จารยพลุกโหราศาสตร์ชื่อดังทำนายเกี่ยวกับการกลับมาของท่านอ้นพูดถึงการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองจะมีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นโดยอาจารย์ฟลุ๊กได้ทำนายไว้ว่าการที่ท่านอ้นกลับไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นดวงท่านอ้นเป็นไปในทิศทางดวงที่ค่อนข้างเข้มแข็งมากเพราะมีดาวเกษตรธิบดีอยู่หลายดวงจริงๆแล้วเชื่อมโยงกับคุณแม่ของท่านคือท่านผู้หญิงหญิงสุจาริณีการที่ท่านอ้นกลับไทยก็แปลว่าดวงท่านผู้หญิงสุจาริณีขึ้นด้วยเราก็ต้องมองย้อนไปการ
ที่ท่านลี้ภัยไปสิ่งสำคัญเลยของการมีชีวิตสามีภรรยาเมื่อเลิกกันแล้วเป็นอื่นแต่บุตรก็ดีบิดามารดาก็ดีโบราณว่าตัดไม่ตายขายไม่ขาดการที่ท่านอ้นได้กลับมาไทยหรือดวงท่านผู้หญิงสุจาริณีขึ้นอาจจะตีความได้ว่าดวงพระพันปีอ่อนลงเพราะฉะนั้นจะทายเป็น2มุมมุมหนึ่งอาจจะเป็นเรื่องของสุขภาพของพระพันปีมุมหนึ่งอาจจะทายว่าเรื่องของการเปลี่ยนแปลงประเทศบ้านเมืองเชื่อมโยงกับสถาบันการเปลี่ยนแปลงใดๆก็ตามที่เกิดขึ้นกับคนที่มีดาวเกษตรธิบดี
เยอะๆแบบนี้มักจะเป็นไปในรูปแบบที่ค่อนข้างจะสงบค่อนข้างจะราบเรียบมีแบบแผนจะไม่ค่อยมีความรุนแรงแต่ถ้าจะมีความรุนแรงเพราะว่าดวงคนอื่นอันนี้ไม่แน่อาจารย์ฟลุกก็ได้ทำนายต่อว่าอาจจะเสริมบารมีท่านพ่อข้อสังเกตข้อหนึ่งของดวงพระชะตาของท่านอ้นผมมองว่าสตรีจะเป็นผู้เสริมบัลลังก์หรือเสริมบารมีเหตุผลข้อนี้เกิดจากว่าในอดีตมีอยู่ตอนหนึ่งที่พระองค์ท่านในหลวงไปนำบุตรสาวคือพระองค์เจ้าสิริวรรณวรีนารีรัตน์ราชกัญยาเสด็จกลับมาซึ่งพระองค์เจ้า
สิริวรรณวรีนารีรัตน์ราชกัญยาก็เป็นพระธิดาในพระองค์และก็เป็นบุตรสาวของท่านผู้หญิงสุจาริณีเพราะฉะนั้นข้อสังเกตข้อนี้น่าจะมีเรื่องของโหรหรือหลักการบางดวงบางอย่างที่เมื่อผูกพระชะตาแล้วก็ไปเพียงนำบุตรธิดากลับมาไม่ที่นำบุตรชายกลับมาซึ่งเรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวปกติของการวางดวงของโหรในการที่จะมองว่าใครที่เหมาะสมแก่ชะตาใครที่ควรอยู่ใกล้หรือใครที่ควรอยู่ไกลซึ่งในเรื่องนี้หากเรานำมาปรับใช้กับชีวิตของเราก็เช่นกันบางทีเราก็ต้อง
มองว่าใครที่เหมาะสมกับชะตาเราอยู่ใกล้กันแล้วส่งเสริมหรือว่าใครที่ควรวางห่างแล้วส่งเสริมเสริมอยู่ไกลแล้วดีกว่าทำนายโดยอาจารย์ฟลุ๊กโหราศาสตร์ชื่อดังเรื่องราวความเป็นไปทุกด้านของราชสำนักไทยยังเป็นที่สนใจของประชาชนอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นข่าวทางการหรือไม่เป็นทางการไม่ว่าจะเป็นแหล่งข่าวอ้างอิงตามข้อเท็จจริงหรือเพียงข่าวลือและเรื่องที่บอกเล่า90ต่อๆกันมาหากแต่มีเรื่องหนึ่งอันเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่ถูกปิดจากการพูดพูด
