คำเดียวจากเจ้าฟ้าทีปังกร เปลี่ยนภาพลักษณ์เจ้าคุณพระสินีนาฏ?

ใน โลก ของ ราชสำนัก ที่ ซึ่ง ทุก ถ้อย คำ ทุก ท่า ที ล้วน มี ความ หมาย มาก กว่า ที่ ปรากฏ การ กล่าว ถึง กัน เพียง 1 คำ อาจ เป็น เหมือน คาถา ที่ ไข ประตู สู่ ความ เข้า ใจ ลึก ซึ้ง เกี่ยว กับ อำนาจ ความ สัมพันธ์ และ บท บาท ที่ แท้ จริง ของ บุคคล ใน ราชวงศ์ และ ใน วัน นี้ คำ ๆ หนึ่ง ที่ ถูก กล่าว อ้าง ว่า มา จาก พระ โอ ของ สมเด็จ เจ้า ฟ้า ทีปังกร รัศมีโชติ ได้ กลาย เป็น จุด เริ่ม ต้น ของ กระแส คำ ถาม ที่ สั่น สะเทือน ต่อ ภาพ ลักษณ์ ของ สถาบัน อย่าง เงียบ งัน แต่ รุ่ง ลึก ราย งาน ที่ ไม่ เคย ได้ รับ การ ยืน ยัน อย่าง เป็น ทาง การ

เผย แพร่ ผ่าน ช่อง ทาง กระซิบ ภาย ใน วัง และ กลุ่ม ผู้ สังเกต การ ราชวงศ์ ระบุ ว่า เจ้า ฟ้า ทีปังกร ทรง ใช้ คำ พิเศษ 1 คำ ใน การ เรียก เจ้า คุณ พระศินี นาฏ พิราช กัลยาณี คำ ที่ ไม่ ใช่ ตำแหน่ง ทาง ราชการ ไม่ ใช่ คำ เรียก ตาม ธรรมเนียม ปฏิบัติ แต่ เป็น คำ ที่ สะท้อน ถึง ความ สัมพันธ์ ส่วน ตัว อบ อุ่น และ แฝง ด้วย ความ เคารพ แบบ พิเศษ ใน แวด วง ที่ มี ระเบียบ เรียบ ร้อย ตาม ลำดับ ชั้น อย่าง ราชวงศ์ คำ ใด คำ หนึ่ง ที่ ชัย เรียก บุคคล สามารถ สะท้อน เจตนา ความ ใกล้ ชิด และ แม้ แต่ การ ยอม รับ ทาง ใจ ได้ อย่าง ลึก ซึ้ง หาก คำ ที่ เจ้า ฟ้า ทีปังกร ทรง ใช้ มี

ความ หมาย แฝง เช่น นั้น จริง นี่ ไม่ ใช่ เพียง เรื่อง ของ ภาษาศาสตร์ หาก คือ สัญญาณ แห่ง การ ยอม รับ โดย ใน คำ ว่า แม่ ถูก กล่าว ถึง ใน บาง กระแส แต่ แม้ จะ ดู เป็น ไป ไม่ ได้ ใน บริบท ของ พระ ราชวัง แต่ หาก มี แม้ เพียง เสี้ยว ความ จริง ก็ พอ ที่ จะ เขย่า ทัศนคติ ของ ประชา ชน ต่อ สถานะ ที่ แท้ จริง ของ เจ้า คุณ พระ ผู้ เคย เป็น ขวัญ ใจ แต่ ก็ เคย หาย ไป อย่าง ไร้ คำ อธิบาย คำ ถาม คือ หาก เจ้า ฟ้า ทรง เลือก คำ เช่น นี้ จริง มัน สะท้อน อะไร ต่อ ความ ผูก พัน ภาย ใน วัง ที่ ไม่ เคย ปรากฏ ต่อ สาย ตา สาธารณชน หรือ เป็น ไป ได้

ไหม ว่า นี่ นี่ คือ กลไก ที่ เงียบ งา ใน การ ฟื้น ฟู ภาพ ลักษณ์ ของ พระ องค์ เหมือน ดัง คำ กล่าว ของ ลาเซอร์ คำ พูด ที่ แท้ จริง ไม่ งด งาม คำ งด งาม ไม่ ใช่ ความ จริง แต่ ใน ความ เงียบ งัน คำ เดียว กลับ กลาย เป็น คำ ประกาศ ที่ ดัง ก้อง ที่ สุด และ คำ ๆ นั้น อาจ ไม่ ใช่ สิ่ง ที่ เจ้า คุณ พระ กล่าว ออก มา แต่ คือ สิ่ง ที่ พระ ราชโอรส ทรง เลือก จะ เอ่ย ด้วย พระ องค์ เอง ปี 2019 คือ จุด พลิก ผัน ที่ ทำ ให้ ชื่อ ของ เจ้า คุณ พระศิ นาฏะ พิราฎ กัลยาณี หาย ไป จาก หน้า สื่อ อย่าง กะทันหัน ดัง ผืน ผ้า ห่ม ที่ ถูก กระชาก ออก กลาง พายุ ใน ช่วง เวลา นั้น การCó thể là hình ảnh về một hoặc nhiều người và văn bản cho biết 'คำเดียว เสี้ยงดังกว่าแอลงการณ์ เสี้ยง 24 ® 14'

