คนที่4คู่ครองจักรพรรดินั่งแผ่นดินคนที่5ผู้นำสื่อพิไลจากมาไวไปไวจนมีทันได้ตั้งตัวลำดับที่1ท่านกล่าวว่าสมเด็จพระชาติที่กำเนิดเพราะท่านนี้จักเป็นพระราชวงศ์คงอยู่นานแม้กาลเวลาจากแปรเปลี่ยนไปสักเท่าใดก็ตามจักอยู่ด้วยกันระยะหนึ่งเพราะมีบุญวาสนาทั้งสองพระองค์มีมาเท่านั้นลำดับที่2ท่านกล่าวว่ามีบุตรมากแต่บุญวาสนาไม่นำส่งเพราะจากเป็นคนที่รักมากที่สุดในทั้ง5พระองค์แต่จากเดิมกีดกันหลายอย่างและผลกรรมที่ทำไว้จะมีบุตร4คน
อันนี้ขอเพิ่มเติมว่าคิดว่าข้อนี้ยังไม่ตรงเพราะมีบุตร5คนลำดับที่3ท่านกล่าวว่ามาที่ไหนกลับไปที่นั่นพระองค์นี้จักมีบุญมากและวาสนาที่ได้กระทำร่วมกันมาแต่ชาติปางก่อนและจักเป็นคนที่พระองค์ที่ทรงเมตตามากที่สุดด้วยผลบุญนั้นจากเลขกลับมาอีกครั้งหรือมิได้กลับมาขึ้นอยู่ตามบุญและวาสนาหากกลับมาแค่เวลาในช่วงหนึ่งเท่านั้นลำดับที่4คู่ครองจักรพรรดินั่งแผ่นดินจากเป็นผู้มีบุญและบารมีมากจักได้นั่งแผ่นดินคู่บารมีวาสนาสูงเด่นและจักเป็น
ผู้ทั้งปกป้องและหนุนนำสมกับวาสนาราชินีสยามบุญวาสนาจากค่อยเป็นค่อยไปดั่งดอกไม้ผลิแต่มิอาจจะเทียบเท่าบุญญาธิการองค์กษัตริย์พึงต้องหาหนึ่งชีวิตและหนึ่งพืชเพื่อสิริมงคลลำดับที่5ท่านกล่าวว่าผู้นำศิวิไลจากมาไวไปไวจนนิรันดร์ตั้งตัวเพราะมิอาจจะสู้บุญญาธิการองค์กษัตริย์สำหรับบุคคลที่5อาจจะไม่เกิดก็ได้เพราะมีแต่วาสนาไม่มีบุญบารมีส่วนลำดับที่4และลำดับที่5นั้นท่านอธิบายว่าถ้ามีสื่อดีอาจจะไม่มีค่าเพราะมีแต่วาสนาแต่ไม่มีบุญบารมีและ
นี่ก็คือคำทำนายของพระเกจิลึกลับท่านหนึ่งที่ได้มีการแชร์อย่างมากมายในโลกออนไลน์ที่เราได้นำมาฝากกันค่ะและถ้าหากย้อนกลับไปเมื่อวันที่7พฤษภาคม62Facebookของนายไพศาลพืชมงคลอดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกก็ได้มีการโพสต์ผ่านFacebookเรื่องเกี่ยวกับคำทำนายเหมือนกันซึ่งทั้งผู้ฟังเคยได้ยินไหมเกี่ยวกับคำทำนายศาลหลักเมืองคุณสงขลา3คนจะเป็นใหญ่มีแผ่นดินซึ่งเนื้อหาในFacebookที่คุณไพศาลพืชมงคลได้เคยโพสต์ไว้โดยมีการนำภาพเนื่องในพระราชพิธี
บรมราชาภิเษกช่วงหนึ่งมาประกอบข้อความซึ่งภาพนั้นปรากฏพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีขณะที่ข้อความที่พบก็ได้มีการหยิบยกเอาคำพยากรณ์ศาลหลักเมืองสงครามมาเปิดเผยไปด้วยทั้งหมดจะปลูกไว้ว่าคำพยากรณ์ศาลหลักเมืองสงครามเมื่อครั้งตั้งศาลหลักเมืองสงขลาเจ้าพ่อหลักเมืองได้พยากรณ์ไว้เป็นสำคัญว่าในอนาคตกาลจะมีคนสงคราม3คนเป็นใหญ่กว่าใครในแผ่นดินมาถึงตอนนี้คำพยากรณ์นั้นเป็นจริงถึง2คนคนสงขลาคนแรกคือเจ้าพระยา
ธรรมาธิเบศร์จิตณสงขลาซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นถึงผู้สำเร็จราชการแผ่นดินและคนถัดมาก็คือพลเอกเปรมติณสูลานนท์ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีและมีชื่อเสียงหรือเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตต่อแผ่นดินจนได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยเป็นประธานองคมนตรีคงเหลือแต่คนที่3เท่านั้นว่าจะเป็นผู้ใดแต่ก็เชื่อมั่นว่าน่าจะเป็นจริงตามคำพยากรณ์นั้นและได้แก่ภาวนาว่าคนสงครามคนที่3จะเป็นใหญ่กว่าใครในแผ่นดินตามคำพยากรณ์ของเจ้าพ่อหลักเมืองจะต้องเป็นคุณ
ยายจริงด้วยและดีจริงด้วยหลังตั้งศาลหลักเมืองสงครามไม่นานพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินไปสักการะศาลหลักเมืองสงขลาหรือวาระที่เสสภาพภาคใต้และจังหวัดสงขลาจากหนังสือสมเด็จโดยเรียงพิทยาคม24กันยายน51พลเอกหญิงสมเด็จพระนางเจ้าสุทธิดาพัชรสุธาภิมลลักษณ์พระบรมราชินีเป็นพระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้าสุทธิดาภัทรสุธาภิมลลักษณ์พระบรมราชินีเสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่3มิถุนายนพ.ศ
2521มีพระนามเดิมว่าสุธิดาจิตใจสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาภัทรสุธาภิมลลักษณ์พระบรมราชินีทรงสำเร็จการศึกษาหลักสูตรนิเทศศาสตร์บัณฑิตจากคณะนิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญเมื่อปีพ.ศ2543ทรงสมภพที่บ้านพรุทางไปด่านนอกสะเดาอำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลาวันที่1พฤษภาคม2562มีพระราชโองการให้สถาปนาพลเอกหญิงสุธิดาวชิราลงกรณ์ณอยุธยาพระอัครมเหสีเป็นสมเด็จพระราชินีสุธิดาทรงดำรงตำแหน่งพระอิสริยยศฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ภายหลังที่ได้ทรงประกอบพระราชพิธี
ราชาภิเษกสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมายโดยในวันเดียวกันนั้นมีพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสและสถาปนาสมเด็จพระราชินีณพระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิตต่อมามีการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช2562เมื่อวันที่4พฤษภาคมพระบาทสมเด็จพระวชิระเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้ประกาศสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระราชินีสุธิดาขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้าสุทธิดาพัชรสุธาพิมละพระบรมราชินี