คำทำนายสุดแม่น! รัชกาลที่ 11 และ 12 คือผู้ใดครองราชย์! ของ โหรหลวงในสมัย รัชกาลที่ ๑

โน้ท แต่ก่อนจะไปรับฟังคลิปก็อย่าลืมกด like กดติดตามและกดกระดิ่งแจ้งเตือนของช่องทีอาร์เอ็นทีวีคนอ่านข่าวเอาไว้ด้วยนะครับแม่นจนขนลุกคําทํานายรัชกาลที่ 11 และ 12 คือผู้ใดได้ครองราชย์ของหวงในรัชกาลที่ 1 ในการบริหารราชการแผ่นดินตั้งแต่สมัยโบราณอาการพระมหากษัตริย์จะมีขนประจำพระองค์เพื่อทำนายดวงชะตาบ้านเมืองว่าจะเป็นอย่างไรในอนาคตไว้ดูฤกษ์ยามเพื่อทำศึกสงครามรวมทั้งทำนายดวงชะตาของพระองค์เองและบุคคลใกล้ชิดซึ่งโหรถือว่ามีอิทธิพลต่อการประกอบการตัดสินใจในชีวิตประจำวันและการบริหารบ้านเมืองของพระมหากษัตริย์เป็นอย่างมากดัง ผมชื่อโหราธิบดีหลวงในรัชกาลสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชในรัชกาลที่ 1 ที่ได้ทำนายถึงดวงชะตาของกรุงรัตนโกสินทร์เอาไว้อย่างน่าสนใจโดยมีการทำนาย 12 ยกหรือ 12 ราชการโดยมีเนื้อหาใจความดังนี้โดยมีเนื้อความว่าในรัชกาลที่ 1 สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชวันหนึ่งเวลาเย็นขณะที่ท่านประทับอยู่ณตำหนักท่าน ได้ตรัสตอบพระโหราว่าฉันจะให้ท่านพยากรณ์โชคชะตาของกรุงรัตนโกสินทร์ว่าต่อไปเบื้องหน้าจะเป็นอย่างไรพระโหราจึงกลับทูลว่าพระอาญาไม่พ้นเกล้าการถวายคำพยากรณ์โชคชะตาของกรุงรัตนโกสินทร์เป็นเรื่องสำคัญจำจะต้องตรวจการพยากรณ์ด้วยความระมัดระวังต้อง 4 ระยะเวลาถึง 3 วันจึงจะกลับทูลถวายคำพยากรณ์ได้แล้วท่านโหราธิบดีได้จดวันเวลาเดือนปีของวันที่ลงหลักเมืองกรุงรัตนโกสินทร์ตามที่พระพุทธยอดฟ้ารับสั่งแล้วจึงกราบทูลลากลับไปพอครบ 3 วันพระโหราจึงมาเฝ้าตามที่นัดเอาไว้และ ได้ถวายคำพยากรณ์…

ตรงจนขนลุก! เปิดคำทำนาย “หลวงพ่อ ฤๅษีลิงดำ” ว่าเมื่อมี รัชกาลที่ 10 กับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น!!