ประกาศ ถอด พระ ราช ฐานะ ถูก เผย แพร่ ใน ราชกิจจานุเบกษา อย่าง รวด เร็ว และ เด็ด ขาด โดย ไม่ มี คำ อธิบาย ไม่ มี เหตุ ผล ที่ เปิด เผย ต่อ สาธารณชน และ นั่น ยิ่ง ปลุก กระแส สงสัย ใน ใจ ประชา ชน เธอ หาย ไป อย่าง สมบูรณ์ ไม่ มี ภาพ ถ่าย ไม่ มี พิธี การ ไม่ มี ชื่อ ใน ข่าว ใด ๆ เหมือน ว่า ทุก อย่าง เกี่ยว กับ เธอ ถูก ลบ เลือน จาก ความ ทรง จำ ของ ราชสำนัก แต่ นั่น คือ เพียง ภาพ ที่ ประชา ชน เห็น ใน ความ เงียบ งัน กลับ มี บาง สิ่ง กำลัง เปลี่ยน ไป ปี 2020 ปี ที่ ทุก อย่าง เปลี่ยน อีก ครั้ง และ คราว นี้ ก็ เงียบ งั้น ไม่ แพ้ กัน การ อภัยโทษ อย่าง ไม่ เป็น ทาง

การ และ การ ฟื้น คืน ตำแหน่ง ใน รูป แบบ ที่ ไม่ ได้ ประกาศ กึก ก้อง นำ ไป สู่ คำ ถาม ว่า เหตุ ใด เธอ จึง กลับ มา ที่ น่า สน ใจ ยิ่ง ไป กว่า นั้น คือ การ กลับ มา ครั้ง นี้ ไม่ ได้ มา พร้อม เสียง ปรบ มือ หรือ แถลง การณ์ จาก ราชสำนัก หาก แต่ เป็น สัญญาณ ที่ บรรจง ส่ง ผ่าน ข่าว งาน พิธี เล็ก ๆ ที่ เธอ ปรากฏ ตัว ใน ฉลอง พระ องค์ เต็ม ยศ และ การ จัด ลำดับ ยืน ที่ ดู ไม่ ธรรมดา ใน ภาพ ถ่าย ทาง การ มี บาง คน สังเกต ว่า เธอ มัก จะ ปรากฏ ตัว ใกล้ กับ เจ้า ฟ้า ที ปังกร ใน การ งาน บาง ประเภท เช่น กิจกรรม เฉพาะ ด้าน การ พระ ศาสนา งาน ช่วย เหลือ ชุม ชน

หรือ พิธี ที่ ดู เหมือน ไม่ มี ความ สำคัญ ทาง การ เมือง แต่ แฝง นัยยะ เชิง สัญลักษณ์ อย่าง ลึก ซึ้ง เป็น ไป ได้ หรือ ไม่ ว่า การ กลับ มา ครั้ง นี้ ไม่ ใช่ แค่ การ ให้ อภัย แต่ คือ การ วาง หมาก บน กระดาน อำนาจ หมาก เงียบ ที่ ไม่ จำเป็น ต้อง มี เสียง เดิน หาก ราชสำนัก คือ บท กวี 1 บท สีตะ คือ วรรค เงียบ ที่ ทำ ให้ บท นั้น สมบูรณ์ เงียบ แต่ ไม่ เคย หาย ไป บาง ที เธอ ไม่ เคย จาก ไป เลย ตั้ง แต่ ต้น และ หาก ผู้ ที่ เอ่ย นาม เธอ ด้วย คำ ที่ เกิน กว่า พิธี การ คือ เจ้า ฟ้า ทีปังกร มัน อาจ หมาย ถึง การ ยอม รับ ระดับ ลึก ไม่ ใช่ ด้วย

