“ลอบปลงพระชนม์”!!เหตุผล “พระเจ้าอยู่หัว” ประทับ”เยอรมัน”

ม.คม.คอ.หม่อมราชวงศ์จิระที่กรมกิติยากรเผยพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่10ประทับอยู่ณมันบ่อยเพราะต้องเลี่ยงเหตุลอบปลงพระชนม์เตือนสติไม่หูเบาฟังความข้างเดียวจะตกอยู่ในห้วงของความเกรดchunจะทำตัวเป็นศาลตัดสินผู้อื่นหม่อมราชวงศ์จิราที่คมกิติยากรได้โพสต์ข้อความผ่านFacebookเล่าถึงสถานการณ์ที่มีคนถ่ายร่วมมือกับฝรั่งจะล้มล้างสถาบันทั้งอ้างอิงถึงการไปเยอรมนีซึ่งมีข้อเท็จจริงที่ประชาชนจะต้องรับรู้ร่วมกันว่าที่พวกฝรั่ง

ออสเตรเลียร่วมมือกับพวกคอยล้มล้างสถาบันพูดว่ารัชกาลที่10เอาแต่ไปอยู่เยอรมันและใส่ร้ายพระองค์หลายเรื่องโดยไม่รู้เบื้องหลังความจริงมีพี่คนหนึ่งเล่าให้ฟังว่าการที่ท่านไปอยู่เยอรมันบ่อยในช่วงก่อนเพราะพระองค์ท่านเข้ามาสังคายนาพวกกลางและโกงกินในวางและผู้ที่ถูกลงโทษมีความเจ็บแค้นอ่าคิดลอบปลงพระชนม์ก็ต้องป้องกันไว้ก่อนโดยเฉพาะเรื่องอาหารคนจำนวนมากไม่รู้ว่ารัชกาลที่10ท่านทรงงานอย่างที่ไม่ได้เปิดเผยหรือโฆษณา

ประชาสัมพันธ์อะไรและท่านมีดุลพินิจที่ดีมากและทีมการที่ท่านเลือกก็เป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพสูงขยันอดทนและมีดุลพินิจที่ดีมากด้วยเช่นกันเราเคยทำงานบริษัทหนึ่งและถูกส่งตัวไปช่วยงานที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์พวกเรายังแอบครึ่งเลยที่พระองค์ท่านคอมเมนต์ปิดหลายเรื่องด้วยลายพระหัตถ์ของท่านเองอย่างรอบคอบแถมซ้ำที่ดินใจกลางเมืองหลายแห่งที่เหลืออยู่นั้นทางเอกชนบางรายจ้องจะประมูลเข้าไปเช่าทำธุรกิจแต่เมื่อท่าน

Có thể là hình ảnh về ‎văn bản cho biết '‎ح "ลอบปลงพระชนม์"! Ελρς เหตุผล "พระเจ้าอยู่หัว" ยู่หั้" ประทับ"เยอรมัน" ประทับ" เยวรมัน'‎'‎

ขึ้นของราดกลับเอาที่ดินPrimeareaใจกลางเมืองหลายแห่งมาทำประโยชน์สาธารณะเช่นสนามม้านางเลิ้ง300กว่าไร่พวกkkkเคยจ้องจะมาเช่าไปทำธุรกิจใหญ่โตแต่ตอนนี้รัชกาลที่เขาส่งประธานให้ทำเป็นสวนสาธารณะเห็นใหม่ให้ชาวกทม.เป็นสวนเฉลิมพระเกียรติหรอก9ซึ่งมีขนาดเกือบเท่าสวนลุมที่ดินแถวเพราะปลาติดคลองลาดพร้าวจำนวน80ไร่พวกเราเคยได้รับมอบหมายให้ช่วยศึกษาดูว่าควรจะนำมาทำโครงการอะไรดีแต่พอท่านทรงขึ้นครองราชย์ทรงตัดสินใจยก

