแหน่งขวัญใจช่างภาพในงานการศึกษาประชาบาลและได้รับตำแหน่งเทพีนางงามวันเพ็ญเดือน12ที่สัตหีบจากจากนั้นราวๆปี2521เธอก็เดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อสร้างชีวิตโดยเข้ามาอาศัยอยู่กับอาสาวจากนั้นก็เริ่มเข้าสู่วงการโดยเริ่มจากการเดินแบบแฟชั่นต่างๆจนวันหนึ่งเธอได้รู้จักกับดารารุ่นเก่าที่ชื่อศิริวัฒน์คงคาเขตซึ่งชักนำให้

เธอได้ก้าวเข้าสู่วงการแสดงโดยคุณสิริวัฒน์คงคาเขตพาไปฝากเป็นนักแสดงในค่ายดาราฟิล์มของคุณไพรัตน์สังวริบุตรงานแสดงครั้งแรกอย่างเป็นทางการของเธอก็คือหนังทีวีชุดเกวลีสอยดาวจากนั้นก็มีผลงานออกมาอีกหลายเรื่องเช่นผู้สืบสกุลที่โดนแบนจากกบวจนเธอได้รับสมญานามว่าเป็นนางเอกต้องห้ามและก็มีเรื่องลับแลใจส่วนผลงานแสดงภาพยนตร์ของกาญจนานิ่มนวลก็มีเรื่องกระเชอก้นรั่วแม้เล็กกาญจนานิ่มนวลจะก้าวจากคนธรรมดามาเป็นผู้มีชื่อเสียง

Có thể là hình ảnh về văn bản cho biết 'สุดเสียดาย ดาย สุด เสีย อายุสั้น ทั้งคู่'

อยู่ในวงการจากการเดินแบบและเป็นดาราแต่เธอก็ยังทำตัวเหมือนเดิมเป็นเล็กคนเดิมที่ไม่เคยเปลี่ยนยิ้มง่ายคุยเก่งอารมณ์ดีร่าเริงใจกว้างกับเพื่อนเสมอไม่ว่าจะมีงานบุญงานกุศลที่ไหนจะได้เงินมากน้อยหรือไม่เธอก็ไม่เกี่ยงว่ากันว่าเธอเป็นคนที่ใครคุยด้วยแล้วก็สบายใจนานๆทีจึงจะมีคนเห็นการจะนานิ่มนวลในใบหน้าเศร้าสร้อยเพราะส่วนใหญ่มักจะเห็นเธอในใบหน้าเปื้อนยิ้มแม้ว่าชีวิตประจำวันก็เหมือนคนทั่วไปที่มีทั้งทุกข์และสุขคละเคล้ากันไปนอกจาก

นี้เธอยังเป็นคนมีความอดทนและมีจิตใจที่เข้มแข็งจึงสามารถยืนอยู่ในวงการนี้จนวันสุดท้ายของชีวิตของเธอก่อนที่กาญจนานิ่มนวลจะเสียชีวิตเธออยู่ในระหว่างการแสดงละครทางช่อง7สีเรื่องสาว2หน้าและมีหนังใหญ่ที่ถ่ายค้างไว้อีกหลายเรื่องก่อนที่เธอจะจากไปอย่างฉับพลันทันด่วนช็อความรู้สึกของเพื่อนฝูงก็ได้มีลางบอกเหตุผ่านคำพูดแปลกๆของเธอเช่นว่าเล็กนี่ทำอะไรชอบเป็นคนสุดท้ายเป็นสุดท้ายอยู่เรื่อยอย่างเล่นหนังดังในเรื่องผู้สืบสกุลก็โดนแบน

และดังเป็นเรื่องสุดท้ายมาเล่นเรื่องอื่นๆก็ไม่ดังเท่าพอมาออกรายการเปิดใจดาราของพี่ประมุขศุภสารก็ออกเป็นครั้งสุดท้ายจากนั้นรายการเขาก็เลิกเล็กเลยกลายเป็นคนสุดท้ายเรื่อยอีกตัวอย่างคำพูดที่คล้ายเป็นลงในวันที่25ตุลาคมปี2526ซึ่งเป็นวันก่อนที่เธอจะเสียชีวิตเพียงวันเดียวเธอได้พูดกับสยมสังวริบุตรว่าเราจะเจอกันเป็นครั้งสุดท้ายแล้วเราจะไม่ได้พบกันอีกแล้วนะคำพูดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ได้แยกทางกันที่ถนนสายบางนาตราชเธอกำลังจะไป

