เจาะลึกปรากฏการณ์ — ทำไมทักษิณยังครองใจรากหญ้าไม่เสื่อมคลาย

ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยร่วมสมัย หากเอ่ยชื่อของบุคคลที่สร้างแรงสั่นสะเทือนและเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางความคิดของประชาชนได้มากที่สุด ชื่อของ “ทักษิณ ชินวัตร” ย่อมปรากฏขึ้นเป็นลำดับแรก แม้เวลาจะผ่านไปนานกว่าทศวรรษ แม้จะมีความพยายามในการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจ หรือการกำเนิดขึ้นของพรรคการเมืองใหม่ๆ แต่ฐานเสียงสำคัญที่เรียกว่า “คนรากหญ้า” ยังคงมีความผูกพันและศรัทธาในตัวอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้อย่างไม่เสื่อมคลาย ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์ของโครงสร้างทางสังคมและการเมืองที่ถูกกดทับมาอย่างยาวนาน

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงแก่นแท้ของปรากฏการณ์ดังกล่าว วิเคราะห์ถึงสาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมความนิยมนี้จึงยังคงอยู่ และทำไมชุดความคิดที่ว่าประชาชนถูกทำให้ “โง่ จน เจ็บ” จึงกลายเป็นวาทกรรมที่สะท้อนความเจ็บปวดและตื่นรู้ของคนส่วนใหญ่ในประเทศ

ย้อนกลับไปในช่วงที่ทักษิณ ชินวัตร ก้าวขึ้นสู่อำนาจ สิ่งที่เขาทำไม่ใช่เพียงแค่การบริหารประเทศตามระบบราชการเดิม แต่คือการ “เปลี่ยนวิธีคิด” ในการมองประชาชน จากเดิมที่ประชาชนในต่างจังหวัดหรือชนชั้นแรงงานมักถูกมองว่าเป็นผู้รอรับการสงเคราะห์ ทักษิณเปลี่ยนสถานะของพวกเขาให้กลายเป็น “หุ้นส่วน” ของการพัฒนาประเทศCó thể là hình ảnh về văn bản cho biết 'เสี่ยโอ โอ พยักหน้าอย่างภูมิใจ! ภมิใจ! พยักหน้าอ น้าอ ย่าง ทักษิณ เสียง เสียงหนุนล้นเมือง! Kи ล้น เมือง!'

นโยบายสาธารณสุขอย่าง “30 บาทรักษาทุกโรค” ไม่ได้เป็นเพียงแค่สวัสดิการ แต่เป็นการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับคนจน ที่ไม่ต้องล้มละลายหรือนอนรอความตายเพียงเพราะไม่มีเงินรักษา นโยบายกองทุนหมู่บ้าน หรือ OTOP คือการหยิบยื่นโอกาสและเงินทุนใส่มือประชาชนโดยตรง ทำให้พวกเขารู้สึกว่าตนเองมีความสามารถและมีศักยภาพในการสร้างเนื้อสร้างตัว

สิ่งเหล่านี้สร้างความผูกพันที่ลึกซึ้งกว่าการแจกของหรือการโฆษณาชวนเชื่อ เพราะมันคือการยกระดับคุณภาพชีวิตที่จับต้องได้จริง เมื่อประชาชนได้ลิ้มรสของ “โอกาส” และ “ความเท่าเทียม” (แม้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้น) พวกเขาย่อมไม่ต้องการกลับไปสู่จุดเดิม จุดที่ต้องคอยก้มหน้าและรอคอยความเมตตาจากใคร

หนึ่งในประเด็นที่แหลมคมและถูกหยิบยกมาพูดถึงในวงสนทนาทางการเมืองภาคประชาชน คือทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับโครงสร้างอำนาจนิยมที่ต้องการแช่แข็งประเทศไทย ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นผ่านมุมมองที่ว่า มีความพยายามของกลุ่มอำนาจเก่าในการรักษาฐานอำนาจของตนไว้ ด้วยการทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศตกอยู่ในภาวะจำยอม 3 ประการ คือ “โง่ จน และ เจ็บ”

  1. ความโง่ (ในเชิงโครงสร้าง): ไม่ได้หมายถึงระดับสติปัญญา แต่หมายถึงการปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่รอบด้าน การศึกษาที่เน้นการท่องจำมากกว่าการคิดวิเคราะห์ และการปลูกฝังความเชื่อที่ทำให้คนไม่กล้าตั้งคำถามต่อผู้มีอำนาจ การทำให้ประชาชน “ไม่รู้” คือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการปกครอง เพราะเมื่อไม่รู้ถึงสิทธิของตนเอง ก็จะไม่เกิดการเรียกร้อง

  2. ความจน: ความยากจนพันธนาการให้ประชาชนต้องดิ้นรนแบบวันต่อวัน เพื่อปากท้อง เพื่อความอยู่รอด เมื่อคนเราต้องกังวลว่าจะเอาอะไรกินในมื้อต่อไป ก็ย่อมไม่มีเวลามาคิดเรื่องโครงสร้างสังคม เรื่องความยุติธรรม หรือการเมืองระดับมหภาค การกดให้จนคือการตัดกำลังในการต่อสู้ที่ดีที่สุด

