บันทึกหนึ่งในห้วงเวลาร่วมสมัย

ปลายเดือนกันยายน ปีพุทธศักราช 2566
ประกาศจากราชกิจจานุเบกษาปรากฏต่อสาธารณะ
เป็นถ้อยคำทางราชการที่เคร่งครัด สุขุม และเป็นไปตามบทกฎหมาย
ว่าด้วยการแต่งตั้งนายทหารและนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร
ให้ดำรงตำแหน่งราชองครักษ์พิเศษ ตามอำนาจแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
รายชื่อหลายสิบรายถูกบันทึกไว้
เป็นส่วนหนึ่งของกลไกความมั่นคงที่ดำเนินต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน

ในบรรดารายชื่อเหล่านั้น
มีนายทหารระดับสูงผู้หนึ่งที่สังคมคุ้นชื่อ
จากบทบาทในพื้นที่ชายแดน และจากคำบอกเล่าของผู้ใต้บังคับบัญชา
เขาเคยถ่ายทอดเรื่องราวจากแนวหน้า
เล่าถึงทหารที่ยืนอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอน
แต่ยังยึดมั่นในหน้าที่ ด้วยหัวใจที่ผูกพันกับผืนแผ่นดินCó thể là hình ảnh về ‎văn bản cho biết '‎เสี่ยอตา เียอตายทั้งเป็น! ح‎'‎

คำพูดของเขาไม่ได้หรูหรา
หากเต็มไปด้วยน้ำเสียงของผู้ที่อยู่กับความจริง
ทหารแนวหน้าไม่ได้ร้องขอสิ่งใดมากไปกว่ากำลังใจ
เพราะสิ่งที่พวกเขาแบกรับอยู่แล้ว
คือภาระของการปกป้องอธิปไตย
และการยืนหยัดในพื้นที่ที่บรรพบุรุษเคยรักษาไว้ด้วยชีวิต

ในมุมหนึ่งของโครงสร้างรัฐ
ความเป็นกองทัพยังคงดำเนินไปตามบทบาทเดิม
ห่างจากการเมืองตามที่หลายฝ่ายย้ำยืนยัน
นายทหารผู้นั้นกล่าวชัดเจนว่า
แม้จะมีผู้ทาบทามจากหลายทิศทาง
เขาเลือกที่จะวางตนอยู่ในกรอบของหน้าที่
รักษาระยะห่างจากอำนาจที่เปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา

อีกด้านหนึ่งของเรื่องราว
คือเสียงสะท้อนจากประชาชนผู้หนึ่ง
ซึ่งเคยมีความรู้สึกไม่เข้าใจ ไม่เห็นด้วย
ต่อสถาบันที่อยู่เหนือการเมือง
เขาเล่าว่า ครั้งหนึ่งเคยปฏิเสธพิธีการสำคัญในชีวิต
ด้วยความรู้สึกต่อต้านที่ยังไม่ผ่านการใคร่ครวญ

แต่เมื่อเวลาผ่านไป
การค้นคว้า การรับฟัง และการแยกแยะข่าวลือออกจากข้อเท็จจริง
ทำให้ทัศนะของเขาค่อย ๆ เปลี่ยน
จากความไม่ชอบ กลายเป็นความเข้าใจ
จากความเข้าใจ กลายเป็นความเคารพ

เขาเลือกเล่าเฉพาะสิ่งที่เห็นว่าเป็นสาระ
และละเว้นรายละเอียดที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยก
ไม่ใช่เพราะไม่มีเรื่องให้พูด
แต่เพราะเชื่อว่า ความเงียบในบางเรื่อง
อาจเป็นการปกป้องส่วนรวมได้ดีกว่าคำอธิบายยืดยาว

เรื่องราวทั้งหมด
เมื่อมองจากระยะห่าง
สะท้อนภาพของสังคมที่ยังคงตั้งคำถาม
ยังคงถกเถียง
และยังคงแสวงหาความหมายของคำว่า “ความมั่นคง”
ในโลกที่ข้อมูล ข่าวสาร และอารมณ์
ไหลเร็วกว่าการไตร่ตรอง

ท้ายที่สุด
สิ่งที่หลงเหลืออยู่ไม่ใช่คำตอบตายตัว
แต่คือข้อชวนคิดว่า
ในห้วงเวลาที่สังคมเปราะบาง
การใช้สติ การตรวจสอบข้อมูล
และการเคารพความเห็นที่แตกต่าง
อาจเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญไม่แพ้สิ่งใด