เที่ยวทะเลกับเพื่อนๆและก่อนจะเข้ากรุงเทพฯก็ได้ชวนสยมสังวริบุตรไปเที่ยวเต้นรำต่อที่สตารดิสโกซึ่งปกติแล้วเล็กกาญจนาจะไม่ค่อยไปเที่ยวที่นั่นแต่เมื่อสยมสังวริบุตรกล่าวปฏิเสธเพราะมีงานต้องทำต่อเลกาญจนาก็พูดว่าเราจะเจอกันเป็นครั้งสุดท้ายแล้วเราจะไม่ได้พบกันอีกแล้วนะและในคืนก่อนที่เธอจะเสียชีวิตนั้นเธอได้ไปชวนเพื่อนๆสนิทให้ไปงานแข่งควายที่ชลบุรีกับเธอพร้อมกับบ่นว่าไม่อยากขับรถเลยช่วยไปขับเป็นเพื่อนหน่อยสิเขาไม่อยาก

ขับรถเองเลยแต่เพื่อนๆของเธอก็ไม่มีใครว่างที่จะไปในที่สุดเล็กกาญจนาจึงต้องขับรถเองและไปพบจุดจบอย่างสยองกับมารดาของเธอบนเส้นทางที่จะกลับไปสู่บ้านเกิดชลบุรีนั่นเองเหตุร้ายครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา11:30นของวันที่26ตุลาคมบนถนนบางนาตราชซึ่งในขณะนั้นถนนแย่มากเพราะมีน้ำท่วมจากถนนที่เคยวิ่งได้ตามปกติจึงวิ่งได้เพียงเลนเดียวเป็นทางเบียงวันที่เกิดเหตุนั้นเล็กกาญจนาได้ออกเดินทางจากแฟลชที่พักอินททอร์Houseพร้อมกับมารดา

คือคุณแม่จันทร์นิ่มนวลและพี่สาวนางสุนีนิ่มนวลและเพื่อนอีกคนหนึ่งคือนางสาววัลลีแซ่โค้การเดินทางครั้งนี้ก็เพื่อไปโชว์ตัวในงานประเพณีแข่งควายที่จังหวัดชลบุรีในขณะที่รถเก๋งToyotadx4ขาวครีมที่เล็กกาญจนาเพิ่งซื้อมาไม่นานแล่นมาถึงกิโลเมตรที่23ของถนนสายบางนาตราซึ่งตรงนั้นเป็นช่วงที่ขู่ขละมากไหล่ถนนก็แคบแถมมีเศษของดินและหินหล่นอยู่เกลือนถนนช่วงนั้นเป็นทางเบี่ยงเพราะอีกฝั่งปิดเพื่อทำการซ่อมแซมใหญ่ประกอบกับมีน้ำท่วม

00:04:51ด้วยทำให้การวิ่งรถต้องเป็นไปอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษขณะที่เก๋งสีครีมขาวของดาราสาววิ่งอยู่นั่นเองก็ได้มีรถบรรทุกล้อขนดินหมายเลขทะเบียนกทม[เพลง]83-84หวั่นไหวและเป็นเหตุให้เธอเสียชีวิตทันทีเพราะถูกอัดกอปปี้ร่างแหลกไปหน้ายับเยินจนจำไม่ได้ร่างของเล็กกาญจนากระเด็นออกมานอกรถส่วนคุณแม่จันท์ก็เสียชีวิตทันทีเพราะคอหักและโดนอัดเข้ามาจนน่ายับเยินเช่นกันเพราะนั่งมาหน้ารถส่วนพี่สาวของเธอบาดเจ็บสาหัสใบหน้าตั้งแต่