  3. ความเจ็บ: ระบบสาธารณสุขที่เหลื่อมล้ำ หรือการเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีที่เป็นไปได้ยาก ทำให้ประชาชนอ่อนแอทั้งร่างกายและจิตใจ ต้องพึ่งพาการสงเคราะห์จากรัฐหรือผู้มีบารมีตลอดเวลา

เมื่อทักษิณเข้ามาและพยายามทำลายวงจรนี้—ให้ความรู้ ให้โอกาสสร้างรายได้ และให้สุขภาพที่ดี—จึงเท่ากับเป็นการไป “รื้อนั่งร้าน” ของโครงสร้างอำนาจเดิมที่วางรากฐานมาอย่างยาวนาน นี่จึงเป็นคำตอบว่าทำไมเขาถึงถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของกลุ่มจารีตนิยม

อีกหนึ่งประเด็นที่มักถูกนำมาโจมตีฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยหรือคนเสื้อแดง คือเรื่องของ “ความกตัญญู” หรือการ “เนรคุณ” วาทกรรมนี้ถูกผลิตซ้ำเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับฝ่ายอนุรักษ์นิยม โดยอ้างว่าแผ่นดินนี้มีบุญคุณ และประชาชนต้องสำนึกในบุญคุณของผู้ปกครอง

อย่างไรก็ตาม ในโลกยุคใหม่ มุมมองต่อเรื่องนี้ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ประชาชนเริ่มตั้งคำถามว่า “ใครกันแน่ที่มีบุญคุณต่อใคร?” ภาษีของประชาชนคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงรัฐและสถาบันต่างๆ หรือไม่? การบริหารประเทศคือ “หน้าที่” ของผู้ได้รับมอบหมาย ไม่ใช่ “บุญคุณ” ที่ต้องตอบแทนด้วยการยอมจำนน

เมื่อทักษิณเข้ามาบริหารประเทศในลักษณะของ CEO ที่มองประชาชนเป็นลูกค้าหรือผู้ถือหุ้น ที่ต้องได้รับการบริการที่ดีที่สุด มันจึงไปขัดแย้งกับวัฒนธรรมการปกครองแบบ “ไพร่-นาย” อย่างรุนแรง ฝ่ายอำนาจนิยมมองว่าการที่ประชาชนแข็งข้อ เรียกร้องสิทธิ และเลิกศรัทธาในระบอบอุปถัมภ์ คือความเนรคุณ แต่สำหรับประชาชนรากหญ้า นี่คือการ “ตาสว่าง” และตระหนักรู้ในสิทธิเสรีภาพของตนเอง

สิ่งที่ตอกย้ำให้ความนิยมในตัวทักษิณและพรรคพวกของเขายังคงอยู่ คือความรู้สึกถึง “ความไม่ยุติธรรม” ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพของการบังคับใช้กฎหมายที่เลือกปฏิบัติ การลงโทษที่รวดเร็วรุนแรงกับฝ่ายหนึ่ง แต่ล่าช้าและแผ่วเบากับอีกฝ่าย เป็นเชื้อไฟที่เติมให้ความขัดแย้งลุกโชน

ตัวเลขความมั่งคั่งที่กระจุกตัวอยู่กับคนเพียงหยิบมือเดียว ในขณะที่คนส่วนใหญ่ของประเทศยังคงดิ้นรนหนีความจน เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ทำให้ข้อกล่าวหาเรื่องการผูกขาดอำนาจเศรษฐกิจของกลุ่มทุนผูกขาดและชนชั้นนำมีน้ำหนักมากขึ้น ประชาชนมองเห็นว่าทรัพยากรของชาติถูกสูบขึ้นไปสู่ยอดพีระมิด ในขณะที่ฐานล่างได้รับเพียงเศษเสี้ยว

การที่ทักษิณถูกกระทำทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการรัฐประหาร การยุบพรรค หรือคดีความต่างๆ ถูกตีความโดยมวลชนรากหญ้าว่า “ไม่ใช่เพราะเขาทำผิด แต่เพราะเขาทำถูกใจประชาชนมากเกินไป” จนไปกระทบชามข้าวของผู้มีอำนาจเดิม ความเห็นอกเห็นใจนี้จึงแปรเปลี่ยนเป็นความภักดีที่ยากจะทำลาย

ตราบใดที่โครงสร้างสังคมไทยยังคงมีความเหลื่อมล้ำมหาศาล ตราบใดที่กฎหมายยังดูเหมือนมีไว้บังคับใช้กับคนจนและศัตรูทางการเมือง และตราบใดที่โอกาสในการลืมตาอ้าปากยังถูกจำกัดอยู่เพียงกลุ่มทุนใหญ่ ชื่อของทักษิณ ชินวัตร ก็จะยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความหวัง และเป็นตัวแทนของการต่อสู้เพื่อปากท้องและศักดิ์ศรีของคนรากหญ้าต่อไป