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ครอบครัวคนอ่านข่าวคำทำนายtrnTVสวัสดีครับเรื่องราวในวันนี้นั้นจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหลวงพ่อฤาษีลิงดำเกี่ยวกับคำทำนายเมื่อรัชกาลที่10ขึ้นทรงราชย์ทุกท่านครับไหนๆก็เข้ามาแล้วกรุณาช่วยกดไลก์กดติดตามรวมทั้งกดรูปกระดิ่งเพื่อได้รับทราบเรื่องราวดีๆใหม่ๆที่น่าประรทับชัยได้ทุกๆวันครับและเหมือนเดิมเช่นเคยครับทุกท่านด้วยความห่วงใยจากคนอ่านข่าวเรื่องราวของคำทำนายนั้นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อส่วนบุคคลโปรดใช้ วิจารณญาณในการรับชมรับฟังด้วยนะครับแล้วถ้าครอบครัวคนอ่านข่าวท่านไหนที่รับฟังจนจบแล้วมีความคิดเห็นไว้ว่าอย่างไรกรุณาช่วยคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกับด้วยนะครับขอเชิญรับฟังกันได้เลยครับเปิดคำทำนายหลวงพ่อฤาษีลิงดำเมื่อมีรัชกาลที่10ขึ้นสรงราชย์จะเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ประสกนิกรชาวไทยปราปลื้มอย่างหาที่สุดไม่ได้ในสมัยที่พระราชพรหมญาณวีรทาวโรดที่ชาวบ้านรู้จักกันในนามหลวงพ่อฤาษีลิงดำยังมีชีวิตอยู่นั้นได้มีการรวบรวมคำเทศนา ของหลวงพ่อไว้เป็นหนังสือชื่อฤาษีทัศนาจรซึ่งได้จัดผิดทีมออกหลายเล่มหลายตอนโดยในเล่มที่1ตอนเทวดาชวนขุดทองก็ได้มีการพยากรณ์ทำนายแทรกไว้และมีการทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในรัชกาลที่10ว่าจะมีผู้มีบุญขึ้นมาครองราชย์เป็นรัชกาลที่10และจะมีเหตุการณ์ใดบ้างนั้นดั่งเนื้อหาที่ได้มีการบันทึกไว้ดังนี้ท่านผู้ชมครอบครัวคนอ่านข่าวทุกท่านครับเนื้อหาใจความสำคัญนั้นใกล้จะเริ่มแล้วนะครับกรุณาตั้งใจรับฟังให้จนจบแล้วที่สำคัญเลยนะ ครับเมื่อรับฟังจนจบแล้วอย่าลืมคอมเมนต์พูดคุยแสดงความคิดเห็นกันดูนะครับขอเชิญรับฟังกันได้เลยครับเมื่อแผ่นดินสะเทือนแผ่นดินสั่นเกิดขึ้นดรปริญญาก็บอกว่าเป็นปรากฏการณ์ของธรรมชาติบ้างแต่ ้าว่าเจ้าลิงนี่สิฤาษีลิงดำหัวหน้าทัศนาจรมันไม่ว่าอย่างนั้นพอแผ่นดินสะเทือนก็ถึงกำหนดจิตว่านี่มันคือเรื่องอะไรพอมีความดำริเท่านั้นก็ปรากฏว่าบรรดาปิยะสหายคราวนี้ไม่ใช่หมาแล้วกลายเป็นผีมีศักดิ์ศรีใหญ่แต่งตัวสีแดงพืชไปหมดประมาณ70-80คนแล้วก็ประมาณสี เขียวสีดำอีกหลายร้อยคนเห็นบริเวณนั้นเกลื่อนกร่นไปหมดจึงได้ถามว่านี่พ่อพ่อเทวดาแกมาทำอะไรกันอยู่ที่นี่และทำไมแผ่นดินมันถึงสะเทือนเขาก็ชี้ไปที่ท่านพระเจ้าโกสาปองคราวนี้การไปคราวนี้ของท่านเจ้าภรรยาโกสาปองน้องชายเจ้าพระยาโกสาปานท่านไปด้วยความจริงชื่อนี้สมมติขึ้นมาอย่าคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงๆแค่ล้อกันและเจ้าพญาโกสาป่องเป็นใครก็อย่าคิดอย่าถามถามก็ไม่บอกแกก็เลยบอกมาว่าเจ้าภรรยาโกสาปองมันคิดจะขุดทรัพย์มันคิดว่าที่นี่ มีทรัพย์มากมันอยากจะได้ทรัพย์ใต้แผ่นดินในเมื่อมันคิดอย่างนั้นก็เลยทำให้มันรู้ว่ามีจริงก็เลยถามเขาว่ามีมากไมเขาบอกว่าเฉพาะทองคำก็ประมาณ15ตันเห็นจะได้แล้วยังมีแก้วที่มีค่ามากทีนี้ก็ถามเขาว่ามันอยู่ลึกั้วะจะขุดได้ยแกก็เลยบอกว่าขุดไม่ยากหรอกมันไม่ลึกเท่าไหร่ประมาณ1กลเท่านั้นก็ถึงก็เลยบอกว่านี่แกไม่น่าบอกอย่างนี้นี่เป็นของที่เกินวิสัยของคนจะขุดได้ทำไมถึงบอกอย่างนั้นเขาก็หัวเราะยังได้ถามว่าทรัพยากรทั้งหลายเหล่านี้จะปรากฏ เป็นผลดีแก่ประเทศชาติในสมัยไๆเขาก็เลยบอกว่าอานุภาพของทรัพยากรทั้งหลายจะปรากฏขึ้นในตอนกลางของรัชสมัยของรัชกาลที่10แห่งกรุงรัตนโกสินทร์สมัยนั้นจะปรากฏว่าประเทศจะมีความมั่งคั่งสมบูรณ์เป็นกรณีพิเศษทุกสิ่งทุกอย่างจะพ้อมมูลบริบูรณ์จะกลายเป็นประเทศมหาเศรษฐีเขตหนึ่งอย่าว่าแต่เฉพาะในเอเชียเลยแม้แต่ยุโรปก็ต้องเอาใจทั้งนี้เพราะว่าอำนาจบุญบารมีของกษัตริย์ทั้ง2พระองค์คือกษัตริย์รัชกาลที่9เป็นผู้มีบุญบารมีใหญ่ปู่พื้นฐาน เอาไว้แล้วก็มีพระโอสาธิราชที่จะเป็นกษัตริย์องค์ต่อไปก็เป็นพระราชาที่มีบุญบารมีใหญ่ที่คนทั้งหลายคิดว่าจะทำลายประเทศไทยให้เป็นคอมมิวนิสต์มีจิตหยาบปรารถนาจะให้คนไทยทั้งชาติมีความเคารพในพุทธศาสนาเป็นทาสของบุคคลกลุ่มเดียวไม่มีความหมายเพราะว่าความหวังตั้งใจของบุคคลทั้งหลายเหล่านี้เขาจะพาตัวเขาพี่นไปเองเพราะอำนาจบุญบารมีของพระมหากษัตริย์ที่เปลี่ยมไปด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่มีสมรรถภาพเป็นพิเศษเขาว่ากันอย่างนั้นก็เลยบอกว่าโมทนาด้วยนะ แล้วก็ในฐานะที่ท่านทั้งหลายเป็นเทวดาก็ต้องช่วยกันนะเขาก็เลยบอกว่าช่วยกันก็เลยถามต่อไปว่าการที่ทำให้แผ่นดินสะเทือนนี่นะเป็นปัจจัยเพราะพยาโกสาปองแกมีความละโมบโลภมากอยากจะได้ทรัพย์ในแผ่นดินนั้นใช่ไหมก็มีท่านหนึ่งบอกว่าไม่ใช่ไอ้เจ้าพญาโกสาปองนี่มันเป็นเพื่อนกันเคยเป็นเพื่อนร่วมกันมาแต่ว่าตอนนี้ตามันยังไม่ดีแต่ทว่านิสัยเขาก็ดีก็คือว่าชอบสร้างตัวเป็นคนสุจริตไม่ทุจริตโกงเงินโกงทองของรัฐบาลรับราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตแล้วก็ มีจิตประกอบด้วยกุศลอย่างนี้จึงแสดงอาการให้ปรากฏแล้วอีกประการหนึ่งคนที่มาทั้งหมดนี่เป็นอันว่าว่า99.99%จัดว่าเป็นคนที่มีบุญใหญ่มีศักดิ์ศรีใหญ่ก็เลยถามว่าคนที่มีบุญใหญ่มีศักดิ์ศรีใหญ่น่ะมันใหญ่กันตรงไหนเขาก็บอกว่าใหญ่ตรงที่มีความดีน่ะสิเพราะว่าการมาคราวนี้นี่ตั้งใจจะมานมัสการพระดีที่เรียกกันว่าสุปฏิปันโนแล้วพระทั้งหลายเหล่านั้นคือคณะของเขาเองทุกท่านครับครอบครัวคนอ่านข่าวทุกคนเป็นอย่างไรกันบ้างครับเกี่ยวกับเรื่อง ราวคำทำนายนี้ถ้าท่านคิดเห็นไว้ว่าอย่างไรกรุณาคอมเมนต์พูดคุยกันด้วยนะครับเพราะว่าบางทีบางท่านอาจจะฟังดูแล้วจับใจความไม่ได้นะครับแต่ว่าบางทีบางท่านอาจจะฟังแล้วก็ตีความหมายได้อย่างชัดเจนลองคอมเมนต์พูดคุยเพื่อบอกให้ครอบครัวคนอ่านข่าวท่านอื่นๆได้รับทราบกันด้วยนะครับลำดับถัดไปครับทุกท่านเดี๋ยวคนอ่านข่าวจะขออนุญาตนำเสนอเกี่ยวกับฉบับเต็มนะครับขอเชิญรับฟังกันได้เลยครับคำทำนายหลวงพ่อฤาษีลิงดำฉบับเต็มคำทำนาย พระราชพรหมญาณวีรถาวโรหรือที่คนรู้จักทั่วไปว่าหลวงพ่อฤาษีลิงดำฉบับเต็มจากวัดจันทารามท่าซุงเรื่องอนาคตของประเทศชาติเรื่องนี้นั้นมีการเผยแพร่เมื่อวันพุธที่23ธันวาคมปีพุทธศัก2518เรื่องมีอยู่ว่าท่านพลตรียุทธศิลป์เกสรสุคนธ์บัญชาการกองพลที่3ยศและตำแหน่งในสมัยนั้นได้นิมนต์หลวงพ่อมหาวีระถาวโรหรือหลวงพ่อฤาษีลิงดำพร้อมด้วยพระเถระรวม6รูปเพื่อไปบำรุงขวัญของทหารในเขตกองทัพภาคที่2โดยนำผ้ายันต์มหาพิชัยสงครามและเหรียญเอกราชไปแจกให้แก่ทหารตามฐาน ปฏิบัติการชายแดนระหว่างวันที่20ถึง23ธันวาคมปีพุทธศักราช2518และในวันสุดท้ายคือวันที่23ธันวาคมปีพุทธศักราช2518ได้ทำการแจกของให้แก่ทหารค่ายสุรนารีจังหวัดนครราชสีมาและก่อนทำการแจกก็ได้แสดงธรรมมิคถาเรื่องอนาคตของชาติณพุทธสถานค่ายสุรนารีจังหวัดนครราชสีมาท่านผู้ชมครอบครัวคนอ่านข่าวทุกท่านครับซึ่งมูลเหตุที่ได้มาแจกวัตถุมงคลนั้นก็เพื่อเจริญสุขแก่บรรดาทหารของชาติทุท่านอาตมาได้ไปทำการแจกจ่ายพระยันต์และเหรียญแก่ทหารทางภาคเหนือมาแล้ว3 