เหนือคิ้วขวาขึ้นมาจนถึงโหนกแก้มแตกยับเยินแขนขวาและขาขวาหักส่วนนางสาววัลลีเพื่อนของเธอแขนหักแต่ไม่ถึงกับเสียชีวิตเพราะทั้งคู่นั่งอยู่ด้านหลังของรถเวลาใกล้เที่ยงของวันนั้นร้อยตำรวจเอกสมบูรณ์จะจรัวัฒนานิกรเวรสถานีตำรวจทางหลวงกิโลเมตที่3ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุรถชนกันและมีคนเสียชีวิตจึงรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมกับรถของมูลนิธิร่วมกตัญญูเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก็ยังไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นใครเพราะสภาพศพแหลกและใบหน้ายับเยิน

จนมองไม่รู้ว่าเป็นหน้าใครศพของผู้ขับรถเก๋งกระเด็นออกมาอยู่ข้างรถที่ถูกชนจนพังยับทั้งคันสภาพรถเก๋งสีครีมขาวหมายเลขทะเบียน4คอควาย4737ถูกอัดชนอย่างแรงจนหน้าของรถย่นไปติดกับท้ายรถรถหลังคาเปิดหมดประตูด้านคนขับพังและเกือบหลุดออกมาจากตัวรถในขณะที่ผู้คนกำลังมุงดูอุบัติเหตุนั้นคุณเดฟเวดนักข่าวบันเทิงของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐซึ่งเดินทางกลับมาจากต่างจังหวัดได้ขับรถผ่านมาและเห็นเหตุการณ์จึงเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นจึงทำให้

รถติดไปตลอดเส้นทางคุณเดฟให้สัมภาษณ์ว่าเห็นศพนอนตายอยู่ข้างรถแต่ไม่รู้ว่าเป็นกาญจนานิ่มนวลทั้งๆที่รู้จักกับการจนาเป็นอย่างดีเพราะสภาพของศพนั้นแหลกศีรษะแตกกระจายใบหน้าแหลกจนจำไม่ได้ตาข้างหนึ่งหลุดออกมาหลังจากได้ถ่ายภาพเหตุการณ์แล้วคุณเดฟก็ได้ไปดูในรถเห็นหญิงวัยกลางคนนั่งหน้ารถเลือดไหลเต็มร่างและคอหักหมุนได้รอบใบหน้าแหลกเช่นกันเมื่อมองเข้าไปในรถเก๋งสีครีมที่ยับเยินคุณเดฟถึงได้นึกแปลกใจเพราะเห็นในรถของผู้ตายมี

สคริปละครเรื่องสาว2หน้าของกันตนาวดีโอโปรดักชันวางอยู่ในรถหลายตอนและมีจดหมายจ่าหน้าถึงกาญจนานิ่มนวลวางกองอยู่ข้างบทประมาณ5-6ฉบับพร้อมกับมีอัลบั้มรูปถ่ายนางแบบชื่อดังๆในชุดเดินแฟชั่นอีกด้วยดังนั้นจึงแน่ใจว่าว่าศพที่นอนตายนั้นเป็นศพของกาญจนานิ่มนวลและเมื่อได้นำคนเจ็บคือพี่สาวและเพื่อนของกาญจนาออกมานอกรถได้แล้วจึงรู้แน่ชัดว่าเป็นดาราสาวชื่อกาญจนานิ่มนวลจริงๆที่นอนเสียชีวิตอยู่นอกรถเมื่อสอบสวนแล้วทางตำรวจก็ได้ให้

มูลนิธิร่วมกตัญญูนำร่างไร้วิญญาณของ2แม่ลูกเข้ากรุงเทพฯและทางมูลนิธิก็ได้นำทรงไปยังตึกนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจเพื่อชนสูตรต่อไปจนกระทั่งรุ่งเช้าอาของเล็กกาญจนาที่ชลบุรีทราบข่าวเมื่อตอนกลางคืนก็ได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อจะนำศพของเล็กกับแม่ไปตั้งที่วัดในจังหวัดชลบุรีแต่ผู้ใหญ่ในวงการที่เล็กให้ความนับถือได้ช่วยกันขอร้องให้ญาติๆของเล็กยอมให้ตั้งศพไว้ที่กรุงเทพฯโดยสวดพระอภิธรรม5คืนที่วัดโสมนัสวิหารและชาพนกิจเมื่อวัน

