ข่าวช็อกโลก! ราชวงศ์ลูกเขย! วันเกิดสุดช็อก

คือการที่ผมตั้งข้อสมมุติฐานไว้ว่าการแข่งบารมีของผู้หญิงในวังเนี่ยมันมีอยู่จริงนะครับมีอยู่จริงแล้วมันมีเหตุผลมารองรับเป็นเรื่องๆเรื่องวันนี้ที่แข่งบารมีชัดเจนมากเขาจะตั้งใจแข่งหรือว่าลูกน้องเห็นให้ไปแข่งเนี่ยนะมี3คน1แน่นอนราชินีสุธิดาเนี่ยเขาเป็นเบอร์1แล้วเขาก็ต้องรักษาแชมป์เบอร์1ไว้ไม่ให้ข่าวเขาตกคนที่2คือเจ้าคุณพระก้อยอันนี้เขาขึ้นอันดับแล้วเป็นพระสนมขึ้นทะเบียนแล้วเจ้าคุณพระศิรินาถคนที่3 เป็นญาติพรรคพวกผมเองครับคุณพลตรีหญิงท่านผู้หญิงอรออานนง์คนบ้านอุ้มเม้าจังหวัดร้อยเอ็ด3คนนี้เนี่ยเท่าที่ผมจับตานะคนอื่นมีอีกแต่ว่ายังไม่อยู่ในกลุ่มผมดูท่าทางพลตรีหญิงท่านผู้หญิงอรรณนง์นี่น่าจะมาเป็นที่1ครับน่าจะมาเป็นที่1ดูจากอะไรดูจากข่าวหนังสือพิมพ์และดูจากพฤติเหตุแวดล้อมท่านตามผมดูนะเอาล่ะครับเอาราชินีสุธิดาก่อนถ้าใครดูหน้า1หนังสือพิมพ์วันนี้ทุกฉบับแต่หลายคนอาจจะไม่ได้ดูเพราะไม่ได้ซื้อแต่ว่าหน้า1เนี่ยมันบอก สัญญาณอะไรบางอย่างอันแรกเลยเนี่ยข่าวราชินีนุ้ยวิ่งเพื่อหมาเนี่ยแหผมว่าคนที่มีความคิดเนี่ยเขาจะพออ่านปั๊บเขาจะคิดได้แต่เขาอาจจะไม่พูดในประเทศไทยเพราะอาจจะเจอ112ทำไมว่าวิ่งเพื่อหมาในขณะที่บ้านเมืองเขากำลังเลือกตั้งเออข่าวเลือกตั้งขึ้นหน้า1หมดแล้วราชินีสุธิดาวิ่งเพื่อหมานี่มันขัดแย้งกันมั้ครับมันสะท้อนให้เห็นว่าราชินีนี่ท่านไม่สนใจเรื่องความเป็นไปของบ้านเมืองเลยใช่มั้ยตัดเขากำลังหาเสียงกันท่านก็หลบก่อนสิครับอย่าไปออกข่าวหรือ จะออกข่าวก็ออกข่าวแบบว่าที่พระสนมเอกคนใหม่คือคุณอรออานงค์สิเดี๋ผมจะบอกท่านว่าออกยังไงอันนี้ไปออกวิ่งเพื่อมาวิ่งเพื่อมาโอ๊ยตายๆๆนี่คนเกำลังแข่งขันเลือกตั้งคนเกำลังหาอาหารกินไม่มีไม่มีจะกินนี่ดันเอาหมาไปวิ่งบอกวิ่งเพื่อหมาเพื่อให้หมาวิ่งผมนึกไม่ออกจริงๆถ้าใครจะบอกเอ้ยคุณสุนายอคติไปหรือเปล่าท่านก็ทำข่าวของท่านปกติฟังต่อนะวันที่น้ำท่วมหาดใหญ่เนี่ยบ้านของคุณแม่คุณหญิงจั่งเฮียงแซ่ตั้งมารดาของราชินีสุธิดาก็อยู่หาดใใหญ่คุณ คุณสุธิดาก็เกิดหากใหญ่สงขลาเธอก็ไม่สนใจข่าวพวกนั้นเลยนะเออเธอก็ออกวิ่งมินิมาราธอนกับไอ้นักวิ่งไอ้นักวิ่งเอ่อโอลิมปิกไอ้ดเอ่อพี่พี่สีผิวบึกอ่ะผมจำชื่อเ้าไม่ได้ปีที่แล้วก็วิ่งไปแล้วปีนี้ก็มาวิ่งอีกแล้ววิ่งยิ่งในวันที่ชาวบ้านเเดือดร้อนที่สุดเห็นมั้ยครับแสดงว่าทีมที่ปรึกษาของราชินีนุ้ยนี่ต้องการออกข่าวเพื่อไม่ให้ตกกระแสเท่านั้นเองเหรอหรือว่าไม่ได้สนใจเลยก็ออกข่าวที่มันเป็นบวกสิครับในภาวะอย่างนี้คือความเป็นหมาเนี่ย ต้องเข้าใจนะไม่เหมือนคนอเมริกันนะคนอเมริกันนี่รักหมานะบางรัฐนี่เค้าเอาเอาหมาขึ้นธงชาตินะธงรัฐน่ะแต่ของไทยนี่หมามันคนละเรื่องหมานั่นน่ารักจริงแต่คนไทยมีในความรู้สึกหมามันอีกเรื่องหนึ่งในขณะที่คนจะอดตายอันนี้วิ่งเพื่อหมานี่มันไม่ได้นะเลือกตั้งเกำลังทำอยู่วิ่งเพื่อหมาดังนั้นผมจึงมีข้อสรุปอย่างหนึ่งว่าเอ๊สมเด็จพระราชินีสุธินี่ท่านไม่ได้สนใจข่าวเลยนะทำให้ข่าวเนี่ยมันออกมาแบบขัดแย้งกันในหน้า1หนังสือพิมพ์ท่านดูสิครับเนี่ยอ้า ผมให้ดูเลยเอาข่าวฉบับขวาจัดเลยโอ้โหลงรูปเบิ้ลเ่อเลยราชินีสุธิดาวิ่งเพื่อหมาเห็นมั้ยครับนี่มติชนก็ลงรูปเบิ้เร่อเลยแถมเป็นข่าวคู่เลยว่าวิ่งเพื่อหมากับอีกฝั่งนึงก็บึ้ม11เอ่อ11ปั๊มน้ำมันอย่างเงี้ยโอ้โหนี่ตกลงบ้านเราจะเป็นอย่างงี้เหรอชาวบ้านคนภาคใต้เดือดร้อนขวัญผวาบึ้มเผาปั๊มน้ำมัน11แห่งพร้อมๆกันแต่ราชินีมาวิ่งเพื่อหมาแต่ว่าท่านไม่ได้นะอันนี้มันเกิดขึ้นโดยบังเอิญแต่ไอ้ที่เลือกตั้งนี่ก็รู้อยู่แล้วยังจะวิ่งเพื่อหมา นี่มันเพื่ออะไรนี่เห็นมั้ยครับมีรีวิวลงเห็นมั้ยฮะแต่ไม่ได้ลงทุกฉบับนะผู้จัดการลงนี่ผมวงแดงให้ดูสำพิมพ์ไว้นี้นะBangกอกโพสลงแต่มติชนลงนะครับแต่ข่าวสดไม่ได้ลงแฮงเออแปลกดีครับข่าวสดไม่ลงครับไทยรัฐไม่ลงครับกรุงเทพธุรกิจกรุงเทพฯการเมืองไม่ลงครับถ้าเป็นข่าวแจกต้องลงสิครับผมว่าบางทีคนบกกหนังสือพิมพ์ก็อาจจะรู้สึกอึดอัดใจนะอะไรวะเขากำลังเลือกตั้งเธอไปวิ่งเพื่อหมาได้ใช่ผมลงมั้ผมไม่ลงอ่ะออาจจะเป็นไป ได้นะนี่เราวิเคราะห์กันแล้วภาพเต็มๆวิ่งเพื่อหมาเป็นอย่างเงี้ครับนี่นี่ครับดูสิครับแม่สง่างามเหลือเกินถามว่าเท่มั้ครับแหมเธอนี่โอ้โหสวยใช่จุงหมาวิ่งนี่คือรูปเต็มของเธอนะแล้วนี่ครับทั้งอุ้มหมาวิ่งเพื่อหมาผมถึงบอกว่าเอ๊ผมไม่เข้าใจมาดูเรื่องต่อไปท่านผู้หญิงท่านผู้หญิงอรออนงค์ออกข่าวเหมือนกันครับแต่ออกข่าวในโอกาสไปพระราชทานทุนแทนพระองค์นี่ไงเห็นหรือยังอาจารย์นี่ครับนี่ภาพนี้เป็นงานที่เสด็จไปแทนพระองค์นะครับนี่เห็นมั้ฮะไปพบกับ เด็กและมอบทุนนะฮะเมื่อวันเสาร์ที่10มกราคมครับเป็นตัวแทนในหลวงไปพิธีมอบทุนการศึกษาโลกเกียรติคุณและกระเป๋านักเรียนนักเรียนพระราชทานแก่โรงเรียนนักเรียนดีเด่นนะที่ห้องไปในโอกาสวันเด็กอ้าวเห็นมั้ยถ้าจะบอกว่าอ้าอันนั้นในหลวงเค้าเมอบหมายให้อ้าแล้วทำไมมอบไม่มอบหมายราชินีอ่ะหรือราชินีรู้สึกว่าอื้อหืออย่างนี้ต้องให้ฉันสิแต่ต้องเข้าใจก่อนนะครับในวังนี่ในหลวงโปรดท่านใดก็จะจะมอบหน้าที่ให้ไปแทนพระองค์นะแต่วิ่งเพื่อหมา นี่ผมไม่แน่ใจนะอาจจะเป็นคุณนุ้ยเอ่อราชินีสุธิดาจัดเองจัดเองคณะที่ปรึกษาของท่านจัดเองก็ได้เปรียบการวิ่งเพื่อหมากับคุณอรนงค์ไปแจกทุนนักเรียนในเวลาเดียวกันนี้อันไหนเป็นบวกครับถ้าใครบอกเอ้ยเป็นบวกทั้งคู่เ้าก็ไม่ว่ากันแต่ผมมองว่าคุณอรออานงนงค์น่าจะเป็นบวกมากกว่านะครับนี่ครับคุณอรรณรงค์ไปแจกทุนนะครับอาจารย์สมศักดิ์นั่นน่ะเข้ามาพูดเรื่องนี้แต่เขาไม่พูดแบบผมนะครับท่านก็พูดของท่านอีกแบบนึงอันแล้วแต่นะไม่ว่ากันท่าน ก็บอกอรนงค์เมียคนปัจจุบันของวชิราลงกรณ์ไปงานแทนที่สมาไปแทนงานแทนที่สมาคมสังคมสงเคราะห์10มกราคม256แล้วก็บอกว่านึกดูแล้วในหลวงรัชกาลที่10น่าจะตั้งเป็นเจ้าคุณพระซะให้จบๆไปเอออันนั้นอีกเรื่องนึงท่านว่าของท่านไปแต่ผมเอา2ภาพข่าวนี้เนี่ยมาประกบกันท่านจะเห็นว่าน่าจะเป็นบวกมากกว่าวิ่งเพื่อหมาเอาล่ะนะอีกคนหนึ่งเจ้าคุณพระเจ้าคุณพระทำอะไรครับไม่ได้ทำอะไรเลยกลับไปเยอรมันแล้วอ้าแล้วมาพูดทำไมมันมีนัยยะสำคัญอันหนึ่งนั่นก็คือ มีการนำภาพเจ้าคุณพระตามเสด็จในหลวงรัชกาลที่10ไปทำไปถวายสังฆทานบุญวันเกิดของท่านอาจารย์พระอาจารย์ประยุทธ์ประยุทโตที่อายุท่านครบ88ปีท่านประยุทธ์ประยุทโตนี้ปีนี้ครบ88ปีครับท่านเกิดปี2481ปีนี้256988ปีเต็มๆท่านเกิดมกราคมเห็นมั้ยฮะ12มกราคม2481ปีนี้88ปีถ้าดูจากข่าวก็แสดงว่าเจ้าคุณพระตามเสด็จในหลวงไปผมเช็คข้อมูลแล้วเฮ้ยไม่ใช่เว้ยไม่ใช่ภาพข่าวที่ถูกเปิดเผยอยู่ในในFacebookเอ่อFacebookเรารักเจ้าคุณพัศินีนาถผม เป็นสมาชิกด้วยนะเอ่อปรากฏว่าเป็นภาพข่าวที่เกิดขึ้นขณะนี้ครับคำว่าขณะนี้ก็คือเมื่อ2วันนี้ฮะเนื่องจากว่าเป็นวันเกิดของพระคุณท่านเจ้าคุณท่านวันที่12แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เป็นข่าวเก่าเมื่อ5ปีที่แล้วแต่แต่ในFacebookของเจ้าคุณพระนี่เพิ่งทำสดๆร้อนๆเสมือนกับว่าเพิ่งตามเสด็จในหลวงไปเรื่องนี้มีนัยยะสำคัญอย่างไรดูนะครับนัยยะสำคัญประกันการแรกเราไม่เห็นภาพคู่ระหว่างรัชกาลที่10กับเจ้าคุณพระมานานแล้วไม่มีภาพแล้วมันมีความสำคัญยังไงมีความสำคัญตรง