การ แต่ง ตั้ง แต่ ด้วย หัว ใจ หลัง การ กลับ มา ที่ ไม่ มี เสียง แต่ เต็ม ไป ด้วย สัญญาณ แห่ง นัยยะ เจ้า คุณ พระศินี นาฏะ ไม่ ได้ เดิน กลับ เข้า สู่ ราชสำนัก ด้วย ประกาศ หรือ ราชโองการ หาก แต่ เดิน เข้า มา ด้วย ภาพ ลักษณ์ ที่ ถูก ออก แบบ ใหม่ อย่าง บรรจง ภาพ ลักษณ์ ของ สตรี ผู้ สง่า งาม เงียบ ขึง และ มุ่ง มั่น ทำ งาน เพื่อ สาธารณประโยชน์ กิจกรรม ทาง สังคม เริ่ม ปรากฏ ขึ้น อย่าง เงียบ ๆ จาก การ เยี่ยม เยียน ผู้ ป่วย การ นำ เข้า ของ พระ ราชทาน ไป ยัง พื้น ที่ ห่าง ไกล การ ปรากฏ ตัว ร่วม ใน กิจกรรม เกี่ยว กับ การ

พัฒนา เด็ก และ เยาวชน หรือ แม้ แต่ การ นั่ง ใกล้ ผู้ แทน ระดับ สูง ของ ราชวงศ์ ใน พิธีกรรม ที่ ดู เล็ก น้อย แต่ แฟน แง ด้วย ความ หมาย เชิง ลำดับ ขั้น ภาพ ถ่าย ที่ เคย ไม่ มี เธอ เลย ใน ช่วง 2 ปี กลับ ปรากฏ ภาพ ที่ เธอ ยืน ไม่ ห่าง จาก พระ บาท สมเด็จ พระ เจ้า อยู่ หัว บาง ครั้ง คือ ด้าน หลัง บาง ครั้ง คือ ด้าน ข้าง และ บาง ครั้ง คือ ตรง กลาง ภาพ สะกด ทุก สาย ตา โดย ไม่ ต้อง เอ่ย คำ ใด แต่ สิ่ง ที่ ยิ่ง น่า ขบ คิด คือ ทำไม ต้อง เงียบ ทำไม ไม่ มี คำ ชี้ แจง จาก ราชสำนัก อย่าง เป็น ทาง การ เกี่ยว กับ บท บาท ใหม่ ของ เธอ บาง คน บอก

ว่า นี่ คือ กลยุทธ์ นาง ใน เงา ที่ ให้ เธอ กลับ มา โดย ไม่ ต้อง ยืน หน้า ฉาก ให้ คน มอง เห็น คุณ ค่า จาก การ กระทำ ไม่ ใช่ จาก ตำแหน่ง ให้ เธอ ส่ง อิทธิพล โดย ไม่ ต้อง มี อำนาจ ใน ทาง จิตวิทยา สังคม กลยุทธ์ เช่น นี้ มัก ใช้ ใน องค์ กร อำนาจ สูง ผู้ ที่ เงียบ ที่ สุด บาง ครั้ง คือ ผู้ ที่ ได้ รับ ความ ไว้ วาง ใจ ที่ สุด และ หาก มี ผู้ หนึ่ง ที่ สามารถ เรียก เธอ ใน คำ ที่ ต่าง จาก ทุก คน เช่น เจ้า ฟ้า ทีปังกร นั่น ยิ่ง ตอก ย้ำ ความ สัมพันธ์ ที่ ประชา ชน ไม่ เคย รู้ จัก เมื่อ มอง ผ่าน เลน ของ โหรศาสตร์ เธอ คือ ดาว ศุกร์ ที่ หาย

ไป แล้ว กลับ มา ส่อง แสง ใน ราศี เดิม ไม่ ได้ โคจร กลับ มา ด้วย ความ บังเอิญ หาก ด้วย แรง ดึง ดูด ของ จักรวาล ที่ วาง แผน ไว้ อย่าง แม่น ยำ ใน โลก ที่ คน ดัง พยายาม เปล่ง เสียง เธอ กลับ ดัง ที่ สุด ใน ความ เงียบ เพราะ บท บาท ใหม่ ของ เธอ ไม่ ได้ พูด ด้วย คำ แต่ พูด ด้วย การ ปรากฏ ตัว ข้าง คน สำคัญ ใน ขณะ ที่ หลาย คน มอง บท บาท ของ เจ้า คุณ พระศินี หน้า ผ่าน เลน การ เมือง หรือ ราชพิธี แต่ ยัง มี อีก มุม มอง ที่ ลึก และ ละเอียด กว่า นั่น คือ มุม มอง เชิง โหราศาสตร์ และ จิตวิทยา สาธารณะ ซึ่ง อาจ ช่วย คลี่ คล้าย ปริศนา บาง ประการ ที่ ยัง