อังคารที่1พฤศจิกายนปี2526ท่ามกลางความเศร้าสลดใจของเพื่อนฝูงผู้คนในวงการบันเทิงและแฟนๆของกาญจนานิ่มนวลการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของเล็กกาญจนาและคุณแม่ในครั้งนี้ยังหาตัวบุคคลมารับผิดชอบไม่ได้เพราะโชเฟอร์มรณะที่ขับรถบรรทุกหกล้อบรรทุกดินเข้าขยี้ร่างและปิดชีวิตของทั้งสองนั้นหนีหายเข้ากลีบเมฆอย่างลอยนวลไร้ร่องรอยการจากไปครั้งนี้ช่างสะเทือนอกผู้คนยิ่งนักป่านนี้การจนานิ่มนวลและคุณแม่ของเธอคงอยู่ในภพภูมิที่สบายหรือเกิดใหม่

แล้วแต่ชื่อเสียงและผลงานของเธอยังอยู่ในความรำลึกอยู่ในความทรงจำของผู้คนที่รักเธออย่างไม่เสื่อมคลาย[เพลง]การจากไปก่อนวัยอันควรของดารานักร้องที่ดังและมาแรงสุดๆในอดีตท่านหนึ่งชื่อของเขาคือเอกลักษณ์โยบิเอกลักษณ์บินมีชื่อเล่นว่ากิ๊ฟเกิดที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อวันที่8มิถุนายนปี2502เอกลักษณ์ยนบินเป็นลูกคนโตในจำนวนพี่น้องทั้งหมด7คนของคุณพ่อซาคุณแม่อาริยายอนบินเขามีน้องชาย5คนน้องสาว5คนเป็นครอบครัวอิสลามแม้คิฟเอกลักษณ์จะเกิดที่จังหวัดภูเก็ต

แต่พอเขาอายุได้ราวๆ1ขวบทางครอบครัวก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่กรุงเทพฯเขาจึงเติบโตในเมืองหลวงและเริ่มเรียนชั้นประถมครั้งแรกที่โรงเรียนสุรดีพิทยาจนจบชั้นป5แล้วไปต่อที่โรงเรียนพณิชยการสันติราชพยาไทยจนจบชั้นมศ3จากนั้นก็เรียนต่อที่วิทยาลัยพณิชยการอินทราชัยได้วุฒิอนุปริญญาทางด้านการบริหารการตลาดแล้วภายหลังเขาก็มาเรียนต่อจนจบปริญญาตรีโดยสำเร็จการศึกษาจจากคณะบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยรามคำแหงย้อนกลับไปช่วงที่เขาเรียนอยู่ที่อินทราชัยกิ๊ฟเอกลักษณ์ยนบินให้

สัมภาษณ์ว่าช่วงที่เขาเรียนอยู่ที่อินทราชัยเขาได้ใช้เวลาว่างเป็นนายแบบตามงานต่างๆรวมทั้งฝึกหัดเล่นดนตรีร้องเพลงเขารักด้านเสียงเพลงถึงขนาดมีวงดนตรีเป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อวงว่ากิบแนเยลี่จากข้อมูลในนิติยสารอนุทินคู่ชีวิตดารานักร้องฉบับเดือนเมษายนปี2528กิ๊ฟเอกลักษณ์ได้เล่าถึงการได้มามาเล่นหนังของเขาว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งผมถูกเชิญตัวไปออกรายการร่วมสนุกทางทีวีชื่อรายการพลิกล็อคจากนั้นคุณรัตนาที่เป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ของไStarก็มาตามตัวเขาไป

ให้รุรณภพดูตัวและจุดนี้เองที่ทำให้ชีวิตของเอกลักษณ์โลบินโด่งดังเป็นที่รู้จักทั่วประเทศเพราะเมื่อได้เจอตัวและดูหน่วยก้านแล้วรุณภพก็ได้ให้เขาแสดงเป็นพระเอกในภาพยนตร์เรื่องปริศนาซึ่งเอกลักษณ์ยนบินได้ได้แสดงเป็นพระเอกเต็มตัวและเป็นครั้งแรกในชีวิตของเขาปรากฏว่าภาพยนตร์เรื่องปริศนานี้กลายเป็นภาพยนตร์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับเอกลักษณ์ยบินมากที่สุดแม้ว่าภายหลังเขาจะมีงานแสดงอีกมากมายหลายเรื่องจากภาพยนตร์เรื่องปริศนาที่

ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นต่อมาเอกลักษณ์ยบินก็ได้แสดงหนังเรื่องนิสิตใหม่ซึ่งเป็นภาพยนตร์แนววัยรุ่นหนังเรื่องนี้ก็ประสบความสำเร็จเช่นกันหนังใหญ่อีกเรื่องหนึ่งที่เขาได้แสดงก็คือเรื่องรัตนาวดีซึ่งเป็นหนังของรุณภพเช่นกันหนังเรื่องนี้ยกกองถ่ายไปถ่ายทำถึงต่างประเทศด้วยผู้สัมภาษณ์ถามเอกลักษณ์โรบินว่าคุณเป็นอิสลามแล้วความบันเทิงด้านต่างๆที่ชีวิตของคุณเป็นอยู่ทุกวันนี้ไม่ขัดกับทางด้านศาสนาหรือครับเขาตอบว่าไม่มีขัดกับทางศาสนาเพราะผมพยายาม

เลี่ยงไม่ให้มีปัญหาผมยังทำตามศาสนาทุกอย่างเห้าไม่กินบุหรี่ไม่สูบครับสำหรับการเข้าสู่วงการบันเทิงนั้นข้อมูลบางแห่งระบุว่าตอนที่เอกลักษณ์เรียนอยู่ก็ได้เล่นละครของชมรมศิลปะการแสดงโดยเล่นเป็นพระเอกเรื่องเลือดสุพรรณต่อมาเขาได้เล่นละครการกุศลเรื่องวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ออกอากาศทางช่อง5มีคุณไตรเทพเทวพรินทร์เป็นผู้กำกับต่อมาคุณไตรเทพจึงชวนให้เขาเล่นละครพิอาชีพโดยแนะนำให้รู้จักกับคุณกนกวันด่านอุดมดาราดังซึ่งเป็นผู้จัดละคร

ดังในขณะนั้นด้วยเรื่องแรกที่เขาได้เล่นคือเรื่องเถาวันสวาทและมีอีกหลายๆเรื่องเช่นตะวันสวาทไฟในซวงมายาเป็นต้นแต่ผลงานละครของเขาบทบาทยังไม่โดดเด่นมากนักเรียกว่ายังไม่ปังยังไม่สร้างชื่อให้เขาเท่าที่ควรเอกลักษณ์ยนบินมาแจ้งเกิดโด่งดังในครั้งแรกก็จากภาพยนตร์เรื่องปริศนาซึ่งเป็นหนังเรื่องแรกของเขานั่นเองผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆที่เอกลักษณ์ยบินได้แสดงก็เช่นเรื่องรักมหาสนุกหัวใจทะลุดินแม่ดอกรักเร่ห์ลูกสาวเถ้าแก่เฮงเป็นต้น

ด้านผลงานเพลงเอกลักษณ์ยนบินได้ออกผลงานชุดแรกในชื่อชุดผมชื่อเอกลักษณ์โดยการสนับสนุนของคุณวันชัยโรจนแสงรัตน์นักข่าวบันเทิงDailyMirrorและคุณธรรมนูญปุงคานนท์ในชุดแรกนี้มีเพลงที่น่าสนใจเช่นเพลงฟ้าเปลี่ยนสีเมื่อต้อง ้าความรักเป็นของเราฉันซิรักจริงเป็นต้นก่อนเราเคยรักกันสุขสสรึใจผลงานเพลงชุดที่2ของเอกลักษณ์ยูบินคือชุดฉันเองความเลนคอยเวนักวอย่างไรก็ตามผลงานเพลงของเขาไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่นักเอกลักษณ์ยนต์บินมีผลงานการแสดงละครมาก

มายหลายเรื่องนอกจากที่กล่าวมาข้างต้นก็มีเรื่องน้ำผึ่งขมทางช่อง7สีในปี2529เรื่องวซนช่อง7สีเรื่องชนีน้อยช่อง3เรื่องสลักจิตช่อง5ละครเรื่องเสราดารันช่อง7ในปี2538เป็นที่น่าเศร้าและน่าเสียดายเร็วเกินทำใจสำหรับแฟนๆของเขาเมื่อโจจูเอกลักษณ์ยนระบินก็เสียชีวิตด้วยโรคไตวายเชียบพลันเมื่อวันที่2พฤษภาคมปี2538ขณะที่เขามีอายุเพียง35ปี11เดือนบางแห่งจึงระบุว่าเขาจากไปในวัยเพียง36ปีหากเขามีชีวิตอยู่ถึงปัจจุบันเอกลักษณ์ยนบินจะมีอายุ65ปีนี่