ที่การอยู่ได้ใกล้ชิดได้ตามเสด็จในการงานจะมีความหมายนัยยะสำคัญว่ามีอำนาจยังมีอำนาจอยู่ในวังถ้าถามบอกในหลวงไม่โปรดคุณเจ้าพรรคก้อยแล้วใช่มั้ยไม่มีใครรู้ครับไม่มีใครรู้ก็ในเมื่อแม่ของคุณเจ้าคุณพระก็ตั้งเป็นคุณหญิงนี่เออคุณหญิงปราณีอุ่นพรหมมอบหมายหน้าที่ให้ทำแทนหลายอย่างแต่แปลกไม่เห็นภาพเจ้าคุณพระกับในหลวงนี่นานมากแล้วล่าสุดที่กลับประเทศไทย2รอบตอนที่ช่วงงานพระบรมศพเนี่ยก็ไม่เห็นเจ้าคุณพระได้ ตามเสด็จเลยครับแปลว่าอะไรท่านคิดได้เองนะครับว่าความใกล้ชิดหรือความเลสอเบอรี่นี่อาจจะไม่ค่อยเท่าไหร่แล้วดูภาพเก่าแก่สมัยแรกๆโอ้โปรดมากเห็นมั้ยครับอย่างนี้ถ้ามีภาพอย่างนี้ปัจจุบันนะก็แสดงว่าก้อยสัญญาณมีอำนาจภาพนี้ก็เป็นภาพเก่าแก่ครับไม่ใช่ปัจจุบันใน3ปีนี้ไม่ใช่ครับภาพที่ใส่แต่งทุหารลงจากเครื่องบินนี่ไม่ใช่ภาพนี้เป็นภาพเก่าอย่างน้อย3-5ปีตอนที่งานวันเกิดเจ้าคุณพระแล้วในหลวงแต่งตัวเหมือนกันไปทำงานบุญวันเกิดให้ เป็นเข้ากล่าไม่มีแล้วนั่นก็คือเอ่อFacebookเจ้าคุณเอ่อเรารักเจ้าคุณพัศินีราชนี่คือหน้าปกครับเออหน้าโฮมเป็นอย่างนี้นะครับแล้วภาพแรกเลยปรากฏว่าคนที่ใช้ชื่อวัชรีสิทธิกุลโกศลอาจจะเป็นแฟนคลับหรือเป็นคนทำงานให้กับเจ้าคุณพระก้อยในเพจเฟสนี้เอารูปเจ้าคุณพระก้อยตามเสด็จแล้วบรรยายว่าเกิดขึ้นในปัจจุบันนี้เหมือนกับเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เองนะฮะกราบมุทิตาจิตอายุวัฒนมงคล88ปีก็คือปีนี้ท่านอายุ88วันที่12เนี่ยก็คือวันเนี้ยเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุทธจาจารย์โต ประยุทธ์ประยุทโธเจ้าอาวาสวัดญาณเวชกวันพระอารามหลวงคือท่านเจ้าคุณประยุทธ์ประยุทธตัวนี้เป็นพระที่คนนับถือเยอะเป็นพระที่ดีผมการันตีให้นะอันเนี้ยอันนี้เชื่อถือได้นะครับไม่ใช่พระมาเฟียอย่างที่ผมบอกท่านไปแล้วไม่ใช่คนละเรื่องอันนี้เป็นพระที่ดีทีมงานของเจ้าคุณพระก้อยอยากจะเอาภาพเนี้ยมาขายใหม่ทั้งๆที่ภาพนี้จริงๆแล้วเป็นภาพเก่าเกือบ5ปีมาแล้วรู้ได้ยังไงท่านดูรูปให้ดีนะครับการใส่เสื้อในหลวงก็ใส่เสื้อสีสีครีมทองเจ้าคุณพระก็ใส่ศรีคริมทองและนุ่ง นุ่งพระซิ้นลายภาคเหนือนะฮะนี่คือในFacebookที่เกิดขึ้นขณะนี้ปรากฏว่าภาพนี้เนี่ยถูกนำมาเผยแพร่ใหม่ในเอ่อFacebookว่าเพิ่งเกิดขึ้นผมก็เข้าไปขุดดูท่านดูภาพนี้ครับลงในหนังสือพิมพ์ออนไลน์นะครับเอ่อประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่7เมษายน256464656667684ปีกว่าแล้วเกือบ5ปีแล้วแล้วดูชุดสิครับชุดเดียวกันเลยครับแปลว่าอะไรอ่ะแปลว่าทีมงานต้องการจะหลอกไม่ใช่หลอกผมผมวิเคราะห์คือต้องการจะบอกว่าเจ้าคุณพระยังอยู่ในกระแสนะเห็นมั้ยตามเสด็จใกล้ชิดเดี๋ยวนี้ เราดูข่าวต้องวิเคราะห์ต้องดูละเอียดนะครับถึงจะรู้ความจริงความจริงที่ว่าก็คือเจ้าคุณพระน่าจะไม่ได้รับโปรดปรานเท่ากับท่านเอ่อพลตรีหญิงท่านผู้หญิงอ่อนอนงคทั้งเจ้าคุณพระทั้งราชินีสุธิดาอาจจะไม่ได้รับการเมตตาหรือโปรดปรานเท่ากับท่านผู้หญิงอนานงอ้าแต่ยังเห็นไปกับราชินีเรื่อยอันนั้นเป็นไฟท์บังคับครับไม่ไปไม่ได้เพราะตำแหน่งเขาอยู่ตรงนั้นแล้วล่าสุดที่ผมบอกเห็นมั้อยู่ในพระตำหนักเนี่ยอยู่เป็นการส่วนตัวส่วนพระองค์กับท่านผู้หญิงอรนนี่ ไงที่ผมบอกกับท่านดังนั้นวันนี้ถ้าเราดูจากข่าวเหล่านี้เราจะเริ่มเข้าใจแล้วว่าดูข่าววังเดี๋ยวนี้ก็ต้องวิเคราะห์นะเห็นหรือยังฮะไม่ใช่คิดมากนะแต่วิเคราะห์เพื่อจะให้รู้อย่างกรณีสุธิดาเนี่ยจัดงานวิ่งเพื่อหมาในขณะที่กระแสการเมืองกำลังร้อนแรงกำลังสู้กันแข่งขันเลือกตั้งกันอย่างนี้เป็นต้นผมถึงเปรียบว่าวันที่น้ำท่วมหาดใใหญ่ราชินีสุธิดาก็รู้สึกจะไม่สนใจแสดงไม่สนใจความไม่ได้แสดงออกถึงความสนใจความเดือดร้อนท่านก็ไปวิ่งอย่างเงี้ย ครับเห็นมั้ฮะวันนี้ก็เหมือนกันและนี่คือสิ่งที่ผมนำมาเสนอให้ท่านดูอีกข่าวนึงครับแหข่าวนี้จำเป็นต้องต้องแสดงให้ท่านดูนะครับอ้าผมให้ท่านดูชัดๆกันก่อนนะวิ่งเพื่อหมากับคุณเอ่อคุณเจ้าคุณเอ่ออรรณรงค์นะเห็นนะนี่ไงภาพข่าวมีแล้วนะเอาละท่านเห็นแล้วนะทีนี้มาดูข่าวอีกอัน1ข่าวงานวันเกิดของเจ้าฟ้าสิริวรรณวลีท่านเกิดเมื่อวันที่8แต่ข่าววันที่8นี้มันยังออกมาไม่เต็มที่ทำให้เราไม่รู้ทิศทางว่าของจริงคืออะไรไม่มีใครรู้ว่าคุณเป๊กหลานชายผมเนี่ลูก ชายของท่านอนุทินนี่ไปงานวันเกิดหรือเปล่าวันนี้ข่าวออกมาหลักฐานชัดเจนว่าไปงานวันเกิดด้วยไอ้ข่าวหรือว่าท่านเป็นแฟนกันนี่ผมว่าไม่ผิดนะฮะถ้าคนเขาจะชอบกันก็เรื่องของเขาก็แสดงว่าไอ้หลานชายผมนี่มีเสน่ห์มันหล่อนะเจ้าเป๊กนี่เป๊กเสรณีนี่ที่ผมพูดหลานชายนี่ไม่ใช่ไม่ใช่พูดเล่นนะไม่ได้เป็นญาติอะไรของผมกับเขาออกแต่ว่าวันที่ผมเป็นผู้แทนนี่ผมก็สนิทกับไอ้เจ้าหลานคนนี้มันน่ารักตอนมันเด็กๆอ่ะมาเรียกลุงสนลุงสนมันถามผมด้วยอ่ะเลยสนิทมีความ ผูกพันว่าเป็นหลานชายผมก็อยากเอาถ้าเค้ารักกันก็ได้เป๊กก็ได้เป็นพระราชบุตรเขยก็ดีครับผมไม่ได้ว่าเลยใครจะมาบอกเฮ้ยอย่างนี้เลยได้อำนาจพิเศษอนุทินได้เ้ามันก็ว่ากันไปครับอันนี้ผมก็ไม่รู้จะว่าไงแต่ว่าเขารักกันนี่เราจะไปห้ามเค้ายังไงแต่ขอให้ระวังตัวหน่อยนะหลานชายเอ้ยเลยปรากฏว่าอยู่ๆก็มีภาพเป๊กนี่คู่กับดาราดาราสาวสวยๆอันนี้เ้าบอกเป๊กเสรณีโชลีลาแดนซ์เบาๆขนาบข้างด้วยสาว2สาวนักร้องในตำนานชาวเน็ตแห่ฮือฮาเดี๋ยวจะตกรอบนะเป๊กเอ้ยเลยต้อง แก้ข่าวให้งานนี้เขาไม่ได้ไปเป็นแฟนกับดารานะหลานชายผมนี่นี่ผู้จัดการก็ลงนี่ครับจับตาเป๊กเสรินแซะภาพคืออย่างว่าเป็นลูกนายกเนี่ยมันก็ต้องดังอ่ะนะทำอะไรก็เป็นข่าวทั้งนั้นอันนี้แก้ข่าวให้ที่บอกว่าไปมีแนบชิดภาพกับบอลรูนพิณสุดานะครับเรื่องนี้เป็นงานปีใหม่ของท่านอนุถินของพ่อนี่ครับเดรีนิวภาพนี้ลงชัดนะครับเปกเสรณีโชรีลาอำนาจนักร้องตำนานชาวเน็ตไปกับพ่อครับนี่ในหนังสือสำนักข่าวอะไรเนี่ยอันนี้เอ่อทีวีพูนเป็นงานปีใหม่ไปกับคุณพ่อ อนุทินคุณพ่ออนุทินเนี่ยสาวๆมาแนบเอออย่างงี้เอออย่างว่าแล้วคนอายุ60เจอสาวๆอย่างงี้ก็มีสดชื่นหน่อยนี่ครับไม่ใช่แฟนเป๊กครับนี่แก้ให้เรียบร้อยนะเป๊กเพียงแต่ถ่ายด้วยเท่านั้นเองแต่ว่าอย่าไปทะเลาะกับพ่อนะเรื่องดารานี่เนี่ยอืเอ๊ะอย่าไปทะเลาะคุณพ่อนะเอาล่ะทีนี้งานวันเกิดของเจ้าฟ้าหญิงสิริวรรณวลีนี่เมื่อวันที่8โอ้โหเค้กใหญ่ครับดอกกุหลาบแดงแล้วเ้าปักปักเทียนนี่39แต่ธรรมดาต้องปัก40นะถ้าอายุ39เนี่ยเต้องปักอีกดอกนึงแล้ว เธอก็เป่าเทียนเค้กนะครับปรากฏว่าวันนี้มีภาพข่าวประกอบว่าเป๊กไปงานนี้ด้วยนี่ไงข่าวผมเคยออกให้ท่านไปแล้วนะครับแต่ตอนนั้นนี่ข้อมูลยังไม่มีเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นกระปุกหรือว่าสำนักข่าวอีจันท์นะครับปรากฏว่าวันนี้มีสำนักข่าวออกมาเพิ่มเติมอีกครับเป็นภาพที่เราได้มานี่ครับบรรยากาศเป๊กใส่ชุดนี้เลยเพราะว่าวันเกิดของเจ้าฟ้าศิริบรีนี่ท่านก็ใส่ชุดสีขาวแล้วที่สำคัญคืออาจารย์สมศักดิ์ก็จ้องๆเลยครับนี่ครับมีจริงๆที่วงแดงเห็นมั้ฮะ…