ไร้ คำ ตอบ หาก พิจารณา ผ่าน ผัง ดาว ใน ช่วง ปี ที่ เธอ หาย ไป และ กลับ มา โหราจารย์ หลาย คน พบ จุด เปลี่ยน แปลง ของ ดาว ศุกร์ และ ดาว พฤหัสบดี ที่ สัมพันธ์ กับ ดวง เมือง และ ดวง บุคคล ซึ่ง ตี ความ ได้ ว่า เป็น การ กลับ มา ของ พลัง หญิง ที่ ถูก จำกัด ไว้ ก่อน หน้า นี้ และ กำลัง ได้ รับ การ ฟื้น ฟู อย่าง ช้า ๆ แต่ มั่น คง ดาว ศุกร์ ใน ตำแหน่ง ครอง ราชสำนัก หมาย ถึง หญิง งาม ผู้ มาก บารมี การ โคจร กลับ เข้า สู่ ตำแหน่ง เดิม พร้อม กับ ดาว พฤหัสบดี ที่ ให้ พลัง แห่ง ปัญญา และ การ ให้ อภัย จึง อาจ ตี ความ ได้ ว่า ไม่ ใช่ แค่ การ

กลับ มา ทาง ร่าง กาย แต่ เป็น การ กลับ มา ทาง พลัง งาน และ อำนาจ ใน แบบ ที่ คน ทั่ว ไป ไม่ เห็น ใน ทาง จิตวิทยา สังคม บท บาท ของ เจ้า คุณ พระ อาจ สะท้อน อาคีork แบบ หญิง ผู้ ลุก ขึ้น ใหม่ หลัง การ ล่ม สลาย คล้าย กับ ฟีนิกซ์ ที่ ฟื้น จาก เท่า ถ่าน เธอ ไม่ ได้ ถูก จำกัด ไว้ เพียง ภาพ ของ นาง ใน หาก แต่ กลาย เป็น สัญลักษณ์ ของ ความ ยืด หยุ่น ทาง อารมณ์ พลัง แห่ง การ ยอม รับ และ ให้ อภัย บท บาท รอง ที่ สำคัญ กว่า ใคร จะ คิด ประชา ชน บาง ส่วน เริ่ม เปลี่ยน มุม มอง ต่อ เธอ จาก อดีต ราชินี ที่ ล้ม เหลว กลาย เป็น หญิง ที่ มี คุณูปการ ใน

เงา มืด เด็ก สาว รุ่น ใหม่ มอง เธอ ด้วย สาย ตา แห่ง แรง บันดาล ใจ ผู้ หญิง วัย กลาง คน มอง เธอ ด้วย ความ เข้า ใจ และ ผู้ สูง วัย บาง คน มอง เธอ ด้วย ความ เห็น ใจ ความ นิยม ที่ ไม่ เกิด จาก สื่อ แต่ เกิด จาก ความ เงียบ งัน และ หาก สมเด็จ เจ้า ฟ้า ทีปังกร ทรง เลือก ใช้ คำ พิเศษ เพื่อ เรียก เธอ นั่น ไม่ เพียง สะท้อน ความ ใกล้ ชิด หาก คือ การ ส่ง สารชน ว่า ผู้ หญิง คน นี้ ยัง อยู่ และ ยัง มี ความ หมาย ใน จักรวาล ที่ กว้าง ใหญ่ ดาว บาง ดวง ไม่ ต้อง เปล่ง แสง ด้วย ตน เอง แต่ เพียง สะท้อน แสง จาก ศูนย์ กลาง และ บาง ครั้ง แสง

สะท้อน นั้น ก็ เป็น สิ่ง เดียว ที่ ผู้ คน มอง เห็น ใน ทุก เรื่อง ราว ที่ เกี่ยว กับ เจ้า คุณ พระศินีนาฏ มี อีก หนึ่ง องค์ ประกอบ ที่ ไม่ สามารถ ละเล ได้ นั่น คือ สมเด็จ เจ้า ฟ้า ที ปังกร รัศมีโชติ พระ ราชโอรส ผู้ เติบ โต ภาย ใต้ แสง แดด ของ ความ คาด หวัง และ เงา มืด ของ ความ เงียบ งัน พระ องค์ ไม่ ใช่ เพียง ทายาท แห่ง ราชวงศ์ หาก ยัง เป็น ผู้ อยู่ ใน ใจ ของ ประชา ชน และ ยิ่ง นาน วัน การ ปรากฏ ตัว ของ พระ องค์ ก็ ยิ่ง บ่ง บอก ว่า นี่ คือ บุคคล ที่ ถูก วาง บท บาท ให้ เปลี่ยน ผ่าน ราชวงศ์ แต่ คำ ถาม คือ พระ องค์ จะ เปลี่ยน ผ่าน