ที่ดินทำเลทองนี้ให้กับกองทัพบกเพื่อทำเป็นพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าไปเลยแล้วที่ชาวบ้านเคยบ่นว่าส่งเอาคืนที่ดินสวนสัตว์ดุสิตแล้วจัดที่ดินใหม่ให้ไปอยู่ชานเมืองแต่เราหารู้ไม่ว่ากำลังทรงดำริให้มีโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลในที่ดินตรงนี้แทนเพราะโรงพยาบาลในใจกลางเมืองกทมไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนแล้วลองคิดดูสิว่าระหว่างโรงพยาบาลที่มีความจำเป็นต่อราษฎรที่หนาแน่นในใจกลางเมืองกับสวนสัตว์ที่จำเจอะไรจะมีประโยชน์กว่ากันส่วนการ

เรียนรู้ขอมีเด็กที่ต้องการไปสวนสัตว์เราสามารถเดินทางออกไปชานหมื่นอีกหน่อยเดียวจะรื่นรมย์กว่าไหมส่วนการปรับปรุงพื้นที่พระราชวังสวนจิตรลดาที่หลายคนบอกว่าทรงสั่งให้เคลียร์พื้นที่ทดลองโครงการในพระราชดำริของรัชการที่9ไปหมดเลยแต่เราลองคิดดูสิว่าโครงการเหล่านั้นพระชนกท่านทรงทำสำเร็จแล้วและได้ส่งต่อผลการทดลองออกไปสอนชาวบ้านตามสถานที่จริงแล้วพวกประเทศและมีการต่อยอดการเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ออกไปอย่างกว้างขวางแล้วเรายังจะเก็บพื้น

ที่ในวางให้เป็นแบบนี้เพียงแค่ให้เป็นที่ระลึกเท่านั้นหรือในเมื่อการทดลองสำเร็จไปหมดแล้วทำไมเราไม่เอามาปรับปรุงเพื่อดูว่าควรจะทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อไปหรืออย่างน้อยก็ควรปรับให้กลับมาเป็นพระราชวังที่ดูดีอีกครั้งและพวกคนในวังที่ทุจริตจะได้ถูกถอดถอนออกไปด้วยเลยพระองค์ท่านมีความกล้าหาญที่จะการทุจริตและกล้าที่จะสั่งช้างและมีความหนักแน่นต่อคำใส่ร้ายนินทาเท่าที่ได้ประสบมาจะเห็นได้ว่ากษัตริย์องค์นี้มีดุลพินิจที่ดีมากและได้

ทรงเห็นแก่ตัวอย่างที่หลายคนนินทาเลยการที่ทรงมีความกล้าหาญที่จะออกมาจัดการทรัพย์สมบัติที่เป็นมรดกตกทอดของบูรพกษัตริย์ไทยมันไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวเลยแต่เป็นสิทธิโดยชอบธรรมและความใจกว้างของพระองค์ท่านมากกว่าที่ยินดีเอาที่ดินทรัพย์มรดกของพระองค์ท่านหลายหมื่นล้านและทำประโยชน์ให้กับสังคมไทยอย่างใจกว้างมากภาคเราไม่มีอคติและมีใจเป็นกลางเราจะเห็นอะไรดีๆมากมายที่บูรพกษัตริย์ไทยได้ทำประโยชน์ให้กับประชาชนแต่ถ้าเราหูเบา

ฟังความข้างเดียวและถูกปลูกฝั่งชุดความคิดที่มีอคติเข้าข้างตัวเราเราจะตกอยู่ในห้วงแห่งความเกลียดชังก้าวร้าวทำตัวเป็นสผู้ที่ต้องการตัดสินผู้อื่นอย่างเมามันและตกเป็นเครื่องมือของคนที่ไม่หวังดีต่อความมั่นคงของชาติอย่างน่าเสียใจม.ค[เพลง]ม.ค[เพลง]พ.ยอิอิ[เพลง]ม.คก็ฝากกดlikeกดShareกดSubscribeเพื่อไม่พลาดข้อมูลข่าวสารและสถานการณ์สำคัญท่านทุกเหตุการณ์พร้อมด้วยการวิเคราะห์เจาะลึกทุกข้อมูลข่าวสารเพื่ออนาคตที่ดีของประเทศไทยจากทิศทางไทย