คำทำนายยุครัชกาลที่10อีกไม่นานเมืองจะเข้ายุคกรุศรีอยุธยา

ปี256กลายเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านที่ผู้คนเริ่มหันกลับมามองโลกด้วยสายตาใหม่หลายสิ่งเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดทั้งสภาพอากาศที่แปรปรวนเหตุการณ์ธรรมชาติที่ดูเหมือนจะเตือนบางอย่างและทั้งหมดนี้กลับสอดคล้องกับคำพูดของหมอปายหญิงผู้เคยพูดถึงการตื่นของโลกมานานก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มขึ้นคำพูดที่ครั้งนึงเคยถูกมองว่าเป็นเพียงเรื่องเล่ากำลังกลายเป็นจริงทีละน้อยหมอป่ายไม่ได้เป็นหมอที่รักษาโรคแต่เธอคือผู้มองเห็นในสิ่งที่คนทั่วไปไม่ มองเห็นผู้มีญาณที่สัมผัสได้ถึงพลังของธรรมชาติและจิตใจมนุษย์เธอเตือนว่าเรากำลังลืมฟังเสียงของโลกลืมฟังเสียงของตัวเองและนั่นคือเหตุผลที่ธรรมชาติต้องส่งสัญญาณกลับมาเพื่อปลุกให้มนุษย์รู้ว่าโลกไม่ได้เป็นของเราผู้เดียวแต่เป็นของทุกชีวิตที่อยู่ร่วมกันเธอกล่าวว่าสัญญาณแรกจะมาเมื่อเสียงฟ้าครึนดังขึ้นในต้นฤดูฝนนั่นคือน้ำกำลังจะกลับมาอีกครั้งและจะรุนแรงกว่าครั้งใดที่ผ่านมาโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มภาคกลางอย่างอยุธยาราชบุรีและ สุพรรณบุรีที่อาจต้องเผชิญน้ำท่วมสูงจนบ้านเรือนและถนนกลายเป็นแม่น้ำธรรมชาติกำลังขอคืนสิ่งที่มนุษย์ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยังทิศแต่ไม่เพียงแต่น้ำเท่านั้นที่หมอปายกล่าวถึงเธอยังเตือนถึงการสั่นสะเทือนของแผ่นดินที่จะมาพร้อมกับพลังที่มากพอจะทำให้อาคารบางแห่งเกิดรอยร้าวเหตุการณ์นี้อาจไม่รุนแรงพอจะทำลายทุกอย่างแต่เพียงพอจะทำให้มนุษย์ตระหนักว่าความมั่นคงที่เราคิดว่ามีอาจเป็นเพียงภาพลวงตาของโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หมอป่ายยังพูดถึงสิ่งที่อยู่ลึกลงไปใต้ทะเลว่ากำลังจะตื่นจากการหลับไหลอันยาวนานนักวิทยาศาสตร์เริ่มพบแรงสั่นสะเทือนที่ผิดปกติในทะเลอันดามันคล้ายกับการเคลื่อนไหวของภูเขาไฟใต้ทะเลที่กำลังจะฟื้นคืนชีวิตหากมันปะทุขึ้นจริงผลกระทบอาจขยายไปไกลเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงทั้งทางกายภาพและจิตวิญญาณของมนุษย์คำเตือนทั้งหมดของหมอป่ายไม่ใช่เพื่อสร้างความกลัวแต่เพื่อให้มนุษย์ได้ตื่นจากความหลงลืม เธออยากให้เรากลับมาฟังเสียงของธรรมชาติเสียงของความสงบและเสียงของหัวใจที่แท้จริงก่อนที่ธรรมชาติจะใช้หนทางที่รุนแรงกว่านี้ในการเรียกร้องให้เราหยุดและมองดูโลกอีกครั้งด้วยสายตาแห่งความเมตตาเสียงคำว่าภูเขาไฟใต้ทะเลเพียงแค่ได้ยินก็ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นเพราะมันไม่ใช่เพียงเรื่องลึกลับในตำนานอีกต่อไปหมอปายเคยพูดถึงภัยจากดินน้ำลมไฟที่จะมาอย่างพร้อมเกรียงและวันนี้สัญญาณเหล่านั้นเริ่มปรากฏขึ้นจริงจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด เรือบรรทุกสินค้าระเบิดกลางทะเลใกล้แหลมชะบังเปลวไฟพวยพุ่งขึ้นแตะฟ้าราวกับธรรมชาติกำลังแสดงผังให้มนุษย์เห็นว่าไม่มีสิ่งใดบนโลกนี้ที่คงอยู่ตลอดไปมันเป็นเสียงเตือนจากโลกว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องตื่นแต่ภัยพิบัติจากธรรมชาติกลับไม่ใช่สิ่งที่หมอปายเป็นห่วงที่สุดเธอกล่าวว่าภัยที่ร้ายแรงกว่าคือภัยในใจมนุษย์เมื่อจิตใจอ่อนแอโลภและขาดศีลธรรมทุกระบบในโลกย่อมสั่นคลอนเธอเตือนถึงเศรษฐคนตกงานเพิ่มขึ้นเงินสดเริ่มขาดค่าและ ความมั่นคงของผู้คนกำลังจะถูกทดสอบอย่างหนักสิ่งที่เราเคยพึ่งพาอาจไม่เหลืออยู่เหมือนเดิมอีกต่อไปความหวังของคนจำนวนมากเริ่มจมหายไปพร้อมกับน้ำและไฟที่โหมกระหน่ำหมอปายยังพูดถึงสิ่งหนึ่งที่หลายคนมองข้ามคือธงคำเธอบอกว่าเมื่อโลกเริ่มสั่นคลอนทองจะกลับมามีค่ามากที่สุดอีกครั้งในยามที่ค่าเงินสูญเสียความเชื่อมั่นทองคำจะเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงและความหวังเธอเตือนว่าอย่าเพิ่งขายทองในปีนี้เพราะเมื่อความสิ้นหวังเข้าครอบงำ ผู้คนราคาทองจะพุ่งขึ้นอีกครั้งนี่ไม่ใช่เพียงคำแนะนำทางเศรษฐกิจแต่คือคำเตือนเรื่องการเอาตัวรอดของมนุษย์ในวันที่ทุกอย่างพักตั้งทลายอย่างไรก็ตามแก่นแท้ของสิ่งที่หมอป่ายต้องการสื่อไม่ใช่เรื่องทองหรือภัยธรรมชาติแต่คือชี้ให้เห็นถึงที่มาของทุกปัญหาเธอกล่าวว่าภัยที่แท้จริงไม่ได้มาจากฟ้าหรือแผ่นดินแต่มาจากใจคนที่ยังไม่รู้จักพอธรรมชาติไม่ได้ต้องการทำร้ายใครแต่มันเพียงสะท้อนพฤติกรรมของเราให้เห็นกลับมาโลกภายนอกไม่ มั่นคงเพราะใจคนไม่มั่นคงเราโทษธรรมชาติว่าโหดร้ายแต่เราไม่เคยยอมรับว่าเราคือผู้เริ่มต้นความโหดร้ายนั้นเธอย้ำว่าความรอดเดี่ยวที่แท้จริงคือศรัทธาในความดีและสติในปัจจุบันไม่ใช่ธงคำไม่ใช่กำแพงแพงคอนกรีตหรือเงินจำนวนมากแต่คือการเตรียมใจให้พร้อมรับมือเธอกล่าวว่าเมื่อภัยมาถึงคนที่มีสติจะไม่ตื่นกลัวต้นสิ้นหวังแต่จะรู้ว่าควรทำอย่างไรและคนที่มีศรัทถาจะไม่ล้มแม้โลกจะสั่นสะเทือนเพราะศรัทธาและสติคือเกราะที่แข็งแรงที่สุดของมนุษย์ วันนี้เมื่อผู้คนเริ่มเผชิญภัยจริงหลายคนกลับมาหาธรรมะอีกครั้งมีคนสวดมนต์ท่ามกลางน้ำที่ท่วงถึงบันไดบ้านมีผู้คนหันกลับมาช่วยเหลือกันโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนนี่คือสิ่งที่หมอปลายหมายถึงการตื่นของใจคนเมื่อธรรมชาติส่งสัญญาณเตือนมันไม่ใช่เพียงการทำลายแต่คือการปลุกให้เรารู้ว่าถึงเวลาแล้วที่มนุษย์ต้องกลับมารักโลกและรักกันอีกครั้งก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปโลกในวันนี้กำลังสั่นสะเทือนด้วยสัญญาณแห่งการเปลี่ยนผ่านไม่ใช่เพราะความพินาศ แต่เพราะมนุษย์เริ่มถูกบังคับให้หันกลับมามองตัวเองฟ้าฝนที่แปรปรวนเศรษฐกิจที่ตกต่ำและภัยพิบัติที่เกิดซ้ำไม่ใช่คำสาปจากเบื้องบนแต่คือการเตือนจากธรรมชาติให้เราช้าลงและฟังเสียงหัวใจหมอปลายเคยกล่าวว่าปี2569จะไม่ใช่ปีแห่งความกลัวแต่คือปีที่คนจะเริ่มมองเห็นความจริงภายในใจของตนเองว่าชีวิตที่เราวิ่งตามอยู่นั้นใช่สิ่งที่แท้จริงหรือไม่เมื่อทุกสิ่งผ่านพ้นไปสิ่งที่เหลืออยู่ไม่ใช่เศษซากแห่งความสูญเสียแต่คือเมล็ดพันธุ์แห่งความเข้าใจความเมตตา และศรัทธาที่เติบโตขึ้นในใจผู้คนหมอปลายเตือนว่าความทุกข์คือบทเรียนอันล้ำค่าที่สวรรค์ส่งมาให้หากใจเราเข้มแข็งภัยใดก็ไม่อาจทำร้ายเราได้แต่ถ้าใจอ่อนแอแม้ไม่มีภัยเราก็ยังล้มลงด้วยตัวเองถือบอกให้เราฝึกสติฝึกศีลและเดินบนทางแห่งธรรมเพราะนี่คือเกราะเดียวที่จะปกป้องเราในยุคที่โลกไม่แน่นอนปี2569จึงเป็นเหมือนประตูที่เปิดสู่โลกใหม่โลกที่มนุษย์ต้องตื่นจากความหลงหมอปลายบอกว่าภัยภายนอกไม่ใหญ่เท่าภัยในใจและประโยค นี้กำลังเป็นจริงในทุกมิติเราเห็นผู้คนเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตมากขึ้นเริ่มหันกลับไปหาความเรียบง่ายความสงบและคุณค่าที่แท้จริงของการมีชีวิตไม่ใช่แค่เงินทองหรือชื่อเสียงแต่คือการได้มีหัวใจที่บริสุทธิ์และมีเมตตาต่อกันในอีกมุมหนึ่งของกาลเวลาคำทำนายโบราณได้กล่าวไว้ว่าประเทศไทยจะเผชิญการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่เมื่อยุคของราชาองค์ที่11มาถึงไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าคำพูดนั้นหมายถึงสิ่งใดแต่ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเหมือน เป็นการต่อจิ๊กซอของคำพยากรณ์ที่สืบทอดมากว่า200ปีทั้งภัยธรรมชาติการเมืองและความผันผวนของสังคมล้วนสะท้อนความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในคำทำนายนั้นเมื่อย้อนมองอดีตคำทำนายนี้มีรากจากพระเกจิผู้ทรงญาณท่านกล่าวถึงถิ่นกาขาวชาวศรีวิไลดินแดนแห่งการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในยุคใหม่หลายคนเคยคิดว่าเป็นเพียงนิทานปรัมปราแต่เหตุการณ์ทางการเมืองในปี2567กลับทำให้ชื่อถิ่นกาขาวถูกพูดถึงอีกครั้งราวกับจักรวาลกำลังชี้ให้เห็นว่าคำ พยากรณ์นั้นไม่ได้หายไปไหนมันเพียงรอเวลาที่จะปรากฏชัดในยุคนี้เท่านั้นประเทศไทยในวันนี้จึงอยู่บนทางแยกระหว่างอดีตกับอนาคตระหว่างความมืดกับแสงสว่างและระหว่างความกลัวกับการตื่นรู้หมอปลายฝากไว้ว่าหากเรามีสติมีศีลและมีธรรมะเป็นแสงนำทางไม่ว่าคำทำนายจะเป็นจริงเพียงใดเราก็จะผ่านพ้นทุกข์วิกฤตไปได้เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สุดไม่ได้อยู่บนฟ้าแต่อยู่ในใจของมนุษย์ทุกคน>>คำพยากรณ์เก่าแก่ที่กำลังถูกพูดถึงในยุคนี้มีต้นฉบับอยู่2สายสำคัญ1คือบันทึก ของสมเด็จพระพุทธาจารย์โตพรหมรังสีพระเกจิผู้เปี่ยมด้วยปัญญาแห่งสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นคำทำนายของท่านปรากฏขึ้นหลังจากสิ้นชีพในปีพ.