Related articles

รอยร้าวใต้ผิวน้ำ : เมื่อพายุอำนาจกำลังก่อตัว

ภายนอก ทุกอย่างดูสงบผิวน้ำเรียบ นิ่ง ไร้คลื่นแต่ผู้ที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางอำนาจย่อมรู้ดีว่าความเงียบเช่นนี้ไม่เคยเป็นสัญญาณของความมั่นคงหากคือช่วงเวลาที่แรงดันกำลังสะสมอยู่ใต้ผิวน้ำอย่างเงียบงัน ข่าวลือที่เริ่มเล็ดลอดออกมาจาก “วงในระดับลึก”ไม่ใช่ข่าวที่เกิดจากจินตนาการของคนนอกแต่เป็นแรงสะเทือนที่ส่งตรงมาจากจุดใกล้ศูนย์ถ่วงอำนาจที่สุดเรื่องราวบางอย่างที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมมานานหลายปีกำลังถูกดึงขึ้นมาสู่แสงสว่างทีละเส้น ทีละปม แกนกลางของแรงสั่นสะเทือนครั้งนี้คือรอยร้าวระหว่างสองขั้วอำนาจใหม่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าอยู่ร่วมสนามเดียวกันหรืออย่างน้อยก็สามารถรักษาระยะห่างอย่างปลอดภัยได้แต่วันนี้ เส้นทางของทั้งสองฝ่ายเริ่มแยกออกจากกันอย่างชัดเจนและไม่อาจย้อนกลับไปบรรจบกันได้อีก การชิงไหวชิงพริบการช่วงชิงความไว้วางใจและการจัดสรรผลประโยชน์ที่ไม่สมดุลได้กลายเป็นชนวนเงียบที่กัดกินโครงสร้างจากภายในความไม่ไว้ใจค่อย ๆ แทนที่คำว่า “พันธมิตร”และความเงียบเริ่มดังยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ ทว่า สิ่งที่ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นหลายเท่าตัวไม่ใช่เพียงความขัดแย้งของผู้เล่นหน้าใหม่แต่คือการขยับตัวของ “เงาเก่า”ขั้วอำนาจที่เคยหายไปจากกระดานหรือถูกผลักออกไปอยู่นอกฉากกำลังส่งสัญญาณการกลับมาอย่างช้า ๆ แต่หนักแน่น ชื่อที่ไม่ควรถูกเอ่ยกลับถูกกระซิบซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวงสนทนาปิดไม่ใช่ในฐานะอดีตแต่ในฐานะตัวแปรที่สามารถเปลี่ยนดุลอำนาจได้ในพริบตาการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหากเป็นจังหวะเวลาที่ถูกคำนวณมาอย่างรอบคอบ เมื่อรอยร้าวเดิมยังไม่ทันสมานแรงกดดันจากขั้วอำนาจเก่าก็ถาโถมเข้ามาโครงสร้างที่เคยดูแข็งแรงจึงเริ่มเปราะบางอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในเกมอำนาจ ไม่มีใครเป็นผู้ล่าตลอดไปและไม่มีใครเป็นเหยื่อตลอดกาล ผู้ที่เคยถือไพ่เหนือกว่าอาจกำลังประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไปเพราะเกมครั้งนี้ไม่ได้เล่นกันซึ่งหน้าแต่เป็นการบ่อนทำลายอย่างเงียบเชียบตัดฐาน ตัดความชอบธรรมและสั่นคลอนความภักดีของผู้คนทีละน้อย สัญญาณหนึ่งที่น่าจับตาคือการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่เคยเงียบผู้ที่เคยรอเวลาเริ่มกลับมารวมตัวกันอีกครั้งความจงรักภักดีเริ่มเปลี่ยนทิศและความเป็นกลางเริ่มถูกแทนที่ด้วยการเลือกข้าง คำถามสำคัญไม่ใช่ “จะเกิดอะไรขึ้น”แต่คือ…