คือตำนานดารานักร้องที่เคยสร้างความสุขความบันเทิงให้แฟนๆกาญจนานิ่มนวลกิฟเอกลักษณ์ยลบิน

Related articles

รอยร้าวใต้ผิวน้ำ : เมื่อพายุอำนาจกำลังก่อตัว

ภายนอก ทุกอย่างดูสงบผิวน้ำเรียบ นิ่ง ไร้คลื่นแต่ผู้ที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางอำนาจย่อมรู้ดีว่าความเงียบเช่นนี้ไม่เคยเป็นสัญญาณของความมั่นคงหากคือช่วงเวลาที่แรงดันกำลังสะสมอยู่ใต้ผิวน้ำอย่างเงียบงัน ข่าวลือที่เริ่มเล็ดลอดออกมาจาก “วงในระดับลึก”ไม่ใช่ข่าวที่เกิดจากจินตนาการของคนนอกแต่เป็นแรงสะเทือนที่ส่งตรงมาจากจุดใกล้ศูนย์ถ่วงอำนาจที่สุดเรื่องราวบางอย่างที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมมานานหลายปีกำลังถูกดึงขึ้นมาสู่แสงสว่างทีละเส้น ทีละปม แกนกลางของแรงสั่นสะเทือนครั้งนี้คือรอยร้าวระหว่างสองขั้วอำนาจใหม่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าอยู่ร่วมสนามเดียวกันหรืออย่างน้อยก็สามารถรักษาระยะห่างอย่างปลอดภัยได้แต่วันนี้ เส้นทางของทั้งสองฝ่ายเริ่มแยกออกจากกันอย่างชัดเจนและไม่อาจย้อนกลับไปบรรจบกันได้อีก การชิงไหวชิงพริบการช่วงชิงความไว้วางใจและการจัดสรรผลประโยชน์ที่ไม่สมดุลได้กลายเป็นชนวนเงียบที่กัดกินโครงสร้างจากภายในความไม่ไว้ใจค่อย ๆ แทนที่คำว่า “พันธมิตร”และความเงียบเริ่มดังยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ ทว่า สิ่งที่ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นหลายเท่าตัวไม่ใช่เพียงความขัดแย้งของผู้เล่นหน้าใหม่แต่คือการขยับตัวของ “เงาเก่า”ขั้วอำนาจที่เคยหายไปจากกระดานหรือถูกผลักออกไปอยู่นอกฉากกำลังส่งสัญญาณการกลับมาอย่างช้า ๆ แต่หนักแน่น ชื่อที่ไม่ควรถูกเอ่ยกลับถูกกระซิบซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวงสนทนาปิดไม่ใช่ในฐานะอดีตแต่ในฐานะตัวแปรที่สามารถเปลี่ยนดุลอำนาจได้ในพริบตาการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหากเป็นจังหวะเวลาที่ถูกคำนวณมาอย่างรอบคอบ เมื่อรอยร้าวเดิมยังไม่ทันสมานแรงกดดันจากขั้วอำนาจเก่าก็ถาโถมเข้ามาโครงสร้างที่เคยดูแข็งแรงจึงเริ่มเปราะบางอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในเกมอำนาจ ไม่มีใครเป็นผู้ล่าตลอดไปและไม่มีใครเป็นเหยื่อตลอดกาล ผู้ที่เคยถือไพ่เหนือกว่าอาจกำลังประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไปเพราะเกมครั้งนี้ไม่ได้เล่นกันซึ่งหน้าแต่เป็นการบ่อนทำลายอย่างเงียบเชียบตัดฐาน ตัดความชอบธรรมและสั่นคลอนความภักดีของผู้คนทีละน้อย สัญญาณหนึ่งที่น่าจับตาคือการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่เคยเงียบผู้ที่เคยรอเวลาเริ่มกลับมารวมตัวกันอีกครั้งความจงรักภักดีเริ่มเปลี่ยนทิศและความเป็นกลางเริ่มถูกแทนที่ด้วยการเลือกข้าง คำถามสำคัญไม่ใช่ “จะเกิดอะไรขึ้น”แต่คือ…