ศ.2415ว่าด้วยรหัส10ประโยคซึ่งหลายคนเชื่อว่าเป็นการบอกเหตุการณ์ของบ้านเมืองไทยในแต่ละยุครัชกาลส่วนอีกแหล่งนึงมาจากสมุทรอยโบราณของพระพุทธโฆษาจารย์หลวงพ่อใหญ่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาซึ่งต่อมาหลวงพ่อฤาษีลิงดำได้เปิดเผยและอธิบายไว้ในปีพ.ศ.2518ว่าคือคำทำนายเกี่ยวกับชะตาของกรุงเทพมหานครในอนาคตแม้ทั้งสองธรรม พยากรณ์จะมาจากคนละยุคแต่กลับมีเนื้อหาที่สอดคล้องกันอย่างน่าประหลาดหลายตอนพูดถึงสิ่งเดียวกันราวกับผู้บันทึกอยู่ในห้วงเวลาเดียวกันไม่ว่าจะเป็นภัยสงครามความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองหรือการเสื่อมและฟื้นของธรรมะในใจผู้คนนักวิชาการหลายคนจึงพยายามถอดรหัสเหล่านี้เพื่อเปรียบเทียบกับเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในแต่ละรัชกาลตลอด2ศตวรรษที่ผ่านมาซึ่งหลายส่วนกลับตรงกับประวัติศาสตร์ราวกับล่วงรู้อนาคตไว้ก่อนเมื่อย้อนดูตั้ง แต่รัชกาลที่1พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงนำพาชาติรอดพ้นจากความวุ่นวายในยุคกรุงธนบุรีสถาปนาราชวงศ์จักรีและรวมแผ่นดินให้กลับมาสงบสุขอีกครั้งจากนั้นในรัชกาลที่2ประเทศเจริญด้วยธรรมพระสงฆ์มีเวลาฟื้นฟูพระไตรปิฎกแต่ก็ต้องเผชิญโรคภัยระบาดครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตผู้คนมากมายส่วนรัชกาลที่3ไทยเปิดประตูรับต่างชาติเกิดความวุ่นวายด้านการค้าแต่พระองค์ทรงวางรากฐานเศรษฐกิจที่มั่นคงให้ชาติในระยะยาวในรัชกาลที่4พระ มหากษัตริย์ทรงเป็นนักบวชมาก่อนและทรงอุทิกตนเพื่อเผยแผ่พระธรรมถือศีลฟังธรรมและส่งเสริมการศึกษาศาสนาสมเด็จโตในยุคนั้นจึงได้เป็นคู่ธรรมะสนทนากับพระองค์เป็นช่วงที่ศาสนาฟื้นตัวอย่างมากต่อมาในรัชกาลที่5บ้านเมืองต้องเผชิญแรงกดดันจากจักรวรรดินิยมแต่พระองค์ทรงใช้ปัญญาและการทูตยอมแลกบางส่วนของแผ่นดินเพื่อคงไว้ซึ่งเอกราชไทยในยุครัชกาลที่6บ้านเมืองเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงพระองค์ทรงเป็นผู้มีจิตใจเมตตาแต่ข้าราชบริพาร บางกลุ่มกลับใช้โอกาสหาผลประโยชน์ขณะที่ประชาชนจำนวนมากต้องเผชิญความยากจนอย่างไรก็ตามหลวงพ่อฤาษีลิงดำกลับมองว่านี่คือยุคที่พระองค์ทรงปลุกสำนึกให้คนไทยรักชาติและเห็นคุณค่าความเป็นประชาธิปไตยต่อมาในรัชกาลที่7ประเทศประสบปัญหาเศรษฐกิจพระองค์จำต้องสละราชสมบัติและทรงลี้ภัยไปต่านแดนซึ่งตรงกับคำทำนายที่ว่านั่งทนทุกข์และเมื่อถึงรัชกาลที่8ประเทศอยู่ในห้วงสงครามโลกครั้งที่2ความทุกข์ยากและความอดอยากแผ่ไปทั่วแผ่น ดินบ้านเมืองอยู่ภายใต้อำนาจเผด็จการจับกุมทางการเมืองเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเหตุการณ์หลายอย่างตรงกับถ้อยคำในคำทำนายที่กล่าวถึงยุคทมิฬคนต้องผ่านความมืดมิดก่อนจะพบแสงใหม่ในอนาคตคำพยากรณ์เหล่านี้จึงมิได้เป็นเพียงตำนานแต่สะท้อนวงจรชีวิตของแผ่นดินที่ทุกครั้งแห่งความทุกข์ล้วนเป็นการปูทางไปสู่ยุคแห่งการตื่นรู้เสมอคำทำนายเก่าแก่ที่กล่าวถึงถิ่นกาขาวในรัชกาลที่9มักถูกตีความว่าเป็นยุคที่ชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาเมืองไทยมากที่สุดทั้งนักลงทุนนัก ท่องเที่ยวและผู้เกษียณจากทั่วโลกที่เลือกใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายที่ดินแดนแห่งรอยยิ้มไทยจึงกลายเป็นศูนย์กลางความสนใจระดับโลกในด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวช่วงเวลานี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปิดรับของสังคมไทยต่อความเปลี่ยนแปลงจากภายนอกต่อมาในรัชกาลที่10คำทำนายได้เอ่ยถึงชาววิไลซึ่งมาจากคำว่าสิวิไลสหมายถึงความเจริญรุ่งเรืองสันติสุขและความงดงามของจิตใจผู้คนเชื่อกันว่ายุคนี้คือช่วงเปลี่ยนผ่านจากความวุ่นวายไปสู่ความมั่น คงและความสงบบ้านเมืองจะเข้าสู่ภาวะรุ่งเรืองทั้งด้านเศรษฐกิจและจิตใจเหมือนกับการฟื้นคืนของอารยธรรมใหม่ที่ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับจิตวิญญาณไทยดั้งเดิมอย่างไรก็ตามหลายคนยังตั้งคำถามว่าเราก้าวเข้าสู่ยุคชาววิลแล้วหรือยังเพราะความขัดแย้งทางการเมืองปัญหาสังคมและเสียงสะท้อนจากประชาชนยังคงดำเนินอยู่ไม่สิ้นสุดบางคนมองว่านี่อาจเป็นช่วงรอยต่อก่อนถึงยุคแห่งความสงบที่แท้จริงขณะที่บางส่วนเห็นว่าประเทศไทยกำลังเผชิญบททด สอบครั้งใหญ่ที่ต้องอาศัยสติและความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการก้าวผ่านในอดีตมีความเข้าใจผิดว่าราชวงศ์จักรีจะมีเพียง10รัชกาลเท่านั้นแต่หลายพระอาจารย์ผู้มีญาณอภิญญากล่าวตรงกันว่าพระมหากษัตริย์จะทรงดำรงอยู่คู่ชาติไทยไปอีกยาวนานเพราะคำทำนายสิ้นสุดเพียงรัชกาลที่10ไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุดของราชวงศ์แต่สะท้อนถึงความสมบูรณ์และความมั่นคงของแผ่นดินหลังยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านเมื่อย้อนมองการตั้งชื่อพรรคการเมืองอย่างถิ่นกาขาวชาววิไลจะเห็นได้ว่ามีรากฐานมาจากคำ ทำนายทั้งสองรัชกาลที่กล่าวถึงความเชื่อมโยงนี้มิใช่เรื่องบังเอิญหากแต่สะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาและความหวังของคนไทยที่ยังผูกพันกับคำพยากรณ์โบราณเชื่อว่าความเจริญในอนาคตจะเกิดขึ้นได้จากการเข้าใจอดีตและนำบทเรียนเหล่านั้นมาเป็นแนวทางพัฒนาประเทศท้ายที่สุดไม่ว่าคำทำนายจะเป็นจริงหรือไม่ความรุ่งเรืองของประเทศไทยไม่ได้อยู่ในมือของโชคชะตาหากแต่อยู่ในมือของประชาชนทุกคนการสร้างสังคมชาววิลจึงมิใช่การรอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์บันดาล แต่เป็นการร่วมแรงร่วมใจของคนไทยทุกคนที่จะปลูกฝังความดีความยุติธรรมและความเมตตาเพื่อพาประเทศเดินไปสู่ยุคแห่งความสงบสุขที่แท้จริงในยุคปัจจุบันยังมีคำถามที่หลายคนตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับอนาคตของสถาบันพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะเมื่อเอ่ยถึงสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าทีปังกรัสมีโชติพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่10พระองค์ทรงประสูติเมื่อวันที่29เมษายนพุทธศักราช2548และทรงเป็นพระราชโอรสองค์เดียวของในหลวง รัชกาลปัจจุบันตามกฎมณเฑียบาลปี2467พระองค์จึงทรงเป็นรัชทายะญาติโดยชอบธรรมผู้ที่จะสืบราชสมบัติในอนาคตพระองค์ทรงได้รับการศึกษาที่โรงเรียนจิตลดาและทรงร่วมในพระราชกรณียกิจต่างๆเคียงข้างพระบรมราชชนกเป็นที่ยึดเหนี่ยวใจของประชาชนที่มีศรัทธาต่อสถาบันเมื่อกล่าวถึงคำทำนายโบราณซึ่งเชื่อกันว่ามาจากพระพุทธาจารย์โตและพระพุทธโฆษาจารย์ได้มีการบันทึกถึงรัชกาลต่างๆของราชวงศ์จักรีไว้ทั้งหมด10รัชกาลพร้อมถ้อยคำที่สื่อถึงเหตุการณ์สำคัญในแต่ละยุคเช่นถิ่น…