คำสาปสายเลือด : จากความรุ่งโรจน์ในรัชกาลที่ 5 สู่ทางตันในรัชกาลที่ 6

ราชวงศ์จักรีเคยดูมั่นคงราวกับภูผาหินที่ไม่มีวันพังทลายสายเลือดแผ่ขยาย กิ่งก้านสาขาแตกแขนงไปทั่วแผ่นดินในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชโอรสและพระราชธิดารวมกันถึงเจ็ดสิบเจ็ดพระองค์ภาพของราชสำนักในวันนั้นคือความอุดมสมบูรณ์ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า “การขาดทายาท” จะกลายเป็นปัญหาได้ แต่กาลเวลาไม่เคยปรานีใครเมื่อแผ่นดินเปลี่ยนผ่านสู่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวความอุดมสมบูรณ์กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันกษัตริย์ผู้มีพระญาติพี่น้องร่วมแปดสิบพระองค์กลับต้องทรงครองราชย์อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางคำถามที่ค่อย ๆ กัดกินความมั่นคงของบัลลังก์ รัชกาลที่ 6 ไม่ใช่กษัตริย์ที่อ่อนแอแต่พระองค์คือผลผลิตของโลกสมัยใหม่ทรงเติบโตมากับแนวคิดตะวันตกความเชื่อเรื่องผัวเดียวเมียเดียวและอุดมคติของการมีคู่ชีวิตที่เป็น “คู่คิด” ไม่ใช่เพียงผู้ให้กำเนิดทายาทขณะเดียวกัน จารีตของราชสำนักกลับเรียกร้องสิ่งตรงกันข้ามความขัดแย้งนี้ค่อย ๆ บีบรัดพระราชหฤทัยจนกลายเป็นวิกฤตที่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรง ๆ เวลาผ่านไป สุขภาพของพระองค์เริ่มถดถอยร่างกายส่งสัญญาณอันตรายขณะที่กระดานอำนาจยังไร้ตัวหมากสำคัญที่สุด—รัชทายาททุกสายตาเริ่มหันไปมองทางเลือกสุดท้ายและในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตสตรีสามัญชนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในประวัติศาสตร์นามของเธอคือ “คุณเครือแก้ว อภัยวงศ์” การสถาปนาเธอขึ้นเป็นพระนางเจ้าไม่ใช่เพียงเรื่องของความรักแต่คือการเดินหมากครั้งสุดท้ายของกษัตริย์เพื่อรักษาสายเลือดของตนไว้กับแผ่นดินหากทารกในครรภ์เป็นพระราชโอรสอำนาจจะถูกดึงกลับมาสู่สายตรงของรัชกาลที่ 6และระบอบผู้สำเร็จราชการจะถือกำเนิดขึ้นทันที แต่โชคชะตาไม่เคยอยู่ใต้การควบคุมของผู้ใดคืนวันที่ 24 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2468พระราชวังกำลังเผชิญการสวนทางของชีวิตและความตายห้องหนึ่งคือกษัตริย์ผู้ใกล้สิ้นลมอีกห้องคือการต่อสู้ของสตรีผู้กำลังให้กำเนิดชีวิตใหม่ทั้งราชสำนักหยุดหายใจรอคำตอบเพียงคำเดียว…

เจ้าหญิงที่โลกคาดหวัง… แต่โชคชะตากลับทำให้เธอเงียบหาย

เช้า วัน ที่ 7 ธันวาคม พ.ธศักราช ศักราช 2521 สาย ลม ปลาย ปี เย็น สบาย ใน พระนคร วัน นั้น มี แสง หนึ่ง เกิด ขึ้น ใน ราชสำนัก ดุสิต เธอ มี พระ นาม ว่า…

วีดีโอ โปรโมท เปิดโปง! งบ 4 หมื่นล้าน ‘เสี่ยโอ’ ฉาวหนัก ‘กบ’ เอาเลี้ยงผัวฝรั่งเศส

ถ้า มัน พรรค ไหน ก็ ตาม ถ้า มัน ลด เพดาน มาตรา 112 เรา ก็ ต้อง สู้ เรา ก็ ต้อง ดัน ต่อ ผม ต้อง เพิ่ม เพดาน ครับ เพิ่ม เพดาน โทษ…

วีดีโอ โปรโมท “เสี่ยโอ” ไม่ทน! ดึง “ชาย 4” กลับไทย เปิดศึกท้าชนวงการ!

อ้วน อ้ว้น อิน 3อ ก็ กลับ มา แล้ว เออ มี นัยยะ อะไร เปล่า อาจารย์ มี นยะ อะไร มี สิ ที นี้ ไอ้ ที่ เขา คาด การณ์ กัน ว่า พอ…

ใครบ้างจะไม่รักศรีรัศมิ์ในวัย 20 ปี? ไร้เดียงสาเหมือนแม่กลายเป็นผู้หญิงที่เย้ายวน

ท่าน ผู้ หญิง ศรีรัตน์ สวดี ที่ เข้า มา ใน วัง ก่อน ทรง ดึง ดูด ใจ สมเด็จ พระ บรมโอรสาธิราช สยามกุฎราชกุมาร รัชกาล ที่ 10 ด้วย รูป ลักษณ์ ที่ ไร้ เดียงสา และ บุคลิก ที่…