บันทึกหนึ่งในห้วงเวลาร่วมสมัย

ปลายเดือนกันยายน ปีพุทธศักราช 2566ประกาศจากราชกิจจานุเบกษาปรากฏต่อสาธารณะเป็นถ้อยคำทางราชการที่เคร่งครัด สุขุม และเป็นไปตามบทกฎหมายว่าด้วยการแต่งตั้งนายทหารและนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรให้ดำรงตำแหน่งราชองครักษ์พิเศษ ตามอำนาจแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องรายชื่อหลายสิบรายถูกบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของกลไกความมั่นคงที่ดำเนินต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ในบรรดารายชื่อเหล่านั้นมีนายทหารระดับสูงผู้หนึ่งที่สังคมคุ้นชื่อจากบทบาทในพื้นที่ชายแดน และจากคำบอกเล่าของผู้ใต้บังคับบัญชาเขาเคยถ่ายทอดเรื่องราวจากแนวหน้าเล่าถึงทหารที่ยืนอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอนแต่ยังยึดมั่นในหน้าที่ ด้วยหัวใจที่ผูกพันกับผืนแผ่นดิน คำพูดของเขาไม่ได้หรูหราหากเต็มไปด้วยน้ำเสียงของผู้ที่อยู่กับความจริงทหารแนวหน้าไม่ได้ร้องขอสิ่งใดมากไปกว่ากำลังใจเพราะสิ่งที่พวกเขาแบกรับอยู่แล้วคือภาระของการปกป้องอธิปไตยและการยืนหยัดในพื้นที่ที่บรรพบุรุษเคยรักษาไว้ด้วยชีวิต ในมุมหนึ่งของโครงสร้างรัฐความเป็นกองทัพยังคงดำเนินไปตามบทบาทเดิมห่างจากการเมืองตามที่หลายฝ่ายย้ำยืนยันนายทหารผู้นั้นกล่าวชัดเจนว่าแม้จะมีผู้ทาบทามจากหลายทิศทางเขาเลือกที่จะวางตนอยู่ในกรอบของหน้าที่รักษาระยะห่างจากอำนาจที่เปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา อีกด้านหนึ่งของเรื่องราวคือเสียงสะท้อนจากประชาชนผู้หนึ่งซึ่งเคยมีความรู้สึกไม่เข้าใจ ไม่เห็นด้วยต่อสถาบันที่อยู่เหนือการเมืองเขาเล่าว่า ครั้งหนึ่งเคยปฏิเสธพิธีการสำคัญในชีวิตด้วยความรู้สึกต่อต้านที่ยังไม่ผ่านการใคร่ครวญ แต่เมื่อเวลาผ่านไปการค้นคว้า การรับฟัง และการแยกแยะข่าวลือออกจากข้อเท็จจริงทำให้ทัศนะของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนจากความไม่ชอบ กลายเป็นความเข้าใจจากความเข้าใจ กลายเป็นความเคารพ เขาเลือกเล่าเฉพาะสิ่งที่เห็นว่าเป็นสาระและละเว้นรายละเอียดที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกไม่ใช่เพราะไม่มีเรื่องให้พูดแต่เพราะเชื่อว่า ความเงียบในบางเรื่องอาจเป็นการปกป้องส่วนรวมได้ดีกว่าคำอธิบายยืดยาว เรื่องราวทั้งหมดเมื่อมองจากระยะห่างสะท้อนภาพของสังคมที่ยังคงตั้งคำถามยังคงถกเถียงและยังคงแสวงหาความหมายของคำว่า “ความมั่นคง”ในโลกที่ข้อมูล ข่าวสาร และอารมณ์ไหลเร็วกว่าการไตร่ตรอง…