ครั้งต่อมาได้ทราบข่าวจากข้าหลวงสมเด็จพระบรมราชินีนาถว่าสมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงปรารถนาว่าหลวงพ่อฤาษีลิงดำท่านไม่ห่วงทหารภาคอีสานหรืออย่างไรจึงไม่ไปแจกของแก่ทหารทางภาคอีสานบ้างความจริงอาตมาก็ห่วงทหารทางภาคอีสานเช่นเดียวกันกับทหารทางภาคเหนือเมื่อท่านผู้บัญชาการกองพลที่ที่3จะอำนวยความสะดวกในการดำเนินมาแจกจ่ายจึงได้นำสิ่งของมาแจกจ่ายในครั้งนี้ขั้นแรกอนุศาสนาจารย์ได้อาราธนาให้แสดงธรรมต่อมาท่านผู้บังคับบัญชากองพล ได้อาราธนาให้เล่าเรื่องของที่นำมาแจกจ่ายว่าทรงคุณอย่างไรบ้างผู้ที่ได้รับแจกไปจะได้เกิดศรัทธาความเชื่อมั่นเพื่อสนองเจตนาของอนุศาสนาจารย์และผู้บังคับบัญชากองพลที่3ได้อาราธนาขอพูดเรื่องธรรมก่อนสักเล็กน้อยจากนั้นจึงพูดถึงเรื่องของสิ่งของที่นำมาแจกจ่ายเราทุกคนนั้นอยากมีความดีด้วยกันทั้งนั้นแม้นบางคนนึกว่าตนเองอยากมั่งอยากมีอยากมียศมีอำนาจแต่ความจริงแล้วก็คืออยากมีดีนั่นเองแม้เราจะมียศสูงแต่ถ้าใครมาว่าเราเป็นคนไม่ ดีเราก็ไม่ชอบเพราะฉะนั้นใครจะทำอะไรก็ตามเถอะแต่ที่สุดของความอยากนั้นก็คือความดีนั่นเองรักษาศีล5ให้ได้ความดีนั้นมีกฎเกณฑ์ที่เราจะทำเป็นเบื้องต้น5ประการคือ1เราไม่อยากให้มีใครฆ่ารังแกข่มเหงเราเราก็อย่าไปฆ่าไปรังแกไปข่มเหงเขา2เราไม่อยากให้ใครมารักของของเราเราก็อย่าไปรักของของเขา3เราไม่อยากให้ใครมาผิดลูกผิดเมียเราเราก็อย่าไปผิดลูกผิดเมียเขา4เราไม่อยากให้ใครมาโกหกเราเราก็อย่าไปโกหกเค้า5เราไม่อยากเป็นคนบ้าก็อย่าไป ดื่มสุราเมรเพราะถ้าดื่มสุรามากๆก็จะกลายเป็นคนบ้าครอบครัวคนอ่านข่าวทุกท่านครับหัวข้อลำดับถัดไปนั้นจะเป็นหัวข้อเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติครับซึ่งก็ได้มีการบอกว่าเจริญพรหมวิหาร4ไว้ความดีที่สูงขึ้นไปอีกที่เราควรประพฤติเป็นหลักในการดำรงชีวิตเพื่อความสุขความเจริญแก่ตนเองคือพรหมวิหารมี4ประการคือ1เมตตาความรักเราต้องรักตัวรักครอบครัวรักญาติพี่น้องหมู่คณะตลอดจนถึงรักประเทศชาติ2กรุณาความสงสารที่มีต่อบุคคลที่ตกทุกข์ได้ยาก อยากให้เขาพ้นทุกข์พ้นจากทุกข์ทรมานที่เขาได้รับอยู่3มุทิตายินดีด้วยเมื่อบุคคลอื่นได้ดีมีความสุขไม่ริยาเขาเขาได้ดีก็ชื่นชมอนุโมทนาด้วย4อุเบกขาวางเฉยเมื่อลูกของเราญาติพี่น้องหรือพรรคพวกของเราไปทำผิดเราต้องวางตัวเป็นกลางเมื่อเขาจะได้รับโทษก็ถือว่าเป็นกรรมของเขาไม่ช่วยเหลือเขาในทางที่ผิดครอบครัวคนอ่านเขาทุกท่านครับข้อที่4นี้ถือได้ว่าเป็นข้อที่สำคัญมากและอาจจะเรียกได้ว่าเป็นข้อที่ทำได้ยากที่สุดนะครับซึ่งการจะเว้น จากความลำเอียงทั้ง4ประการนั้นผู้ที่มีคุณธรรมในข้อที่4นี้จำเป็นจะต้องมีคุณธรรมข้ออื่นสนับสนุนคือเราต้องเว้นจากอคติคือ1ความลำเอียงเพราะความรัก2ความลำเอียงเพราะความชัง3ความลำเอียงเพราะความหลง4ความลำเอียงเพราะความกลัวทหารแปลว่าคนหนุ่มทหารทุกคนต้องเป็นคนหนุ่มแม้นจะแก่อายุมากแล้วก็ต้องทำตัวเป็นคนหนุ่มเพราะว่าคำว่าทหแปลว่าคนนหนุ่มคนหนุ่มนั้นจะเป็นคนที่แข็งแรงว่องไวกล้าหาญและบึกบึนมีไหวพริบปฏิพานดีมีความสามัคคคีรักใคร่กันไม่ทอดทิ้งกัน เมื่อมีภัยตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาทและข้อสำคัญที่สุดนั้นต้องยอมตายเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองเมื่อถึงคราวจำเป็นนี่พูดอย่างทหารอาตมาเคยเป็นทหารเรือมาแล้วย่อมรู้จักชีวิตวิญญาณของทหารดีทหารไปรบถือว่าทำเพื่อชาติบ้านเมืองทหารที่ไปราชการสงครามเพื่อป้องกันอิสราศัตรูนั้นหากไปฆ่าข้าศึกศัตรูก็ไม่ถือว่าเป็นความชั่วแต่เป็นการทำความดีต่างหากเพราะเราทำหน้าที่ป้องกันสิ่งที่ดีงามเอาไว้ความดีนั้นคือความอยู่รอดของชาติศาสนาพระมหากษัตริย์และ ความสงบสุขของปวงชนในผืนแผ่นดินไทยทุกคนความสงบสุขนั้นเป็นยอดของความดีทั้งมวลการที่เราเสียสละเลือดเลือดเนื้อและชีวิตของเราเพื่อรักษาความดีทั้งหลายดังที่กล่าวมาแล้วนั้นจึงได้ชื่อว่าเราทุกคนได้ทำความดีสมศักดิ์ศรีของทหารไทยจึงไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นบาปกรรมเราทุกคนจะไม่แพ้จะไม่ต้องตกเป็นทาสของใครๆดังที่พวกเราพากันวิตกกังวลอยู่ในขณะนี้แม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9ก็ทรงปริวิตกและทรงมีความห่วงใยยประชาชนบ้าน เมืองเป็นอย่างยิ่งดังจะเห็นได้ว่าเมื่อวันที่10สิงหาคมปีพุทธศักราช2518พระองค์พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชินีนาถได้เสด็จไปยังวัดของอาตมาคือที่วัดท่าซุงและได้ตรัสถามความเป็นไปเป็นมาของบ้านเมืองในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไรอนาคตของชาติอาตมาได้ถวายพระองค์ว่าประเทศชาติบ้านเมืองของเราจะไม่ตกเป็นทาสของใครอาตมาขอถวายชีวิตเป็นประกันเกี่ยวกับเรื่องนี้นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช2520เป็นต้นไปประเทศไทยจะดีขึ้นเรื่อยๆความเยือกเย็นจะเริ่มปรากฏความมั่งคั่ง สมบูรณ์จะมีแก่ประเทศชาติและประชาชนแต่จะยังปรากฏไม่ชัดนัดแต่เราจะมองเห็นได้ชัดๆก็ต้องปีพุทธศักราช2524เปรียบเหมือนอรุณได้ขึ้นดีแล้วและเริ่มฉายแสงให้เห็นความมืดหมดไปที่อาตมากล้ายืนยันต่อพระองค์เช่นนั้นก็เพราะเหตุผลหลายประการคือคำทำนายของพุทธโฆษาจารย์ในประการแรกอาตมาได้พบและได้อ่านในหนังสือเล่มหนึเป็นสมุดคอยซึ่งพระอรหันต์ในอดีตนามว่าพระพุทธโฆษาจารย์ลำไยได้เขียนไว้ทำในายชะตาบ้านเมืองก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะแตกเสียอิสรภาพแก่พม่า ก่อนที่กรุงเทพยังไม่ปรากฏโดยท่านได้เขียนรรทำนายไว้ว่ากรุงศรีอยุธยาต้องถูกข้าสึตีแตกแต่จะเสียอิสรภาพไม่นานนักจะมีคนดีของกรุงศรีเข้ามากู้ชาติเมื่อมากู้ชาติได้แล้วจะต้องไปตั้งเมืองหลวงอยู่ใหม่และเหตุการณ์ต่างๆของกรุงศรีอยุธยาก็ได้เป็นความจริงตามทำนายทุกอย่างเป็นอย่างไรกันบ้างครับฟังมาถึงขนาดนี้แล้วท่านผู้ชมครอบครัวคนอ่านข่าวท่านคิดเห็นไว้ว่าอย่างไรลองคอมเมนต์พูดคุยกันดูนะครับทุกๆท่านครับตอนนี้นั้นเราก็ รับฟังกันมาจนถึงคำทำนายสมุดข่อยเดี๋ยวเรามารับฟังกันอีกสักหน่อยนะครับเกี่ยวกับคำทำนายสมุดข่อยเล่มนี้และใครที่ยังไม่ได้กดไลก์กรุณากดไลค์กดติดตามให้กำลังใจเล็กๆน้อยๆคนอ่านข่าวคนนี้ด้วยเถอะนะครับขอเชิญรับฟังเรื่องราวหัวข้อถัดไปได้เลยครับทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าทั้ง10ราชกาลในสมุดขอยเล่มเดียวกันนี้ครับพระพุทธโฆษาจารย์ได้ทำนายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแก่กรุงเทพมหานครเมืองหลวงใหม่ในวันข้างหน้า5ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่จะเกิด ขึ้นแต่ละรัชกาลดังนี้รัชกาลที่1ได้ทำนายว่ามหากาบผ่านมหายรัชกาลที่2ได้ทำนายว่ารู้จักธรรรัชกาลที่3ได้ทำนายว่าจำต้องคิดรัชกาลที่4ได้ทำนายว่าสนิทธรรมรัชกาลที่5ได้ทำนายว่าจำแขนขาดรัชกาลที่6ได้ทำนายว่าราชราชาจรรัชกาลที่7ได้ทำนายว่านั่งทนทุกข์รัชกาลที่8ได้ทำนายว่ายุททมิฬรัชกาลที่9ได้ทำนายว่าถิ่นกาขาวรัชกาลที่10ได้ทำนายว่าชาวิไลซึ่งทุกท่านครับความแม่นยำของคำทำนายนั้นเมื่อพิจารณาถึงคำทำนายและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ละรัชกาลก็เห็นได้ชัดว่าคำ…