ด่วน!! ในหลวงมีพระราช.. ลาออกจากตำแหน่ง…ดูเพิ่มเติม!!

เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ได้ เผย แพร่ ประกาศ ให้ นาย ทหาร สัญญาบัตร และ นาย ตำรวจ ชั้น สัญญาบัตร แต่ง ตั้ง เป็น นาย ทหาร ราชองครักษ์ พิเศษ และ นาย ตำรวจ ราชองครักษ์ พิเศษ…

วงในเล่ามุมมอง “112” จากอดีตถึงปัจจุบัน ใครใช้ ใครได้ประโยชน์?

ในวงสนทนาการเมืองช่วงหนึ่ง มีการย้อนมอง “มาตรา 112” ผ่านประสบการณ์ของนักการเมืองรุ่นก่อน ที่เคยเผชิญข้อกล่าวหาและแรงปะทะกันเองในสนามอำนาจชื่อของ สมัคร สุนทรเวช และ เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส มักถูกยกเป็นตัวอย่างว่า ในอดีตคดีลักษณะนี้เกิดขึ้นในหมู่นักการเมืองด้วยกันเอง มากกว่าจะลุกลามมาสู่ประชาชนทั่วไป กระทั่งแนวคิดของ สุขุมพันธุ์ บริพัตร ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงอีกครั้ง เมื่อเขาเคยเสนอให้ “แก้ 112” โดยใช้หลักการเดียวกับคดีสามัญชน หากมีผู้เสียหาย ก็ให้ฟ้องร้องและพิสูจน์กันในศาลไม่ควรเปิดช่องให้ใครก็ได้หยิบไปใช้เป็นอาวุธทางการเมือง แนวคิดนี้เคยถูกมองว่า “แรง” ในยุคนั้น…

ข่าวลือสะเทือนโซเชียล หรือสัญญาณการเมืองในราชสำนัก?

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โลกออนไลน์ทั้งในและต่างประเทศจับตากระแสข่าวเกี่ยวกับ พลตรีหญิง ท่านผู้หญิงอรอนงค์ ปิยนาถวชิรพัฒน์ อย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานต่อเนื่องว่า พระองค์ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ ผู้แทนพระองค์ ในงานสำคัญหลายแห่ง โดยเฉพาะการทอดกฐินพระราชทานที่ วัดใหญ่ชัยมงคล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมาก ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติภารกิจแทนพระองค์เท่านั้น แต่คือ รูปแบบการต้อนรับ การรายงานข่าว และถ้อยคำที่ใช้ในสื่อกระแสหลัก ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า “ผิดไปจากธรรมเนียมเดิม” หนึ่งในจุดที่ถูกตั้งข้อสังเกต คือ การรายงานข่าวบางสำนักที่ระบุว่า เมื่อเสร็จภารกิจแล้ว ท่านผู้หญิงอรอนงค์ “เสด็จกลับไปประทับ…

การหายตัวของ “เจ้าคุณพระสินีนาฏ” และโฆษณาน้ำท่วมของสิงห์ที่จุดไฟถกเถียงทั้งประเทศ

ภายหลังการหายไปจากสาธารณชนของ เจ้าคุณพระสินีนาฏ เป็นเวลานาน โดยเฉพาะในช่วงวันสำคัญอย่างวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 การไม่ปรากฏตัวของพระองค์ได้จุดกระแสตั้งคำถามในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง ขณะเดียวกัน ได้เกิดกระแสสังเกตการณ์ใหม่ เมื่อมี ราชองครักษ์หญิงในเครื่องแบบทหารสีแดง ปรากฏตัวในงานสำคัญ ลักษณะคล้ายช่วงก่อนการสถาปนาบุคคลสำคัญในอดีต ทำให้หลายฝ่าย โดยเฉพาะประชาชนในโลกออนไลน์ ตั้งข้อสงสัยว่า “กำลังมีการเตรียมสถาปนาบุคคลใหม่หรือไม่?” นักวิชาการและผู้สังเกตการณ์การเมืองหลายราย รวมถึง อาจารย์ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ได้ออกมาแสดงความกังวลต่อความไม่ชัดเจนของสถานการณ์ พร้อมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและบทบาทของสถาบันในบริบทสังคมร่วมสมัย ขณะเดียวกัน เสียงจากประชาชนจำนวนมากสะท้อนความรู้สึก “คิดถึง”…