เพียง อย่าง เดียว หรือ จะ เป็น ผู้ นำ ยุค ใหม่ เมื่อ มี ราย งาน ว่า เจ้า ฟ้า ทรง ใช้ คำ ที่ ไม่ เป็น ทาง การ เรียก เจ้า คุณ พระศินีนาฏตะ นั่น อาจ เป็น การ แสดง ออก ทาง อ้อม ถึง ทัศนคติ ที่ พระ องค์ มี ต่อ อดีต ความ เป็น มนุษย์ และ ความ รัก ใน ราชวงศ์ ที่ คำ พูด ต้อง ระมัด ระวัง ระดับ สูง คำ เรียก เช่น นี้ ไม่ ใช่ เรื่อง เล็ก แต่ มัน คือ กระจก สะท้อน ความ คิด ของ เจ้า ชาย ผู้ กำลัง จะ เป็น ผู้ นำ อาจ เป็น ไป ได้ ว่า สำหรับ พระ องค์ เธอ ไม่ ได้ เป็น เพียง บุคคล ใน อดีต ของ พระ ราชบิดา แต่ เป็น บุคคล ที่ มี คุณ ค่า ของ ตน เอง บุคคล ที่

สม ควร ได้ รับ ความ เคารพ และ การ ฟื้น ฟู ภาพ ลักษณ์ เพราะ ใน ทัศนะ ของ เจ้า ฟ้า แห่ง ยุค ใหม่ คุณ ค่า ของ คน ไม่ ได้ ถูก กำหนด ด้วย ตำแหน่ง แต่ ด้วย จิต ใจ หลาย คน อาจ ลืม ไป ว่า สมเด็จ เจ้า ฟ้า ที ปังกร ทรง เติบ โต ท่าม กลาง ความ เปลี่ยน แปลง ของ ยุค สมัย พระ องค์ ไม่ ได้ เติบ โต ใน วัง ที่ เงียบ สงบ หาก แต่ ใน วัง ที่ เต็ม ไป ด้วย คำ ถาม และ ความ คาด หวัง และ บาง ที พระ องค์ กำลัง เลือก ใช้ วิธี ของ พระ องค์ เอง วิธี ที่ ไม่ ได้ ใช้ พระ ราชองการ แต่ ใช้ คำ เรียก ธรรมดา เพื่อ สื่อ สาร ถึง ความ สัมพันธ์ ที่ ซับ ซ้อน แต่ จริง ใจ อนาคต ไม่ ได้

เกิด จาก คน ที่ พูด เสียง ดัง ที่ สุด แต่ อยู่ ใน มือ ของ คน ที่ กล้า ใช้ คำ ธรรมดา ที่ สุด ใน เวลา ที่ เหมาะ สม และ เจ้า ฟ้า ทีปังกร อาจ เป็น หนึ่ง ใน คน เหล่า นั้น ใน สังคม ที่ เร่ง เร้า และ แสวง หา ความ ชัด เจน ตลอด เวลา ความ เงียบ มัก ถูก มอง ว่า เป็น ช่อง ว่าง หรือ แม้ แต่ เป็น การ หลีก เลี่ยง ความ จริง แต่ ใน บริบท ของ ราชสำนัก ไทย ความ เงียบ ไม่ ใช่ การ หลีก เลี่ยง หาก คือ ภาษา รูป แบบ หนึ่ง ภาษา ที่ ส่ง เสียง ได้ ไกล ยิ่ง กว่า คำ ประกาศ กรณี ของ เจ้า คุณ พระศินี หน้า ตา และ คำ เรียก จาก เจ้า ฟ้า ทีปังกร คือ หนึ่ง ใน

สัญลักษณ์ ของ ความ เงียบ เช่น นั้น ไม่ มี แถลง การณ์ ไม่ มี ข่าว ใหญ่ มี เพียง กระซิบ กระแส กระทู และ การ ตี ความ และ จาก สิ่ง เล็ก น้อย เช่น นั้น เสียง ของ ความ จริง อีก ด้าน ก็ ดัง ขึ้น เหตุ ใด ไม่ มี ใคร ใน ราชสำนัก ออก มา พูด ถึง สถานะ ที่ แท้ จริง ของ เธอ เหตุ ใด การ กลับ มา ของ เธอ จึง เต็ม ไป ด้วย เงื่อน ไข ที่ ไม่ เคย อธิบาย และ ที่ สำคัญ ที่ สุด คำ หนึ่ง คำ จาก เจ้า ฟ้า ทีปังกร มี ความ หมาย เพียง ใด ใน สาย ตา ของ ผู้ คน บาง คน บอก ว่า ทุก อย่าง เป็น เพียง การ คาด เดา แต่ หาก ความ คาด เดา นั้น สะท้อน ความ หวัง ของ