รอยร้าวใต้ผิวน้ำ : เมื่อพายุอำนาจกำลังก่อตัว

ภายนอก ทุกอย่างดูสงบผิวน้ำเรียบ นิ่ง ไร้คลื่นแต่ผู้ที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางอำนาจย่อมรู้ดีว่าความเงียบเช่นนี้ไม่เคยเป็นสัญญาณของความมั่นคงหากคือช่วงเวลาที่แรงดันกำลังสะสมอยู่ใต้ผิวน้ำอย่างเงียบงัน ข่าวลือที่เริ่มเล็ดลอดออกมาจาก “วงในระดับลึก”ไม่ใช่ข่าวที่เกิดจากจินตนาการของคนนอกแต่เป็นแรงสะเทือนที่ส่งตรงมาจากจุดใกล้ศูนย์ถ่วงอำนาจที่สุดเรื่องราวบางอย่างที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมมานานหลายปีกำลังถูกดึงขึ้นมาสู่แสงสว่างทีละเส้น ทีละปม แกนกลางของแรงสั่นสะเทือนครั้งนี้คือรอยร้าวระหว่างสองขั้วอำนาจใหม่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าอยู่ร่วมสนามเดียวกันหรืออย่างน้อยก็สามารถรักษาระยะห่างอย่างปลอดภัยได้แต่วันนี้ เส้นทางของทั้งสองฝ่ายเริ่มแยกออกจากกันอย่างชัดเจนและไม่อาจย้อนกลับไปบรรจบกันได้อีก การชิงไหวชิงพริบการช่วงชิงความไว้วางใจและการจัดสรรผลประโยชน์ที่ไม่สมดุลได้กลายเป็นชนวนเงียบที่กัดกินโครงสร้างจากภายในความไม่ไว้ใจค่อย ๆ แทนที่คำว่า “พันธมิตร”และความเงียบเริ่มดังยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ ทว่า สิ่งที่ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นหลายเท่าตัวไม่ใช่เพียงความขัดแย้งของผู้เล่นหน้าใหม่แต่คือการขยับตัวของ “เงาเก่า”ขั้วอำนาจที่เคยหายไปจากกระดานหรือถูกผลักออกไปอยู่นอกฉากกำลังส่งสัญญาณการกลับมาอย่างช้า ๆ แต่หนักแน่น ชื่อที่ไม่ควรถูกเอ่ยกลับถูกกระซิบซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวงสนทนาปิดไม่ใช่ในฐานะอดีตแต่ในฐานะตัวแปรที่สามารถเปลี่ยนดุลอำนาจได้ในพริบตาการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหากเป็นจังหวะเวลาที่ถูกคำนวณมาอย่างรอบคอบ เมื่อรอยร้าวเดิมยังไม่ทันสมานแรงกดดันจากขั้วอำนาจเก่าก็ถาโถมเข้ามาโครงสร้างที่เคยดูแข็งแรงจึงเริ่มเปราะบางอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในเกมอำนาจ ไม่มีใครเป็นผู้ล่าตลอดไปและไม่มีใครเป็นเหยื่อตลอดกาล ผู้ที่เคยถือไพ่เหนือกว่าอาจกำลังประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไปเพราะเกมครั้งนี้ไม่ได้เล่นกันซึ่งหน้าแต่เป็นการบ่อนทำลายอย่างเงียบเชียบตัดฐาน ตัดความชอบธรรมและสั่นคลอนความภักดีของผู้คนทีละน้อย สัญญาณหนึ่งที่น่าจับตาคือการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่เคยเงียบผู้ที่เคยรอเวลาเริ่มกลับมารวมตัวกันอีกครั้งความจงรักภักดีเริ่มเปลี่ยนทิศและความเป็นกลางเริ่มถูกแทนที่ด้วยการเลือกข้าง คำถามสำคัญไม่ใช่ “จะเกิดอะไรขึ้น”แต่คือ…