”ท่านอ้น” กลับไทยพร้อมปริศนาครั้งใหญ่! ศรีรัศมิประสบปัญหาใหญ่

สำหรับคนไทยการกลับมาของโยธิดาก็น่าตกใจพอสมควรอย่างไรก็ตามสำหรับศรีรัฐนี้แล้วช็อกยิ่งกว่าเดิมอีกเพราะเธอยังนั่งบนบัลลังก์เจ้าหญิงและเกิดในเนื้อและพระโลหิตของกษัตริย์แห่งประเทศไทยแต่สุดท้ายก็ยังไม่สามารถเอาชนะใจในหลวงรัชกาลที่10ได้เมื่อเห็นท่านอ้นกลับมาก็มีเสียงระฆังเตือนดังขึ้นในหัวใจของศรีรัตมิด้วยอิทธิพลอันกว้างขวางของท่านอนในต่างประเทศเขาอาจโลภบัลลังก์ในฐานรัชทายาทนี่เป็นการโจมตีอย่างหนักสำหรับศรีรัติอย่าง แน่นอนเพื่อปกป้องอนาคตของเธอเองรัศมีเลือกที่จะนิ่งเงียบและระมัดระวังตำแหน่งบนบัลลังก์ของลูกชายของเธอเธอรู้ว่าหากการต่อสู้ในวังเกิดขึ้นทั้งเธอและลูกชายก็ไม่สามารถหลีกหนีจากโชคร้ายได้ดังนั้นการกลับมาของท่านอนจึงสั่นคลอนรากฐานของเธอโดยตรงบัดนี้รัชกาลที่10ชราแล้วและอำนาจขององค์ชายรองกลับมาแล้วศึกชิ้งราชบัลลังไทยก็จะดุเดือดยิ่งขึ้นอย่างแน่นอนศรีรัตจะไปไหนจู่ๆยูวาธิดาซึ่งมีชื่อเสียงมากในตอนนั้นก็ได้แสดงอายุของเขาออก มาแล้วไม่มีใครจำความถูกทรมานที่เธอถูกกลดออกจากตำแหน่งได้ตอนนี้เธอได้กลับบ้านเกิดแล้วข้างๆเธอคือเจ้าชายองค์ที่2ท่านอนผู้มีประสบการณ์ขึ้นๆลงลงมากมายฉากนี้เหมือนระเบิดดังกึบก้องสะเทือนขวัญทั้งประเทศไทยการต่อสู้ในราชวงศ์โบราณมากมายโศกนาฏกรรมนองเลือดมากมายถูกสร้างขึ้นใหม่ในฉากที่น่าตกใจนี้การครั้งหนึ่งเธอขึ้นสู่พระราชวังที่สูงที่สุดแห่งนี้แต่ในพริบตาเธอก็ถูกบังคับให้ออกไปไม่ว่าเธอมาที่นี่เพื่อแสวงหาความรุ่งโรจในอดีต หรือเธอกำลังเตือนอะไรบางอย่างใครๆในประเทศไทยต่างก็คาดเดากันโซเชียลเน็ตเวิร์กของไทยก็ระเบิดผู้หญิงคนนี้เป็นมาผู้ให้กำเนิดของเจ้าหญิงสัต์ในตำนานภรรยาคนที่2ในรัชกาลที่10ในขณะนั้นธิดาตอนนั้นเธอเป็นเด็กสาวจริงๆวธิดาวัย16ปีสวยมากจนสามารถดึงดูดคนทั้งประเทศได้เพียงแค่รอยยิ้มของเธอโดยไม่คาดผิดในชั่วปริบตาเธอก็ปีนขึ้นไปบนเตียงของกษัตริย์และได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าหญิงคนที่2อย่างที่ทุกคนรู้ดีว่าการรวมกันนี้ซึ่งสามาถปสถานการณ์และเปลี่ยน ชีวิตเพียงแค่ดูดีเท่านั้นได้ซ่อนเจตนาข้าไว้เบื้องหลังเธอขโมยผู้ชายของใครปรากฏว่าเธอคือพระราชินีคนสำคัญของรัชกาลที่10ลูกสาวผู้มั่งคั่งของครอบครัวใหญ่ในประเทศไทยเด็กผู้หญิงที่ไม่ทราบที่มาสามารถขโมยสามีของลูกสาวของเธอเองได้อย่างง่ายดายครอบครัวของยูกุจะทนกับน้ำเสียงนี้ได้อย่างไรผลก็คือครอบครัวมหาและยุผู้เจ้าเลหร่วมมือกันวางกับดักส่งผลให้เรื่องอื้อเฉาเรื่องการล่วมประเวณีของเจ้าหญิงอยู่วธิดาองค์ที่แม่้สะพัดออกไปในชั่ว ปริบตายูวาธิดาสาวสวยก็ล้มลงจากตำแหน่งที่โปรดปรานที่สุดในฮาเร็มเป็นงไม่[เพลง]เพียงตั้งแต่รัชกาลที่10จะถูกใกล้ออกจากวังเท่านั้นแต่ยังได้รับการแก้แค้นจากตระกูลยูกุอีกด้วยเวลาผ่านไปอย่างไม่คาดผิดและวันนี้ศัตรูเก่ามาพบกันที่นี่อีกครั้งยุวธิดาและองค์ชายรองท่านอ้นกลับมาราชสำนักไทยแล้วจะต้องแข่งขันกับศัตรูเก่าตระกูลโยกอีกหรือไม่คนไทยทั้งประเทศต่างคาดเดาถึงจุดประสงค์ในการกลับมาของเธอเวลาผ่านไปเพียงชั่วพริบตาท่านอนซึ่ง ขณะนั้นยังเป็นเด็กแรกเกิดก็มีอายุครบ40ปีแล้วหลังจากกลับมาพร้อมกับแม่โยธิดาท่านอนก็ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณะบ่อยครั้งดูเหมือนจะแสดงความสามารถพิเศษของเขาคนไทยกำลังคาดเดาว่าการกลับมาของเขาจะส่งสัญญาณบางอย่างไปยังราชวงศ์หรือไม่อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือเจ้าหญิงองค์ที่2ซึ่งเป็นเจ้าของที่แท้จริงได้หายตัวไปเป็นเวลา29ปีแล้วที่เธอกลับมาประเทศไทยแต่ไม่มีใครเห็นเธอเคลื่อนไหวใดๆท่านอ้นไปประชุมสาธารณประโยชน์เพียงคนเดียวไปวัดเพื่อ แสวงบุญแต่มารดาผู้ให้กำเนิดไม่เคยปรากฏตัวนี่เป็นความสับสนเป็นไปได้ใหม่ที่เธอไม่เคยกลับเมืองไทยถึงกลับมาจะซ่อนทำไมตกระทางพฤติกรรมของมารดาและบุตรโดยสเลือดค่อนข้างขัดแย้งกันอย่างชัดเจนสิ่งนี้ทำให้เกิดการเก็งกำไรอย่างดุเดือดในมุมผู้คนอีกครั้งนี่เป็นเพียงการแสดงทางการเมืองของท่านอ้นเหรอแม่ของเขาไม่อยู่ที่นี่เลยไม่มีทางวดีโอแสดงให้เห็นท่านอ้นและแม่ของเขาชัดเจนในเฟมเดียวกันคุณและฉันมีการคาดเดากันทุกรูปแบบแต่สุดท้ายก็ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นการที่อยู่ของมารดาผู้ให้กำเนิดของเธอกลายเป็นปริศนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศและไม่มีใครสามารถบอกความจริงได้บางทีอาจมีเพียงผู้หญหญิงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเท่านั้นที่สามารถเปิดเผยความลึกลับ29ปีด้วยคำพูดของเธอเองยวดีดาเดินทางกลับบ้านเกิดอย่างลึกลับหลังหลบหนีมานาน29ปีเรื่องนี้น่าจะสร้างความปั่นปวนแต่สิ่งที่น่าทึ่งก็คือสื่อไทยทั้งประเทศไม่เคยพูดถึงผู้หญิงคนนี้เลยแม้แต่หนังสือพิมพ์ก็ไม่ได้พูดถึง มันเหตุใดสื่อไทยจึงสูญเสียชื่อเสียงอยากไม่มีข้อยกเว้นความจริงแล้วคำตอบเป็นเพียงความคิดเท่านั้นผู้หญิงคนนี้เป็นเพียงเจ้าหญิงองค์ที่2ที่ถูกปลดเมื่อ29ปีที่แล้วและปัจจุบันไม่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์เลยสื่อไทยสร้างปัญหาแน่นอนว่าจะไม่โง่พอที่จะยั่วยุราชวงศ์อย่างแข่งขันโดยรายงานเรื่องผู้สัญจรไปมาซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ปัจจุบันดังนั้นเมื่อยุวธิดาปรากฏการค้นหาที่ร้อนแรงสื่อไทยจึงนิ่งเงียบเพราะกลัวจะสร้างปัญหาแม้ แต่การสนทนาของชาวเน็ตก็ถูกลบอย่างเป็นระบบใครๆก็สามารถจินตนาการถึงความกดกดดันอันมหาศาลของราชวงศ์ที่อยู่เบื้องหลังมันได้นี่คือเหตุผลที่แท้จริงแม้ว่าการกลับมาของเจ้าหญิงองค์ที่2จะทำให้เกิดความปั่นป่วนแต่เธอก็ยังคงไม่สามารถหลบหนีการปิดล้อมของราชวงศ์ได้29ปีผ่านไปเจ้าหญิงองค์ที่2ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปการครั้งหนึ่งเธอยังขึ้นถึงจุดสูงสุดของฮาเร็มและกลายเป็นผู้หญิงคนโปรดของมหาอย่างไรก็ก็ตามช่วงเวลาที่สวยงาม นั้นอยู่ได้ไม่นานก่อนที่จะนั่งบนบัลลังก์อันร้อนแรงเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องอื้อฉาวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนมีสัมพันธ์สวาทกับชาวต่างชาติข้ามคืนเถิดตกลงมาจากฟ้าสู่พื้นไม่มีใครรู้ว่านี่เป็นเพียงความเข้าใจผิดและการสมบคิดจริงๆหรือไม่อย่างไรก็ตามชะตากรรมของเธอก็คือกษัตริย์ผู้เดียวเท่านั้นที่ลงนามในคำสั่งเนรเทศเนรเทศเธอออกจากราชวงศ์อย่างถาวรและเธอก็ไม่เคยได้รับอนุญาตให้เหยียบย่ำแผ่นดินไทยด้วยซ้ำโดยไม่คาดคิดเวลาผ่านไปเธอกอดลูกชาย แล้วเดินถอยกลับไปทีละก้าวตอนนี้เธอจะรู้สึกอย่างไรคุณต้องการแก้แค้นศัตรูเก่าของคุณหรือไม่หรือคุณแค่จำอดีตแล้วหวนคิดถึงมันความสงสัยทั้งหมดนี้จะถูกเปิดเผยทันทีที่เธอพูดy

เจ้าฟ้าดีปังกรก้าวที่ยิ่งใหญ่เพื่อศรีรัศมิ์ สุวดี

การกลับมาของเจ้าญิงศรีรัตนถือเป็นประเด็นร้อนแรงที่สุดในราชวงศ์มาโดยตลอดผ่านเรื่องขึ้นลงขึ้นลงมากมายทำให้แฟนๆผู้ภักดีของเจ้าหญิงศรีรักอึดอัดใจในครั้งนี้เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา18พรรษารงเจ้าฟ้าีบังกรหลายคนเชื่อว่าในหลวงรัชกาลที่10จะยอมให้เจ้าหญิงศรีรัตน์เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองเพื่อให้แม่และลูกสาวได้พบประกันในที่สาธารณะอย่างไรก็ตามทุกคนยังคงผิดหวังไม่เพียงแต่เจ้าหญิงศรีรัตน์ไม่ได้มาถึงที่เกิดเหตุเป็นการส่วนตัวแต่เจ้าฟ้าทีปังกร เจ้าฟ้าชายทีปังกรเองก็ไม่ค่อยปรากฏตัวด้วยขั้นตอนสำคัญที่สุดในวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมาชิกในราชวงศ์คือการปล่อยสัตว์สู่ป่าซึ่งเป็นครั้งแรกที่กิจกรรมนี้ของสมเด็จเจ้าฟ้าทีังกรถูกแทนที่ด้วยผู้เฒ่าองคมนตรีบางส่วนผู้สื่อข่าวไม่เห็นเจ้าชายีปังกรในที่เกิดเหตุและในวันครบรอบแต่งงาน3ปีของสมเด็จพระนางเจ้าสุทธิดาและพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอย่างเป็นทางการของรัชกาลที่10เจ้าฟ้าทีปังกรก็ไม่ได้เข้าร่วมด้วยมีเพียงเจ้าฟ้าพัชรกิตยาภาและเจ้าฟ้า สิริวรรณวรีเท่านั้นปรากฏว่ารัชกาลที่10ทรงจงใจให้เจ้าัรกิตติยาพาเสด็จไปเชียงใหม่เพื่อเข้าเฝ้าพระองค์เป็นการส่วนตัวเมื่อรัชกาลที่10เสด็จร่วมกับพระนางสุธิดาพระองค์ไม่ทรงลืมเจ้าหญิงรัตนมีผู้โดดเดี่ยวนี่เป็นโอกาสที่หายากที่เจ้าทีบังกรจะกลับมาจากเยอรมณีเพื่อให้แม่ลูกได้พบพูดคุยกันมากขึ้นซึ่งเป็นการปรอบโยนเจ้าหญิงศรีรัตน์ด้วยเมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่าพระมหากษัตริย์ไทยไม่ทรงละทิ้งความห่วงใยและความห่วงใญต่อเจ้าฟ้าพัชรกิติยาพาตลอด หลายปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าในหลวงชการที่10ยังคงมีความรักต่อเจ้าหญิงศรีรัตน์อย่างมากพวกเขาอยู่ร่วมกันในที่สาธารณะเป็นเวลา13ปีเจ้าหญิงศรีรัตนมีไม่ได้เป็นเพียงผู้หญิงที่สวยที่สุดถัดจากรัชกาลที่10แต่ยังเป็นคนที่พระมหากษัตริย์ทรงรักอย่างแท้จริงอีกด้วยขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่10เสี่ยงต่อการต่อต้านของมารดาและทรงยืนกรานที่จะอยู่กับศรีริชาวเน็ตหลายคนรู้ดีว่าพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลเดชเป็นพระราชโอรสองค์ เยวของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชสิริกิตซึ่งถูกสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตทรงตามใจและปนเปอมาตั้งแต่เด็กและเป็นเพบอยที่มีชื่อเสียงในราชวงศ์เนื่องจากสถานะและสถาพิเศษของเขาจึงมีความงามมากมายรอบตัวเขาแต่เขาไม่เคยมีความรู้สึกที่แท้จริงกับผู้หญิงคนใดเลยริึงเป็นขยกเว้นเนื่องจากมกราชกุมารมหาวชิราลงกร ่าฝืนความปถนาของมารดาและทรยศต่อเจ้าหญิงสมสวลีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์จึงไม่มีคำพูดใดๆกับหญิงสาวที่ตก ลุมรักในหลวงรัชกาลที่10ด้วยพระองค์[เพลง]เองสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตทรงครอบครองมงกุฎมากกว่า1หโหลและอัญญมณีนำไม่ถ้วนแต่ยกเว้นเจ้าหญิงสมสวลีแล้วสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ไม่เคยมอบอัญญมณีแม้แต่ชิ้นเดียวให้กับใครเลยนี่เป็นเรื่องจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเจ้าหญิงศรีรัตน์ในการฉลองสิริราชสมบัติครบ60ปีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรมนาทบพิตโดยเผชิญหน้ากับเจ้าหญิงสาวแห่งราชวงศ์ยุโรปที่สวนมงกุฎประดับด้วยเ็ดพอย และเปล่งประกายพระองค์ยิง4รีรัศมีรู้สึกเขินอายที่จะใช้กิ๊ปิดผมแทนมงกุลเธอใช้ประโยชน์จากความงามของเธออย่างเต็มที่เพื่อเอาชนะขุนนางชาวยุโรปเหล่านี้และทำให้คนไทยชื่นชมและรักเธอมากยิ่งขึ้นต่อมาด้วยสาเหตุหลายประการสถานะของเจ้าหญิงศรีรัตน์ในราชวงศ์จึงตกต่ำลงเรื่อยๆและรูป ่ายบางรูปก็กลายเป็นความงเส้นสุดท้ายสำหรับเจ้ายินศรีรัตนสมเด็จพระนางเจ้าสุทธิดาไม่เพียงแต่มีอำนาจทางทหารเท่านั้นแต่ยังเกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรีคน ปัจจุบันด้วยเมื่อรวมกับการศึกษาระดับสูงคุณวุฒิและความสามารถสูงของสมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาพระองค์ก็ทรงเข้ามารับตำแหน่งแทนเจ้าหญิงศรีรัตนโดยธรรมชาติอย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างรัชกาลที่10และสมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาเป็นเพียงความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการเท่านั้นและพระมหากษัตริย์ทรงแสดงความรักต่อสมเด็จพระราชินีสุธิดาอย่างไม่เต็มใจเมื่อทั้งสพระองค์อยู่ร่วมกันในที่สาธารณะการครั้งหนึ่งรัชกาลที่10และเจ้าหญิงศรีรัตนทรงมีความสุขกันมากพวกเขา เกือบจะแยกจากกันไม่ได้ใช้เวลาร่วมกันทั้งวันทั้งคืนเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตทรงปฏิเสธที่จะพระราชทานเครื่องประดับทองและเงินให้เจ้าหญิงศรีรัตน์รัชกาลที่10จึงทรงผ่าเจ้าหญิงศรีรัตน์ิไปเยอรมนีเพื่อซื้อเครื่องประดับดังกล่าวตอนนั้นเองที่พระองค์เจ้าศรีรัตน์ทรงมีนิสัยติดช้อปปิ้งถึงตอนนี้รัชกาลที่10ยังคงรักศรีรัตนมีมากโดยยึดเอาเจ้าทีบังกรเป็นความผูกพันทางอารมณ์ทุกครั้งที่เห็นเจ้าทีบังกรจะนึกถึงเจ้าหญิงศรีรัตน์รัชกาลที่10จึงทรงปล่อยศรีรัตน์ิออกจาก วัดเมื่อปีที่แล้วและจัดการตั้งถิ่นทางที่พระบรมมหาราชวังในจังหวัดเชียงใหม่และด้วยคำแนะนำของเจ้าชายเดียวกรพระองค์ยังทรงอนุญาตให้เจ้าหญิงศรีรัตนทรงร่วมกิจกรรมการกุศลต่างๆอีกด้วยเจ้าหญิงศรีรัตน์มีอิสระที่จะออกผลอย่างชัดเจนจากพระเจ้าีปังกรเมื่อพิจารณาว่าอำนาจของสมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาในปัจจุบันยังคงมีอยู่รัชกาล20จึงไม่รีบร้อนที่จะประสบความสำเร็จเมื่อมองย้อนกลับไปความพยายามของเจ้าชายทีังกรเริ่มประสบผลแล้วชกาลที่10ยังมีเจ้าหญิง ศรีรัตนอยู่ในใจการกลับมาของนางถือเป็นข้อสรุปที่คาดไม่ถึงแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงไม่รู้ว่าจะวางเจ้าหญิงสรัไว้อย่าง[เพลง]ไร