ประชา ชน หาก การ ใช้ คำ พิเศษ เพียง คำ เดียว สามารถ สร้าง การ เปลี่ยน มุม มอง ต่อ ผู้ หญิง คน หนึ่ง ได้ ขนาด นี้ นั่น ไม่ ใช่ เพียง พลัง ของ คำ แต่ คือ พลัง ของ ความ หมาย ที่ เงียบ แต่ ชัด เจน ราชวงศ์ ไทย เคย ผ่าน การ เปลี่ยน ผ่าน หลาย ยุค หลาย สมัย แต่ ไม่ เคย มี ยุค ใด ที่ ประชา ชน จับ ตา มอง คำ พูด เล็ก น้อย ได้ มาก เท่า นี้ คำ ที่ ไม่ ได้ ถูก จารึก ใน ราชกิจจานุเบกษา แต่ ถูก จารึก ใน ใจ ของ ผู้ คน ผ่าน ความ รัก ความ ผูก พัน และ การ ให้ อภัย อาจ ไม่ มี ใคร กล้า ตอบ อย่าง ชัด เจน แต่ ความ เงียบ ที่ ห้อม ล้อม เท่อ

กับ คำ เพียง คำ เดียว ที่ มา จาก พระ โอ ของ เจ้า ฟ้า ทีปังกร อาจ เพียง พอ แล้ว ที่ จะ เปลี่ยน ความ เข้า ใจ ของ เรา ทั้ง หมด ไป ตลอด กาล คำ ที่ ยิ่ง ใหญ่ ที่ สุด ใน โลก อาจ ไม่ ต้อง เปล่ง ออก มา เลย แต่ อยู่ ใน วิธี ที่ เรา เลือก ใช้ เพื่อ เรียก ใคร สัก คน และ วีดีโอ นี้ จะ ขอ จบ ด้วย คำ ถาม เปิด หาก คุณ เป็น เจ้า ฟ้า ทีปังกร คุณ จะ เรียก เธอ ว่า อะไร จัด ทำ โดย ทีม งาน แวง หรือ แองช เรื่อง ราว ราชวงศ์ ใน มุม ที่ คุณ ไม่ เคย เห็น

Related articles

รอยร้าวใต้ผิวน้ำ : เมื่อพายุอำนาจกำลังก่อตัว

ภายนอก ทุกอย่างดูสงบผิวน้ำเรียบ นิ่ง ไร้คลื่นแต่ผู้ที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางอำนาจย่อมรู้ดีว่าความเงียบเช่นนี้ไม่เคยเป็นสัญญาณของความมั่นคงหากคือช่วงเวลาที่แรงดันกำลังสะสมอยู่ใต้ผิวน้ำอย่างเงียบงัน ข่าวลือที่เริ่มเล็ดลอดออกมาจาก “วงในระดับลึก”ไม่ใช่ข่าวที่เกิดจากจินตนาการของคนนอกแต่เป็นแรงสะเทือนที่ส่งตรงมาจากจุดใกล้ศูนย์ถ่วงอำนาจที่สุดเรื่องราวบางอย่างที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมมานานหลายปีกำลังถูกดึงขึ้นมาสู่แสงสว่างทีละเส้น ทีละปม แกนกลางของแรงสั่นสะเทือนครั้งนี้คือรอยร้าวระหว่างสองขั้วอำนาจใหม่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าอยู่ร่วมสนามเดียวกันหรืออย่างน้อยก็สามารถรักษาระยะห่างอย่างปลอดภัยได้แต่วันนี้ เส้นทางของทั้งสองฝ่ายเริ่มแยกออกจากกันอย่างชัดเจนและไม่อาจย้อนกลับไปบรรจบกันได้อีก การชิงไหวชิงพริบการช่วงชิงความไว้วางใจและการจัดสรรผลประโยชน์ที่ไม่สมดุลได้กลายเป็นชนวนเงียบที่กัดกินโครงสร้างจากภายในความไม่ไว้ใจค่อย ๆ แทนที่คำว่า “พันธมิตร”และความเงียบเริ่มดังยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ ทว่า สิ่งที่ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นหลายเท่าตัวไม่ใช่เพียงความขัดแย้งของผู้เล่นหน้าใหม่แต่คือการขยับตัวของ “เงาเก่า”ขั้วอำนาจที่เคยหายไปจากกระดานหรือถูกผลักออกไปอยู่นอกฉากกำลังส่งสัญญาณการกลับมาอย่างช้า ๆ แต่หนักแน่น ชื่อที่ไม่ควรถูกเอ่ยกลับถูกกระซิบซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวงสนทนาปิดไม่ใช่ในฐานะอดีตแต่ในฐานะตัวแปรที่สามารถเปลี่ยนดุลอำนาจได้ในพริบตาการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหากเป็นจังหวะเวลาที่ถูกคำนวณมาอย่างรอบคอบ เมื่อรอยร้าวเดิมยังไม่ทันสมานแรงกดดันจากขั้วอำนาจเก่าก็ถาโถมเข้ามาโครงสร้างที่เคยดูแข็งแรงจึงเริ่มเปราะบางอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในเกมอำนาจ ไม่มีใครเป็นผู้ล่าตลอดไปและไม่มีใครเป็นเหยื่อตลอดกาล ผู้ที่เคยถือไพ่เหนือกว่าอาจกำลังประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไปเพราะเกมครั้งนี้ไม่ได้เล่นกันซึ่งหน้าแต่เป็นการบ่อนทำลายอย่างเงียบเชียบตัดฐาน ตัดความชอบธรรมและสั่นคลอนความภักดีของผู้คนทีละน้อย สัญญาณหนึ่งที่น่าจับตาคือการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่เคยเงียบผู้ที่เคยรอเวลาเริ่มกลับมารวมตัวกันอีกครั้งความจงรักภักดีเริ่มเปลี่ยนทิศและความเป็นกลางเริ่มถูกแทนที่ด้วยการเลือกข้าง คำถามสำคัญไม่ใช่ “จะเกิดอะไรขึ้น”แต่คือ…