บันทึกหนึ่งในห้วงเวลาร่วมสมัย

ปลายเดือนกันยายน ปีพุทธศักราช 2566ประกาศจากราชกิจจานุเบกษาปรากฏต่อสาธารณะเป็นถ้อยคำทางราชการที่เคร่งครัด สุขุม และเป็นไปตามบทกฎหมายว่าด้วยการแต่งตั้งนายทหารและนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรให้ดำรงตำแหน่งราชองครักษ์พิเศษ ตามอำนาจแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องรายชื่อหลายสิบรายถูกบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของกลไกความมั่นคงที่ดำเนินต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ในบรรดารายชื่อเหล่านั้นมีนายทหารระดับสูงผู้หนึ่งที่สังคมคุ้นชื่อจากบทบาทในพื้นที่ชายแดน และจากคำบอกเล่าของผู้ใต้บังคับบัญชาเขาเคยถ่ายทอดเรื่องราวจากแนวหน้าเล่าถึงทหารที่ยืนอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอนแต่ยังยึดมั่นในหน้าที่ ด้วยหัวใจที่ผูกพันกับผืนแผ่นดิน คำพูดของเขาไม่ได้หรูหราหากเต็มไปด้วยน้ำเสียงของผู้ที่อยู่กับความจริงทหารแนวหน้าไม่ได้ร้องขอสิ่งใดมากไปกว่ากำลังใจเพราะสิ่งที่พวกเขาแบกรับอยู่แล้วคือภาระของการปกป้องอธิปไตยและการยืนหยัดในพื้นที่ที่บรรพบุรุษเคยรักษาไว้ด้วยชีวิต ในมุมหนึ่งของโครงสร้างรัฐความเป็นกองทัพยังคงดำเนินไปตามบทบาทเดิมห่างจากการเมืองตามที่หลายฝ่ายย้ำยืนยันนายทหารผู้นั้นกล่าวชัดเจนว่าแม้จะมีผู้ทาบทามจากหลายทิศทางเขาเลือกที่จะวางตนอยู่ในกรอบของหน้าที่รักษาระยะห่างจากอำนาจที่เปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา อีกด้านหนึ่งของเรื่องราวคือเสียงสะท้อนจากประชาชนผู้หนึ่งซึ่งเคยมีความรู้สึกไม่เข้าใจ ไม่เห็นด้วยต่อสถาบันที่อยู่เหนือการเมืองเขาเล่าว่า ครั้งหนึ่งเคยปฏิเสธพิธีการสำคัญในชีวิตด้วยความรู้สึกต่อต้านที่ยังไม่ผ่านการใคร่ครวญ แต่เมื่อเวลาผ่านไปการค้นคว้า การรับฟัง และการแยกแยะข่าวลือออกจากข้อเท็จจริงทำให้ทัศนะของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนจากความไม่ชอบ กลายเป็นความเข้าใจจากความเข้าใจ กลายเป็นความเคารพ เขาเลือกเล่าเฉพาะสิ่งที่เห็นว่าเป็นสาระและละเว้นรายละเอียดที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกไม่ใช่เพราะไม่มีเรื่องให้พูดแต่เพราะเชื่อว่า ความเงียบในบางเรื่องอาจเป็นการปกป้องส่วนรวมได้ดีกว่าคำอธิบายยืดยาว เรื่องราวทั้งหมดเมื่อมองจากระยะห่างสะท้อนภาพของสังคมที่ยังคงตั้งคำถามยังคงถกเถียงและยังคงแสวงหาความหมายของคำว่า “ความมั่นคง”ในโลกที่ข้อมูล ข่าวสาร และอารมณ์ไหลเร็วกว่าการไตร่ตรอง…