เผยความสัมพันธ์อันอบอุ่นระหว่างรัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระราชินีสุทิดา

ชีวิตของรัชกาลที่10น่าสนใจมากเขามีคู่ครองทางกฎหมายมากมายรวมแล้วมี5คนคนแรกคือสมสาวหลีคนที่2คือนักแสดงสาวยุวธิดาคนที่3เป็นขุนนางพระราชินีทรงมีเพศสัมพันธ์กับพระนางศรีรัตน์คนที่4เป็นเจ้าบ้านสุธิดานอกจากภรรยาหลักทั้ง4แล้วยังมีนางสนมที่รักคือสินีนาถซึ่งมีสถานะถูกต้องตามกฎหมายแน่นอนว่าคนเหล่านี้ล้วนมีตัวตนและตำแหน่งรัชกาลที่10ชราแล้วจับดาบไม่ได้แล้วจึงทำได้เพียงลดหย่อนหน้าที่ของราชินีเท่านั้นหากต้องการให้มองเห็นได้ ชัดเจนยิ่งขึ้นในการแข่งขันชิงราชสำนักไทยผู้ชนะเพียงคนเดียวคือสมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาจากพนักงานต้อนรับที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักเป็นผู้นำในกองทัพไปจนถึงผู้หญิงที่มีมีบทบาทชี้ขาดในราชวงศ์ประสบการณ์ชีวิตของสมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาซาบซึ้งใจอย่างแท้จริงพูดถึงประเด็นนี้ก็ต้องถอนใจว่าสมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาไม่ใช่พระมเหสีที่สวยที่สุดในบรรดาพระมเหสีทั้ง5ในรัชกาลที่10ศรีรัตน์องค์ที่3เป็นเจ้าเสน่ห์เรียกได้ว่าทรงกรุมพระทัยกษัตริย์ไทยด้วย ความงามของพระองค์น่าเสียดายที่การตัดสินผู้จากรูปร่างหน้าตาเป็นเพียงโศกนาฏกรรมในวัยชรารัชกาลที่10ทรงหลงใหลในความโรแมนติกและอำนาจสามารถหาผู้หญิงได้มากขึ้นแต่มีเพียงส่วนหนึ่งของราชบัลลังก์เท่านั้นในสถานการณ์เช่นนี้4รัฐเป็นเพียงเบี้ยที่ถูกเล่นเท่านั้นในบรรดาพระมเหสีในรัชกาลที่10ก็ยังมีสตรีที่มีความทะเยอทะยานเช่นยุวธิดาซึ่งทรงให้กำเนิดพระราชโอรสรถนอกราชวงศ์ในรัชกาลที่10อีก5พระองค์หลังจากทนทุกข์มาหลายปีในที่สุดเธอก็ได้เป็น ราชินีเข้าสู่ราชวงศ์และเป็นนางสนมของกษัตริย์เธอเข้าใจหลักการอย่างชัดเจนว่าคลื่นลูกถัดไปผลักคลื่นลูกที่แล้วดังนั้นเธอจึงถือว่าพลังเป็นการดำรงอยู่ที่ไม่สั่นคลอนเธอไม่เพียงแต่ทำให้รัชกาลที่10สับสนเท่านั้นแต่เธอยังพยายามที่จะได้รับอำนาจภายในราชวงศ์ด้วยบางครั้งไอคิวและรูปร่างหน้าตามีความสัมพันธ์แบบผกผันโดยเฉพาะกับคนอย่างยุธิดาแม้จะมีความสามารถแต่ดูเหมือนว่าพวกเขาสามารถพึ่งพารูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้นในการแก้ ปัญหาเธอคิดว่าเธอได้รับการสนับสนุนและเชื่อว่าตราบใดที่เธอยังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนกับนายพลผู้เฒ่าราชินีก็สามารถรักษาความรุ่งโรจนของเธอไปตลอดชีวิตอย่างไรก็ตามใครจะรู้ว่ากลอุบายทั้งหมดของพระราชินีถูกสิริกิติแม่สามีทิ้งไว้และจริงๆแล้วพระราชินีถูกจับค้าหนังคาเขาบนเตียงความโปรดปรานจางหายไปการสนับสนุนที่ต้องพึ่งพานั้นไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไปยูวาธิดาพาลูกๆทั้ง5ของเธอที่เปราะบางร้าวกับผักใบเขียวในฤดูใบไม้ร่วง ไปยังสถานที่แปลกๆเพื่อเผชิญชีวิตที่เหลืออยู่ในฐานะราชินีเดี่ยวแม้ว่าลูกสาวของเธอจะกลายเป็นราชินีถัดจากรัชกาลที่10แต่ความสัมพันธ์ของเธอกับลูกชายทั้ง4ของเธอยังคงซับซ้อนและสับสนแม้ว่าเธอจะมีหัวใจที่เป็นอมตะแต่การกลับมาของเธอก็เต็มไปด้วยอุปสรรคนมไม่ต้องพูดถึงสถานการณ์ของนางสนมสุดที่รักนีนาหราชินีสุธิดาพึงรูปลักษณภายนอกเพื่อเลี้ยงตัวเองอย่างเต็มที่อีโชคดีที่สมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาไม่ทรงขออะไรมากเพียงแต่ทรงเพลิดเพลินกับการปรนิบัติของ ราชวงศ์เท่านั้นตระกูหล่อโชคชะตาดูเหมือนจะอ่อนแอเล็กน้อยเพราะเธอไม่สวยพอในที่สุดเธอก็ได้ให้กำเนิดพระราชธิดาผู้มีความสามารถคือราชินีแต่จู่ๆก็พบกับโชคร้ายชีวิตของราชินีเปียกโชคไปด้วยน้ำตาลองนึกภาพอดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้พรกึนฮเยเป็นคนประเภทที่สามารถอดทนและนิ่งเฉยมานานหลายทศวรเพียงเพื่อรับการโจมตีครั้งสุดท้ายเมื่อมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์การเมืองจะเห็นได้ว่าผู้ชนะที่แท้จริงถือว่าความอดทนเป็นคุณธรรมที่สำคัญโดยไม่มี ข้อยกเว้นเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนที่ต้องการบรรลุสิ่งที่ยิ่งใหญ่จะต้องมีคุณภาพของความอดทนไม่ว่าสมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาจะทรงพระเยาว์หรือทรงวัยกลางคนพระองค์ยังทรงแสดงกิริยาท่าทางที่เคร่งครัดและสงบสุขเสมอเมื่อทรงคุกเข่าด้วยท่าทางที่เป็นธรรมชาติแทบจะเทียบได้กับท่าคุกเข่ามาตรฐานของพระราชามักมีคนวิพากษ์วิจารณ์การแต่งกายของสมเด็จพระราชินีสุธิดาว่าพระองค์ไม่ทันสมัยและยังเยไวพอรัชกาลที่10พอใจกับการมีอายุมากกว่า26ปีเพราะ มันทำให้เขามีความสุขเขารู้สึกไม่สบายใจเมื่อภรรยาสาวคอยเตือนอยู่เสมอว่าเขาแก่แล้วสมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาทรงรักษาการแต่งกายแบบดั้งเดิมและอนุรักษ์นิยมมาหลายปีสมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาทรงสนับสนุนอดีตสามีอย่างระมัดระวังดูจริงใจและตั้งใจมากกษัตริย์องค์ใดจะไม่ได้รับการปลอบประลงอย่างลึกซึ้งจากราชินีเช่นนี้ดูสินี่คือสมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาบัดนี้พระนางสุธิดาครองฮาเร็มได้แล้วตำแหน่งของสมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาไม่ได้เกิดขึ้นโดย บังเอิญในด้านความเข้มแข็งสมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาไม่ได้มาจากพื้นเพที่โดดเด่นความสัมพันธ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาก็สั่งสมมาทีละขั้นสมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาทรงระลึกเสมอว่าความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลของพระราชินีเป็นผลจากความโปรดปรานของผู้เป็นที่โปรดปรานซึ่งทำให้พระราชินีสามารถขึ้นสู่ยศนายพลในกองทัพได้การตัดสินใจทุกครั้งในรัชกาลที่10ที่พระราชินีทรงกระทำนั้นสะท้อนถึงการทำงานหนักที่พระองค์ได้ทรงทุ่มเทมาหลายปีความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ไม่เพียงพอที่จะยืนยันสถานะของพระราชินีในราชวงศ์ไทยดังนั้นสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาทรงให้ความสำคัญกับรัชกาลที่10มาเป็นอันดับแรกเสมอเช่นความเข้าใจที่สุขุมและฌานฉลาดที่ผู้หญิงธรรมดามีมักจะได้มาอย่างยากลำบากขณะนั้นสมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาทรงรู้สึกอิ่มเอมใจอยู่ในพระทัยีอาจเป็นผลลัพธ์สุดท้ายของการต่อสู้ภายในของราชวงศ์สมเด็จพระราชินีสุธิดาอาจไม่ได้เป็นตัวแทนของสตรีร่วมสมัยที่แย่งชิงความมั่งคั่งแต่พระราชินีทรงเป็นหนึ่งในราชวงศ์ที่ ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกรู้ดีว่าพวกเขาต้องการอะไรนับตั้งแต่วินาทีที่เธอตัดสินใจเข้าร่วมราชวงศ์สมเด็จพระราชินีทรงละทิ้งศักดิ์ศรีและการอุทิศตนทั้งหมดเธอสื่อสารกับผู้อื่นได้ดีและรู้วิธีแสดงคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมของเธอผ่านคำพูดและการกระทำสิ่งนี้ทำให้พระราชินีทรงพัฒนาความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับในหลวงรัชกาลที่10และกลายเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดที่สุดกับเขาสมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาทรงมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมและสาธารณประโยชน์ในประเทศไทยและ ทรงทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนเธอมีความสนใจในด้านการรักษาพยาบาลการศึกษาการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสาขาอื่นๆการช่วยเหลือกลุ่มผู้ด้โอกาสและสร้างภาพที่ดีให้กับราชวงศ์สมเด็จพระราชินีสุธิดายังได้รับเหรียญเกียรติยศสูงสุดของประเทศไทยในปีพุทธศักราช2566ซึ่งถือเป็นเครื่องยืนยันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดถึงสถานะราชินีและอิทธิพลของราชวงศ์สมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาทรงมีปีที่เต็มไปด้วยความท้าทายและโอกาสในปีพุธศักราช2566ไม่เพียงแต่จะประสบความสำเร็จใน หน้าที่การงานเท่านั้นแต่พระนางยังทรงเก็บเกี่ยวผลอันหอมหวานแห่งความรักอีกด้วยความสัมพันธ์ระหว่างสุธิดาและรัชกาลที่10ร้อนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วพวกเขามักจะจับมือกันในงานราชการและแสดงความรักต่อสาธารณะสมเด็จพระนางเจ้าสุธิดายังได้รับของขวัญเซอร์ไพรส์จากพระองค์และในวันเกิดของพระองค์เองด้วยและทรงซาบซึ้งใจอย่างยิ่งสมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาทรงเสด็จพระราชดำเนินไปพร้อมกับพระราชาด้วยทรงตรวจทานกองทหารแสดงความสง่างามและพระทัยของ พระราชินีสมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาทรงปรากฏอยู่ในการ์ดปีใหม่ร่วมกับแล้มกุฎราชกุมารด้วยครอบครัวทั้ง3มีความสุขและอบอุ่นมากความสำเร็จทั้งด้านความรักและอาชีพการงานของสมเด็จพระราชินีสุธิดาทำให้เธอเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในราชวงศ์ไทยและเรื่องราวของเธอก็ทั้งสร้างแรงบันดาลใจและมหัศจรรย์สมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาทรงเป็นสตรีที่มีชาติกำเนิดร่วมกันและเรื่องราวของสมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาก็เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและจินตนาการเธอก้าวข้ามข้อ จำกัดทางชนชั้นและกลายมาเป็นตัวแทนของราชินีแห่งประเทศไทยด้วยพรสวรรค์และการทำงานหนักของเธอไม่ต้องสงสัยเลยว่าในความสามารถของสมเด็จพระราชินีสุธิดาและสมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาทรงแสดงพระอัจฉริยภาพและวิสัยทัศน์ที่ไม่ธรรมดาทั้งในหน้าที่การงานและในความสัมพันธ์ของพระองค์เธอชนะใจในหลวงรัชกาลที่10ในปี2566และยังได้รับความชื่นชมและยกย่องจากทุกคนอีกด้วยความรักและความสำเร็จในอาชีพการงานทำให้พระราชินีเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของราชวงศ์ไทย

ชีวิตของเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีแม้จะผ่านช่วงชีวิตถึง 3 ระยะ แต่ก็ยังโดดเดี่ยวอยู่อย่างแน่นอน

รอบท่านหญิงกับ6ความสนพระทัยของเจ้าฟ้าสิริวรรณวรีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวรรณวรีนารีรัตน์ราชกัญญาทรงเจริญพระชนมายุครบ36พรรษาในวันที่8มกราคม2566ตลอดเวลาที่ทรงงานได้รับแรงบันดาลพระทัยจากเสด็จปู่เสด็จย่าและเสด็จพ่อในหลากหลายด้านมิติพระราชประวัติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวรรณวรีนารีรัตนราชกัญญาประสูติเมื่อวันที่8มกราคม2530ทรงเป็นพระราชธิดาองค์ที่2ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระเชษภัคคินีและพระอนุชา2พระองค์คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิตยาภาได้เรนทิราเทพยวรางกูรังกรสิริวิบูลย์ราชกุมารเมื่อแรกประสูติทรงดำรงพระอิสริยยศหม่อมเจ้ามีพระนามว่าหม่อมเจ้าบุตรน้ำเพชรมหิดลต่อมาได้รับพระราชทานพระนามใหม่ว่าหม่อมเจ้าจกฤตยาภามหิดลต่อมาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงพระราชทานพระนามใหม่ว่าหม่อมเจ้าสิริวรรณวรี[เพลง]มหิดลเมื่อ15มิถุนายน2548พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตมีพระบรมราชองค์การโปรดเกล้าสถาปนาขึ้นเป็นพระ พระเจ้าหลันเธอพระองค์เจ้าสิริวรรณวรีนารีรัตน์ด้วยทรงเจริญวัยพร้อมด้วยวุฒิปริชาสามารถศึกษาเล่าเรียนและปฏิบัติสรรพกิจได้เป็นอันดีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวรรณวรีมักเรียกแทนพระองค์เองว่าท่านหญิงหรือหญิงในระหว่างประธานสัมภาษณ์สื่อมวลชนหรือสื่อสารในสื่อสังคมออนไลน์ด้วยเพราะมีพระยศเดิมเป็นหม่อมเจ้ามาก่อนส่วนด้านการศึกษาสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีพระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่6จากโรงเรียน จิตลดาระดับปริญญาตรีศิลปกรรมศาสตร์บัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ1เหรียญทองภาควิชานรมิตรศิลป์คณะศิลปกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยด้วยเกรดเฉลี่ย3.93และทรงได้รับแรงวันนิสิตดีเด่นประจำปีการศึกษา2551ด้วยมีผลการเรียนอันน่าพึงใจและระดับปริญญาโทจากวิทยาลัยสมาคมการออกแบบเสื้อผ้าปารีสประเทศฝรั่งเศส6ความสนพระทัยของเจ้าฟ้าสิริวรรณวรีมีดังนี้1แบดมินตันพระองค์นั้นทรงโปรดกีฬาแบดมินตันโดยเริ่มเล่นกีฬาชนิดนี้ตั้งแต่ทรงศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่3และ ทรงผ่านการคัดเลือกให้เป็นนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทยครั้งแรกคนามมีพระชนมายุ17พรรษาได้เข้าร่วมการแข่งขัน4เกมครั้งที่23ที่ประเทศฟิลิปปินส์และในปี2548พระองค์ทรงคว้าเหรียญทองประเทศทีมหญิงได้สำเร็จอย่างที่2กีลาขี่ม้านอกจากทรงแบดมินตันพระองค์ก็ยังสนพระทัยกีฬาอีกชนิดหนึ่งคือการขี่ม้าตั้งแต่มีพระชนมมายุเพียง9พรรษาตามแบบพระเชษฐภัคคินีคือสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิตยาภาโดยถือเป็นคนไทยคนแรกที่จบหลักสูตรการขี่ม้าจากโรงเรียนเลิกาดนัว ประเทศฝรั่งเศสและในปี2555พระองค์ทรงร่วมการแข่งขันรายการชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยที่จังหวัดชลบุรีและสรงคว้าแชมป์ในการแข่งขันศิลปะการบังคับม้าอย่างที่3การออกแบบเสื้อผ้าอีกพระปีชาสามารถอันโดดเด่นก็คือการออกแบบแฟชั่นซึ่งทรงได้รับแรงบันดาลใจมาจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงพระอัยยิกา4ดนตรีอักษรสอนและภาพถ่ายนอกจากนี้แล้วพระองค์ก็ยังสนพระทัยในเรื่องของดนตรีงานประพันธ์และภาพทายด้วยซึ่งพระ องค์ก็ทรงนิพนธ์เพลงเพื่อใช้ในการแสดงแฟชั่นโชว์โดยมีอยู่4บทเพลงที่จัดขึ้นเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในหลวงรัชกาลที่10และพระองค์ก็ยังทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ของวงดุริยาซิมโฟนีกรุงเทพฯและรับเป็นองค์ประธานคณะกรรมการด้านดนตรีrbsoโดยตั้งประณิธานในการพัฒนาและผลักดันให้เป็นวงออร์เคสตร้าชั้นนำในเอเชียแปซิฟิกที่มีความสามารถเทียบเท่าวงออสต้าสากลอย่างที่5ภาษาต่างประเทศโดยเพราะมีพระกรณียกิจต้องเสด็จเจือนต่างประเทศทั้งในฐานะสมาชิกราชวงศ์และพระกรณียกิจอัน เกี่ยวเนื่องกับงานที่ทรงสนพระทัยทั้งในแวดวงกีฬาการแสดงผลงานทางศิลปะรวมถึงการประทานสัมภาษณ์สื่อมวลชนหลากหลายแขนงสมเด็จพระเจ้าลูกให้ความสำคัญกับภาษาอย่างยิ่งอย่างที่6การทหารสมเด็จพระเจ้าลูกเธอทรงมีพระยศทางทหารล่าสุดเป็นพันเอกหญิงโดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าพระราชทานพระยศทหารนี้ขณะมีพระชันษา31ปีสำหรับเส้นทางการรับใช้กองทัพบกและการดำรงพระยศทางทหารไล่เรียงตามประกาศที่เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาดังนี้วันที่4พฤษภาคม 2555ได้พระราชทานพยศกร้อยโถหญิงได้รับการโปรดก้าแต่งตั้งให้ทรงเป็นนายทหารพิเศษประจำกองพันทหารมาที่29รักษาพระองค์และอีกคำสัั่งได้รับการโปรดเกล้าแต่งตั้งให้ทรงเป็นราชองครักษ์พิเศษวันที่4กรกฎาคม2555ได้รับการโปรด9แต่งตั้งให้ทรงเป็นนายทหารพิเศษประจำกองพันทหารมาที่1รักษาพระองค์1ตุลาคม2555ได้รับการโปรดเกล้าพระราชฐานพยศร้อยเอกหญิงเป็นกรณีพิเศษ7พฤษภาคม2555ได้รับการโปรดเกล้าพระราชทานพยศพันตรีหญิงเป็นกรณีพิเศษ2กุมภาพันธ์ 2560ได้รับการโปรดเกล้าพระราชทานพยศพันโทหญิงและ21มิถุนายน2561ได้รับการโปรดเกล้าพระราชทานพระยศพันเอกหญิงในฐานะพระอาจารย์หัวหน้าแผนกโรงเรียนทหารม้าศนก