คำสาปสายเลือด : จากความรุ่งโรจน์ในรัชกาลที่ 5 สู่ทางตันในรัชกาลที่ 6

ราชวงศ์จักรีเคยดูมั่นคงราวกับภูผาหินที่ไม่มีวันพังทลายสายเลือดแผ่ขยาย กิ่งก้านสาขาแตกแขนงไปทั่วแผ่นดินในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชโอรสและพระราชธิดารวมกันถึงเจ็ดสิบเจ็ดพระองค์ภาพของราชสำนักในวันนั้นคือความอุดมสมบูรณ์ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า “การขาดทายาท” จะกลายเป็นปัญหาได้ แต่กาลเวลาไม่เคยปรานีใครเมื่อแผ่นดินเปลี่ยนผ่านสู่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวความอุดมสมบูรณ์กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันกษัตริย์ผู้มีพระญาติพี่น้องร่วมแปดสิบพระองค์กลับต้องทรงครองราชย์อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางคำถามที่ค่อย ๆ กัดกินความมั่นคงของบัลลังก์ รัชกาลที่ 6 ไม่ใช่กษัตริย์ที่อ่อนแอแต่พระองค์คือผลผลิตของโลกสมัยใหม่ทรงเติบโตมากับแนวคิดตะวันตกความเชื่อเรื่องผัวเดียวเมียเดียวและอุดมคติของการมีคู่ชีวิตที่เป็น “คู่คิด” ไม่ใช่เพียงผู้ให้กำเนิดทายาทขณะเดียวกัน จารีตของราชสำนักกลับเรียกร้องสิ่งตรงกันข้ามความขัดแย้งนี้ค่อย ๆ บีบรัดพระราชหฤทัยจนกลายเป็นวิกฤตที่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรง ๆ เวลาผ่านไป สุขภาพของพระองค์เริ่มถดถอยร่างกายส่งสัญญาณอันตรายขณะที่กระดานอำนาจยังไร้ตัวหมากสำคัญที่สุด—รัชทายาททุกสายตาเริ่มหันไปมองทางเลือกสุดท้ายและในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตสตรีสามัญชนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในประวัติศาสตร์นามของเธอคือ “คุณเครือแก้ว อภัยวงศ์” การสถาปนาเธอขึ้นเป็นพระนางเจ้าไม่ใช่เพียงเรื่องของความรักแต่คือการเดินหมากครั้งสุดท้ายของกษัตริย์เพื่อรักษาสายเลือดของตนไว้กับแผ่นดินหากทารกในครรภ์เป็นพระราชโอรสอำนาจจะถูกดึงกลับมาสู่สายตรงของรัชกาลที่ 6และระบอบผู้สำเร็จราชการจะถือกำเนิดขึ้นทันที แต่โชคชะตาไม่เคยอยู่ใต้การควบคุมของผู้ใดคืนวันที่ 24 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2468พระราชวังกำลังเผชิญการสวนทางของชีวิตและความตายห้องหนึ่งคือกษัตริย์ผู้ใกล้สิ้นลมอีกห้องคือการต่อสู้ของสตรีผู้กำลังให้กำเนิดชีวิตใหม่ทั้งราชสำนักหยุดหายใจรอคำตอบเพียงคำเดียว…

เจ้าหญิงที่โลกคาดหวัง… แต่โชคชะตากลับทำให้เธอเงียบหาย

เช้า วัน ที่ 7 ธันวาคม พ.ธศักราช ศักราช 2521 สาย ลม ปลาย ปี เย็น สบาย ใน พระนคร วัน นั้น มี แสง หนึ่ง เกิด ขึ้น ใน ราชสำนัก ดุสิต เธอ มี พระ นาม ว่า…

วีดีโอ โปรโมท เปิดโปง! งบ 4 หมื่นล้าน ‘เสี่ยโอ’ ฉาวหนัก ‘กบ’ เอาเลี้ยงผัวฝรั่งเศส

ถ้า มัน พรรค ไหน ก็ ตาม ถ้า มัน ลด เพดาน มาตรา 112 เรา ก็ ต้อง สู้ เรา ก็ ต้อง ดัน ต่อ ผม ต้อง เพิ่ม เพดาน ครับ เพิ่ม เพดาน โทษ…

วีดีโอ โปรโมท “เสี่ยโอ” ไม่ทน! ดึง “ชาย 4” กลับไทย เปิดศึกท้าชนวงการ!

อ้วน อ้ว้น อิน 3อ ก็ กลับ มา แล้ว เออ มี นัยยะ อะไร เปล่า อาจารย์ มี นยะ อะไร มี สิ ที นี้ ไอ้ ที่ เขา คาด การณ์ กัน ว่า พอ…