Related articles

รอยร้าวใต้ผิวน้ำ : เมื่อพายุอำนาจกำลังก่อตัว

ภายนอก ทุกอย่างดูสงบผิวน้ำเรียบ นิ่ง ไร้คลื่นแต่ผู้ที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางอำนาจย่อมรู้ดีว่าความเงียบเช่นนี้ไม่เคยเป็นสัญญาณของความมั่นคงหากคือช่วงเวลาที่แรงดันกำลังสะสมอยู่ใต้ผิวน้ำอย่างเงียบงัน ข่าวลือที่เริ่มเล็ดลอดออกมาจาก “วงในระดับลึก”ไม่ใช่ข่าวที่เกิดจากจินตนาการของคนนอกแต่เป็นแรงสะเทือนที่ส่งตรงมาจากจุดใกล้ศูนย์ถ่วงอำนาจที่สุดเรื่องราวบางอย่างที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมมานานหลายปีกำลังถูกดึงขึ้นมาสู่แสงสว่างทีละเส้น ทีละปม แกนกลางของแรงสั่นสะเทือนครั้งนี้คือรอยร้าวระหว่างสองขั้วอำนาจใหม่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าอยู่ร่วมสนามเดียวกันหรืออย่างน้อยก็สามารถรักษาระยะห่างอย่างปลอดภัยได้แต่วันนี้ เส้นทางของทั้งสองฝ่ายเริ่มแยกออกจากกันอย่างชัดเจนและไม่อาจย้อนกลับไปบรรจบกันได้อีก การชิงไหวชิงพริบการช่วงชิงความไว้วางใจและการจัดสรรผลประโยชน์ที่ไม่สมดุลได้กลายเป็นชนวนเงียบที่กัดกินโครงสร้างจากภายในความไม่ไว้ใจค่อย ๆ แทนที่คำว่า “พันธมิตร”และความเงียบเริ่มดังยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ ทว่า สิ่งที่ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นหลายเท่าตัวไม่ใช่เพียงความขัดแย้งของผู้เล่นหน้าใหม่แต่คือการขยับตัวของ “เงาเก่า”ขั้วอำนาจที่เคยหายไปจากกระดานหรือถูกผลักออกไปอยู่นอกฉากกำลังส่งสัญญาณการกลับมาอย่างช้า ๆ แต่หนักแน่น ชื่อที่ไม่ควรถูกเอ่ยกลับถูกกระซิบซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวงสนทนาปิดไม่ใช่ในฐานะอดีตแต่ในฐานะตัวแปรที่สามารถเปลี่ยนดุลอำนาจได้ในพริบตาการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหากเป็นจังหวะเวลาที่ถูกคำนวณมาอย่างรอบคอบ เมื่อรอยร้าวเดิมยังไม่ทันสมานแรงกดดันจากขั้วอำนาจเก่าก็ถาโถมเข้ามาโครงสร้างที่เคยดูแข็งแรงจึงเริ่มเปราะบางอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในเกมอำนาจ ไม่มีใครเป็นผู้ล่าตลอดไปและไม่มีใครเป็นเหยื่อตลอดกาล ผู้ที่เคยถือไพ่เหนือกว่าอาจกำลังประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไปเพราะเกมครั้งนี้ไม่ได้เล่นกันซึ่งหน้าแต่เป็นการบ่อนทำลายอย่างเงียบเชียบตัดฐาน ตัดความชอบธรรมและสั่นคลอนความภักดีของผู้คนทีละน้อย สัญญาณหนึ่งที่น่าจับตาคือการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่เคยเงียบผู้ที่เคยรอเวลาเริ่มกลับมารวมตัวกันอีกครั้งความจงรักภักดีเริ่มเปลี่ยนทิศและความเป็นกลางเริ่มถูกแทนที่ด้วยการเลือกข้าง คำถามสำคัญไม่ใช่ “จะเกิดอะไรขึ้น”แต่คือ…