การพยายามกำจัดตัวบุคคลอาจทำได้ แต่การกำจัด “ความคิด” และ “ความทรงจำ” ที่ประชาชนมีต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ทางออกเดียวที่จะทำให้กระแสนี้ลดลงได้ ไม่ใช่การรัฐประหารหรือนิติสงคราม แต่คือการที่ผู้มีอำนาจในปัจจุบันต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า สามารถดูแลประชาชนได้ดีกว่า หรืออย่างน้อยก็เท่าเทียมกับที่อดีตนายกฯ ผู้นี้เคยทำไว้

หากยังคงใช้วิธีเดิมๆ คือการกดทับ ปิดกั้น และสร้างวาทกรรมแห่งความเกลียดชัง สุดท้ายแล้วแรงกดดันนั้นจะระเบิดออกมา และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่โครงสร้างเดิมไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป

Related articles

เคลื่อนไหวแล้ว! ทูตอิหร่านแจ้งข่าวถึงคนไทย หลังเรือไทยผ่าน “ฮอร์มุซ” อย่างปลอดภัย

วันที่ 25 มีนาคม 2569 สถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย IR Iran Embassy in Bangkok Thailand โพสต์ข้อความผ่านช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการ เพื่อแจ้งต่อประชาชนชาวไทยเกี่ยวกับสถานการณ์การเดินเรือในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่า เราขอแจ้งให้ประชาชนชาวไทยทราบว่า ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างสองประเทศของเราและรัฐสุลต่านโอมาน เรือไทยลำหนึ่งได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างสงบสุข เราให้ความสำคัญกับมิตรภาพของเราและจะไม่ลืมมิตรสหายของเรา วันที่ 25 มีนาคม 2569 สถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย IR Iran Embassy in Bangkok Thailand โพสต์ข้อความผ่านช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการ เพื่อแจ้งต่อประชาชนชาวไทยเกี่ยวกับสถานการณ์การเดินเรือในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ…

“บิ๊กโจ๊ก” กลับมาแล้ว! ข่าวดีช่วงสงกรานต์…แต่เบื้องหลังยังเดือดไม่จบ

พ่อ แม่ พี่ น้อง ครับ นะ ฮะ ผม ขอ อนุญาต กราบ เรียน ใน เรื่อง ของ การ เอ่อ เดิน ทาง เอ่อ กลับ บ้าน ใน ช่วง เมษายน นี้ สำหรับ ประเพณี สงกรานต์ นะ…

ข่าวล่าสุด: งานเข้าแล้ว! ปมเลือกตั้งเดือด นักวิชาการดังซัดแรง – ต้องมีคน “ติดคุก”

สถานการณ์การเมืองไทยร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง หลังเกิดกระแสดราม่าการทำงานผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ จุดชนวนสำคัญมาจากความเห็นของเข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรืองอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ที่ออกมาระบุชัดว่า👉 “มาตรฐานการเลือกตั้งแบบนี้ ต้องมีคนติดคุกได้แล้ว” คำพูดดังกล่าวถูกแชร์สนั่นโซเชียล ยอดรีทวีตกว่า 16,000 ครั้ง พร้อมแฮชแท็กเดือด เช่น#กกตต้องติดคุก และ #กกตมีไว้ทำไมพุ่งติดเทรนด์อันดับต้น ๆ ของประเทศ ⚡ ปัญหาเลือกตั้ง สะเทือนความเชื่อมั่น ความผิดพลาดที่ถูกเปิดเผย เช่น กรอกข้อมูลหน้าซองผิด เขียนรหัสเขตเลือกตั้งผิด บางหน่วยไม่กรอกข้อมูลเลย ทำให้ประชาชนเริ่มตั้งคำถามต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง…

ข่าวล่าสุด ซวยแล้ว ประยุทธ ธรรมนัส เสรีพิศุทธิ์ เอาผิด จบเกม

สวัสดี ครับ กลับ มา พบ กัน อีก ครั้ง กับ ช่อง ที่ นำ เสนอ เรื่อง ราว เหตุ การณ์ บ้าน เมือง ไทย ฝาก กด ไลค์ กด ติด ตาม และ กด กระดิ่ง…

ศึกเงาระหว่างสุทิดา–สินีนาฏ: อำนาจ ภาพลักษณ์ และความลับราชสำนัก

ภาย ใน พระ บรมหาราชวัง มี เรื่อง ราว หนึ่ง ที่ ไม่ มี ใคร กล้า พูด แต่ ทุก สาย ตา กลับ เฝ้า มอง อย่าง ไม่ กระพริบ 2 สตรี 2เส้น ทาง ที่ ตัด…

รายการบันทึกสถานการณ์ ในหลวงและพระราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร

พระ บาท สมเด็จ พระ เจ้า อยู่ หัว และ สมเด็จ พระ นาง เจ้า พระ บรมราชินี เสด็จ พระ ราชดำเนิน โดย รถ ยนต์ พระ ที่ นั่ง ไป ทรง บำเพ็ญ พระ…