คุยและถกเถียงในทางสาธารณะโดยเฉพาะเรื่องราวส่วนพระองค์ที่อาจจะกระทบต่อพระเกียรติถึงแม้จะพยายามปิดขนาดไหนประชาชนยังหยุดที่จะนึกถึงไม่ได้โดยที่ไม่มีอะไรกั้นในความคิดของทุกคนได้นั่นคืออดีตหม่อมเจ้าชายทั้ง4คือท่านจุธาวัฒน์ท่านวัชเรสรท่านจักรีวัฒน์และท่านวัชรวีวิวัชรวงศ์พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวกับอดีตหม่อมสุจาริณีวิวัชรวงศ์ที่เรื่องราวและความเป็นไปที่เกี่ยวกับท่านเป็นที่น่าสนใจมากขึ้นตั้งแต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมาซึ่งประชา
ชนที่เคารพและชื่นชอบในราชสำนักไทยจำนวนไม่น้อยที่ยังมีความชื่นชมในตัวของท่านชายทั้ง4ซึ่งสำหรับท่านอ้นวัชเรสรดูจะเป็นคนเดียวที่ออกสื่ออย่างโดดเด่นที่สุดโดยมีส่วนร่วมในสังสังคมที่เกี่ยวเนื่องกับประเทศไทยมากที่สุดซึ่งนอกจากจะมีอาชีพทนายความแล้วยังมีโอกาสได้เข้าร่วมงานต่างๆกับชุมชนไทยในต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นการก่อตั้งกองทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนไทยในสหรัฐอเมริกาและยังมีหลายงานบุญงานกุศลที่ได้ไปร่วมในประเทศต่างๆทั้ง
อังกฤษและอินเดียเป็นต้นโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ผ่านมาขณะที่ทั่วทุกมุมโลกรวมทั้งไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโโรน่าท่านอ้นจึงถือโอกาสนี้แสดงความห่วงใยและเป็นกำลังใจแก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนและได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีซึ่งประชาชนที่เคารพในสถาบันกษัตริย์ไทยจะมีโอกาสได้เห็นท่านชายทั้ง4ได้กลับมาช่วยแบ่งบ่าวพระราชภาระซึ่งวันนี้ก็ได้เกิดขึ้นจริงแล้วที่ท่านอ้นวัชเรสรในฐานะพระราชโอรสพระ
องค์ที่2ได้กลับมายังประเทศไทยแล้วเราก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าการกลับมาของพระองค์ในครั้งนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นโดยหากย้อนไปหลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีด้วยความขัดแย้งภายในครอบครัวส่วนพระองค์ท่าทำให้หม่อมสุจารณีมหิดลณอยุธยาในขณะนั้นพาพระโอรสพระธิดาไปประทับยังสหราชอาณาจักรภายหลังพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงรับสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวรรณวรีนารีรัตน์
ราชกัญยาพระธิดาองค์เล็กมาประทับในประเทศไทยกระทั่งวันที่13มกราคมพ.ศ.2540มีหนังสือผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำสหราชอาณาจักรแจ้งต่อส่วนราชการที่เกี่ยวข้องว่าท่านชายทั้ง4พระองค์ได้ถูกถอดออกจากสถานะพระราชวงศ์และไม่มีสิทธิ์ในการใช้ฐานันดรหม่อมเจ้าอีกต่อไปโดยทรงเปลี่ยนให้ใช้นามสกุลพระราชทานวิวัชชรวงศ์แทนนอกจากนี้ท่านอ้นก็มีการเปิดใจผ่านสื่อต่างประเทศย้ำเราจากประเทศนี้มานาน27ปีถือเป็นฝันที่เป็นจริงที่ได้กลับมาไม่เคยลืมว่าเป็นคนไทยรู้สึก
ตื้นตันและสำนึกถึงพระคุณของประเทศชาติอยู่เมืองนอกมานานแต่ไม่เคยลืมึม