บันทึกหนึ่งในห้วงเวลาร่วมสมัย

ปลายเดือนกันยายน ปีพุทธศักราช 2566ประกาศจากราชกิจจานุเบกษาปรากฏต่อสาธารณะเป็นถ้อยคำทางราชการที่เคร่งครัด สุขุม และเป็นไปตามบทกฎหมายว่าด้วยการแต่งตั้งนายทหารและนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรให้ดำรงตำแหน่งราชองครักษ์พิเศษ ตามอำนาจแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องรายชื่อหลายสิบรายถูกบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของกลไกความมั่นคงที่ดำเนินต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ในบรรดารายชื่อเหล่านั้นมีนายทหารระดับสูงผู้หนึ่งที่สังคมคุ้นชื่อจากบทบาทในพื้นที่ชายแดน และจากคำบอกเล่าของผู้ใต้บังคับบัญชาเขาเคยถ่ายทอดเรื่องราวจากแนวหน้าเล่าถึงทหารที่ยืนอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอนแต่ยังยึดมั่นในหน้าที่ ด้วยหัวใจที่ผูกพันกับผืนแผ่นดิน คำพูดของเขาไม่ได้หรูหราหากเต็มไปด้วยน้ำเสียงของผู้ที่อยู่กับความจริงทหารแนวหน้าไม่ได้ร้องขอสิ่งใดมากไปกว่ากำลังใจเพราะสิ่งที่พวกเขาแบกรับอยู่แล้วคือภาระของการปกป้องอธิปไตยและการยืนหยัดในพื้นที่ที่บรรพบุรุษเคยรักษาไว้ด้วยชีวิต ในมุมหนึ่งของโครงสร้างรัฐความเป็นกองทัพยังคงดำเนินไปตามบทบาทเดิมห่างจากการเมืองตามที่หลายฝ่ายย้ำยืนยันนายทหารผู้นั้นกล่าวชัดเจนว่าแม้จะมีผู้ทาบทามจากหลายทิศทางเขาเลือกที่จะวางตนอยู่ในกรอบของหน้าที่รักษาระยะห่างจากอำนาจที่เปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา อีกด้านหนึ่งของเรื่องราวคือเสียงสะท้อนจากประชาชนผู้หนึ่งซึ่งเคยมีความรู้สึกไม่เข้าใจ ไม่เห็นด้วยต่อสถาบันที่อยู่เหนือการเมืองเขาเล่าว่า ครั้งหนึ่งเคยปฏิเสธพิธีการสำคัญในชีวิตด้วยความรู้สึกต่อต้านที่ยังไม่ผ่านการใคร่ครวญ แต่เมื่อเวลาผ่านไปการค้นคว้า การรับฟัง และการแยกแยะข่าวลือออกจากข้อเท็จจริงทำให้ทัศนะของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนจากความไม่ชอบ กลายเป็นความเข้าใจจากความเข้าใจ กลายเป็นความเคารพ เขาเลือกเล่าเฉพาะสิ่งที่เห็นว่าเป็นสาระและละเว้นรายละเอียดที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกไม่ใช่เพราะไม่มีเรื่องให้พูดแต่เพราะเชื่อว่า ความเงียบในบางเรื่องอาจเป็นการปกป้องส่วนรวมได้ดีกว่าคำอธิบายยืดยาว เรื่องราวทั้งหมดเมื่อมองจากระยะห่างสะท้อนภาพของสังคมที่ยังคงตั้งคำถามยังคงถกเถียงและยังคงแสวงหาความหมายของคำว่า “ความมั่นคง”ในโลกที่ข้อมูล ข่าวสาร และอารมณ์ไหลเร็วกว่าการไตร่ตรอง…