บันทึกหนึ่งในห้วงเวลาร่วมสมัย

ปลายเดือนกันยายน ปีพุทธศักราช 2566ประกาศจากราชกิจจานุเบกษาปรากฏต่อสาธารณะเป็นถ้อยคำทางราชการที่เคร่งครัด สุขุม และเป็นไปตามบทกฎหมายว่าด้วยการแต่งตั้งนายทหารและนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรให้ดำรงตำแหน่งราชองครักษ์พิเศษ ตามอำนาจแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องรายชื่อหลายสิบรายถูกบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของกลไกความมั่นคงที่ดำเนินต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ในบรรดารายชื่อเหล่านั้นมีนายทหารระดับสูงผู้หนึ่งที่สังคมคุ้นชื่อจากบทบาทในพื้นที่ชายแดน และจากคำบอกเล่าของผู้ใต้บังคับบัญชาเขาเคยถ่ายทอดเรื่องราวจากแนวหน้าเล่าถึงทหารที่ยืนอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอนแต่ยังยึดมั่นในหน้าที่ ด้วยหัวใจที่ผูกพันกับผืนแผ่นดิน คำพูดของเขาไม่ได้หรูหราหากเต็มไปด้วยน้ำเสียงของผู้ที่อยู่กับความจริงทหารแนวหน้าไม่ได้ร้องขอสิ่งใดมากไปกว่ากำลังใจเพราะสิ่งที่พวกเขาแบกรับอยู่แล้วคือภาระของการปกป้องอธิปไตยและการยืนหยัดในพื้นที่ที่บรรพบุรุษเคยรักษาไว้ด้วยชีวิต ในมุมหนึ่งของโครงสร้างรัฐความเป็นกองทัพยังคงดำเนินไปตามบทบาทเดิมห่างจากการเมืองตามที่หลายฝ่ายย้ำยืนยันนายทหารผู้นั้นกล่าวชัดเจนว่าแม้จะมีผู้ทาบทามจากหลายทิศทางเขาเลือกที่จะวางตนอยู่ในกรอบของหน้าที่รักษาระยะห่างจากอำนาจที่เปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา อีกด้านหนึ่งของเรื่องราวคือเสียงสะท้อนจากประชาชนผู้หนึ่งซึ่งเคยมีความรู้สึกไม่เข้าใจ ไม่เห็นด้วยต่อสถาบันที่อยู่เหนือการเมืองเขาเล่าว่า ครั้งหนึ่งเคยปฏิเสธพิธีการสำคัญในชีวิตด้วยความรู้สึกต่อต้านที่ยังไม่ผ่านการใคร่ครวญ แต่เมื่อเวลาผ่านไปการค้นคว้า การรับฟัง และการแยกแยะข่าวลือออกจากข้อเท็จจริงทำให้ทัศนะของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนจากความไม่ชอบ กลายเป็นความเข้าใจจากความเข้าใจ กลายเป็นความเคารพ เขาเลือกเล่าเฉพาะสิ่งที่เห็นว่าเป็นสาระและละเว้นรายละเอียดที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกไม่ใช่เพราะไม่มีเรื่องให้พูดแต่เพราะเชื่อว่า ความเงียบในบางเรื่องอาจเป็นการปกป้องส่วนรวมได้ดีกว่าคำอธิบายยืดยาว เรื่องราวทั้งหมดเมื่อมองจากระยะห่างสะท้อนภาพของสังคมที่ยังคงตั้งคำถามยังคงถกเถียงและยังคงแสวงหาความหมายของคำว่า “ความมั่นคง”ในโลกที่ข้อมูล ข่าวสาร และอารมณ์ไหลเร็วกว่าการไตร่ตรอง…