คำสาปสายเลือด : จากความรุ่งโรจน์ในรัชกาลที่ 5 สู่ทางตันในรัชกาลที่ 6

ราชวงศ์จักรีเคยดูมั่นคงราวกับภูผาหินที่ไม่มีวันพังทลายสายเลือดแผ่ขยาย กิ่งก้านสาขาแตกแขนงไปทั่วแผ่นดินในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชโอรสและพระราชธิดารวมกันถึงเจ็ดสิบเจ็ดพระองค์ภาพของราชสำนักในวันนั้นคือความอุดมสมบูรณ์ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า “การขาดทายาท” จะกลายเป็นปัญหาได้ แต่กาลเวลาไม่เคยปรานีใครเมื่อแผ่นดินเปลี่ยนผ่านสู่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวความอุดมสมบูรณ์กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันกษัตริย์ผู้มีพระญาติพี่น้องร่วมแปดสิบพระองค์กลับต้องทรงครองราชย์อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางคำถามที่ค่อย ๆ กัดกินความมั่นคงของบัลลังก์ รัชกาลที่ 6 ไม่ใช่กษัตริย์ที่อ่อนแอแต่พระองค์คือผลผลิตของโลกสมัยใหม่ทรงเติบโตมากับแนวคิดตะวันตกความเชื่อเรื่องผัวเดียวเมียเดียวและอุดมคติของการมีคู่ชีวิตที่เป็น “คู่คิด” ไม่ใช่เพียงผู้ให้กำเนิดทายาทขณะเดียวกัน จารีตของราชสำนักกลับเรียกร้องสิ่งตรงกันข้ามความขัดแย้งนี้ค่อย ๆ บีบรัดพระราชหฤทัยจนกลายเป็นวิกฤตที่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรง ๆ เวลาผ่านไป สุขภาพของพระองค์เริ่มถดถอยร่างกายส่งสัญญาณอันตรายขณะที่กระดานอำนาจยังไร้ตัวหมากสำคัญที่สุด—รัชทายาททุกสายตาเริ่มหันไปมองทางเลือกสุดท้ายและในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตสตรีสามัญชนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในประวัติศาสตร์นามของเธอคือ “คุณเครือแก้ว อภัยวงศ์” การสถาปนาเธอขึ้นเป็นพระนางเจ้าไม่ใช่เพียงเรื่องของความรักแต่คือการเดินหมากครั้งสุดท้ายของกษัตริย์เพื่อรักษาสายเลือดของตนไว้กับแผ่นดินหากทารกในครรภ์เป็นพระราชโอรสอำนาจจะถูกดึงกลับมาสู่สายตรงของรัชกาลที่ 6และระบอบผู้สำเร็จราชการจะถือกำเนิดขึ้นทันที แต่โชคชะตาไม่เคยอยู่ใต้การควบคุมของผู้ใดคืนวันที่ 24 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2468พระราชวังกำลังเผชิญการสวนทางของชีวิตและความตายห้องหนึ่งคือกษัตริย์ผู้ใกล้สิ้นลมอีกห้องคือการต่อสู้ของสตรีผู้กำลังให้กำเนิดชีวิตใหม่ทั้งราชสำนักหยุดหายใจรอคำตอบเพียงคำเดียว…

เจ้าหญิงที่โลกคาดหวัง… แต่โชคชะตากลับทำให้เธอเงียบหาย

เช้า วัน ที่ 7 ธันวาคม พ.ธศักราช ศักราช 2521 สาย ลม ปลาย ปี เย็น สบาย ใน พระนคร วัน นั้น มี แสง หนึ่ง เกิด ขึ้น ใน ราชสำนัก ดุสิต เธอ มี พระ นาม ว่า…

วีดีโอ โปรโมท เปิดโปง! งบ 4 หมื่นล้าน ‘เสี่ยโอ’ ฉาวหนัก ‘กบ’ เอาเลี้ยงผัวฝรั่งเศส

ถ้า มัน พรรค ไหน ก็ ตาม ถ้า มัน ลด เพดาน มาตรา 112 เรา ก็ ต้อง สู้ เรา ก็ ต้อง ดัน ต่อ ผม ต้อง เพิ่ม เพดาน ครับ เพิ่ม เพดาน โทษ…

วีดีโอ โปรโมท “เสี่ยโอ” ไม่ทน! ดึง “ชาย 4” กลับไทย เปิดศึกท้าชนวงการ!

อ้วน อ้ว้น อิน 3อ ก็ กลับ มา แล้ว เออ มี นัยยะ อะไร เปล่า อาจารย์ มี นยะ อะไร มี สิ ที นี้ ไอ้ ที่ เขา คาด การณ์ กัน ว่า พอ…

ใครบ้างจะไม่รักศรีรัศมิ์ในวัย 20 ปี? ไร้เดียงสาเหมือนแม่กลายเป็นผู้หญิงที่เย้ายวน

ท่าน ผู้ หญิง ศรีรัตน์ สวดี ที่ เข้า มา ใน วัง ก่อน ทรง ดึง ดูด ใจ สมเด็จ พระ บรมโอรสาธิราช สยามกุฎราชกุมาร รัชกาล ที่ 10 ด้วย รูป ลักษณ์ ที่ ไร้ เดียงสา และ บุคลิก ที่…

ขณะนี้สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาทรงควบคุมพระทัยไม่ได้อยู่บ้าง จึงได้รับผลที่ตามมาและสาเหตุที่ไม่คาดคิด

พูด ถึง โลก สมัย นู้น สมัย นี้ ใช่ มั้ย ไม่ บอก ว่า ค คาด หวัง ให้ ท่าน อ่าน อก ที คาด หวัง ให้ ท่าน อ่าน อีก ที ก็ ได้…