คำสาปสายเลือด : จากความรุ่งโรจน์ในรัชกาลที่ 5 สู่ทางตันในรัชกาลที่ 6

ราชวงศ์จักรีเคยดูมั่นคงราวกับภูผาหินที่ไม่มีวันพังทลายสายเลือดแผ่ขยาย กิ่งก้านสาขาแตกแขนงไปทั่วแผ่นดินในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชโอรสและพระราชธิดารวมกันถึงเจ็ดสิบเจ็ดพระองค์ภาพของราชสำนักในวันนั้นคือความอุดมสมบูรณ์ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า “การขาดทายาท” จะกลายเป็นปัญหาได้ แต่กาลเวลาไม่เคยปรานีใครเมื่อแผ่นดินเปลี่ยนผ่านสู่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวความอุดมสมบูรณ์กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันกษัตริย์ผู้มีพระญาติพี่น้องร่วมแปดสิบพระองค์กลับต้องทรงครองราชย์อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางคำถามที่ค่อย ๆ กัดกินความมั่นคงของบัลลังก์ รัชกาลที่ 6 ไม่ใช่กษัตริย์ที่อ่อนแอแต่พระองค์คือผลผลิตของโลกสมัยใหม่ทรงเติบโตมากับแนวคิดตะวันตกความเชื่อเรื่องผัวเดียวเมียเดียวและอุดมคติของการมีคู่ชีวิตที่เป็น “คู่คิด” ไม่ใช่เพียงผู้ให้กำเนิดทายาทขณะเดียวกัน จารีตของราชสำนักกลับเรียกร้องสิ่งตรงกันข้ามความขัดแย้งนี้ค่อย ๆ บีบรัดพระราชหฤทัยจนกลายเป็นวิกฤตที่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรง ๆ เวลาผ่านไป สุขภาพของพระองค์เริ่มถดถอยร่างกายส่งสัญญาณอันตรายขณะที่กระดานอำนาจยังไร้ตัวหมากสำคัญที่สุด—รัชทายาททุกสายตาเริ่มหันไปมองทางเลือกสุดท้ายและในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตสตรีสามัญชนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในประวัติศาสตร์นามของเธอคือ “คุณเครือแก้ว อภัยวงศ์” การสถาปนาเธอขึ้นเป็นพระนางเจ้าไม่ใช่เพียงเรื่องของความรักแต่คือการเดินหมากครั้งสุดท้ายของกษัตริย์เพื่อรักษาสายเลือดของตนไว้กับแผ่นดินหากทารกในครรภ์เป็นพระราชโอรสอำนาจจะถูกดึงกลับมาสู่สายตรงของรัชกาลที่ 6และระบอบผู้สำเร็จราชการจะถือกำเนิดขึ้นทันที แต่โชคชะตาไม่เคยอยู่ใต้การควบคุมของผู้ใดคืนวันที่ 24 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2468พระราชวังกำลังเผชิญการสวนทางของชีวิตและความตายห้องหนึ่งคือกษัตริย์ผู้ใกล้สิ้นลมอีกห้องคือการต่อสู้ของสตรีผู้กำลังให้กำเนิดชีวิตใหม่ทั้งราชสำนักหยุดหายใจรอคำตอบเพียงคำเดียว…

เจ้าหญิงที่โลกคาดหวัง… แต่โชคชะตากลับทำให้เธอเงียบหาย

เช้า วัน ที่ 7 ธันวาคม พ.ธศักราช ศักราช 2521 สาย ลม ปลาย ปี เย็น สบาย ใน พระนคร วัน นั้น มี แสง หนึ่ง เกิด ขึ้น ใน ราชสำนัก ดุสิต เธอ มี พระ นาม ว่า…

วีดีโอ โปรโมท เปิดโปง! งบ 4 หมื่นล้าน ‘เสี่ยโอ’ ฉาวหนัก ‘กบ’ เอาเลี้ยงผัวฝรั่งเศส

ถ้า มัน พรรค ไหน ก็ ตาม ถ้า มัน ลด เพดาน มาตรา 112 เรา ก็ ต้อง สู้ เรา ก็ ต้อง ดัน ต่อ ผม ต้อง เพิ่ม เพดาน ครับ เพิ่ม เพดาน โทษ…

วีดีโอ โปรโมท “เสี่ยโอ” ไม่ทน! ดึง “ชาย 4” กลับไทย เปิดศึกท้าชนวงการ!

อ้วน อ้ว้น อิน 3อ ก็ กลับ มา แล้ว เออ มี นัยยะ อะไร เปล่า อาจารย์ มี นยะ อะไร มี สิ ที นี้ ไอ้ ที่ เขา คาด การณ์ กัน ว่า พอ…