คำสาปสายเลือด : จากความรุ่งโรจน์ในรัชกาลที่ 5 สู่ทางตันในรัชกาลที่ 6

ราชวงศ์จักรีเคยดูมั่นคงราวกับภูผาหินที่ไม่มีวันพังทลายสายเลือดแผ่ขยาย กิ่งก้านสาขาแตกแขนงไปทั่วแผ่นดินในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชโอรสและพระราชธิดารวมกันถึงเจ็ดสิบเจ็ดพระองค์ภาพของราชสำนักในวันนั้นคือความอุดมสมบูรณ์ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า “การขาดทายาท” จะกลายเป็นปัญหาได้ แต่กาลเวลาไม่เคยปรานีใครเมื่อแผ่นดินเปลี่ยนผ่านสู่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวความอุดมสมบูรณ์กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันกษัตริย์ผู้มีพระญาติพี่น้องร่วมแปดสิบพระองค์กลับต้องทรงครองราชย์อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางคำถามที่ค่อย ๆ กัดกินความมั่นคงของบัลลังก์ รัชกาลที่ 6 ไม่ใช่กษัตริย์ที่อ่อนแอแต่พระองค์คือผลผลิตของโลกสมัยใหม่ทรงเติบโตมากับแนวคิดตะวันตกความเชื่อเรื่องผัวเดียวเมียเดียวและอุดมคติของการมีคู่ชีวิตที่เป็น “คู่คิด” ไม่ใช่เพียงผู้ให้กำเนิดทายาทขณะเดียวกัน จารีตของราชสำนักกลับเรียกร้องสิ่งตรงกันข้ามความขัดแย้งนี้ค่อย ๆ บีบรัดพระราชหฤทัยจนกลายเป็นวิกฤตที่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรง ๆ เวลาผ่านไป สุขภาพของพระองค์เริ่มถดถอยร่างกายส่งสัญญาณอันตรายขณะที่กระดานอำนาจยังไร้ตัวหมากสำคัญที่สุด—รัชทายาททุกสายตาเริ่มหันไปมองทางเลือกสุดท้ายและในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตสตรีสามัญชนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในประวัติศาสตร์นามของเธอคือ “คุณเครือแก้ว อภัยวงศ์” การสถาปนาเธอขึ้นเป็นพระนางเจ้าไม่ใช่เพียงเรื่องของความรักแต่คือการเดินหมากครั้งสุดท้ายของกษัตริย์เพื่อรักษาสายเลือดของตนไว้กับแผ่นดินหากทารกในครรภ์เป็นพระราชโอรสอำนาจจะถูกดึงกลับมาสู่สายตรงของรัชกาลที่ 6และระบอบผู้สำเร็จราชการจะถือกำเนิดขึ้นทันที แต่โชคชะตาไม่เคยอยู่ใต้การควบคุมของผู้ใดคืนวันที่ 24 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2468พระราชวังกำลังเผชิญการสวนทางของชีวิตและความตายห้องหนึ่งคือกษัตริย์ผู้ใกล้สิ้นลมอีกห้องคือการต่อสู้ของสตรีผู้กำลังให้กำเนิดชีวิตใหม่ทั้งราชสำนักหยุดหายใจรอคำตอบเพียงคำเดียว…

เจ้าหญิงที่โลกคาดหวัง… แต่โชคชะตากลับทำให้เธอเงียบหาย

เช้า วัน ที่ 7 ธันวาคม พ.ธศักราช ศักราช 2521 สาย ลม ปลาย ปี เย็น สบาย ใน พระนคร วัน นั้น มี แสง หนึ่ง เกิด ขึ้น ใน ราชสำนัก ดุสิต เธอ มี พระ นาม ว่า…

วีดีโอ โปรโมท เปิดโปง! งบ 4 หมื่นล้าน ‘เสี่ยโอ’ ฉาวหนัก ‘กบ’ เอาเลี้ยงผัวฝรั่งเศส

ถ้า มัน พรรค ไหน ก็ ตาม ถ้า มัน ลด เพดาน มาตรา 112 เรา ก็ ต้อง สู้ เรา ก็ ต้อง ดัน ต่อ ผม ต้อง เพิ่ม เพดาน ครับ เพิ่ม เพดาน โทษ…

วีดีโอ โปรโมท “เสี่ยโอ” ไม่ทน! ดึง “ชาย 4” กลับไทย เปิดศึกท้าชนวงการ!

อ้วน อ้ว้น อิน 3อ ก็ กลับ มา แล้ว เออ มี นัยยะ อะไร เปล่า อาจารย์ มี นยะ อะไร มี สิ ที นี้ ไอ้ ที่ เขา คาด การณ์ กัน ว่า พอ…