ใน ทุก ยุค สมัย ของ แผ่น ดิน ไทย ก่อน การ เปลี่ยน แปลง ครั้ง สำคัญ มัก มี ราง บาง อย่าง ปรากฏ ขึ้น เสมอ ลง เหล่า นี้ ไม่ ใช่ สิ่ง น่า กลัว ไม่ ใช่ คำ ทำนาย เพื่อ ให้ ผู้ คน ตื่น ตระหนก หาก แต่ เป็น สัญญาณ อ่อน โยน เป็น เหมือน เสียง กระซิบ แผ่ว เบา ที่ ดัง มา จาก ธรรมชาติ จาก กาล เวลา และ จาก จิต ใจ ของ ผู้ คน เอง เมื่อ กระแส แห่ง การ เปลี่ยน แปลง เริ่ม ก่อ ตัว จิต มนุษย์ ซึ่ง เชื่อม โยง กับ โลก และ แผ่น ดิน อย่าง ลึก ซึ้ง ย่อม รับ รู้ ได้ ก่อน เหตุ การณ์ จะ ปรากฏ เป็น รูป ธรรม ล่าง จึง ไม่ ใช่ เรื่อง ไสยศาสตร์ หาก
แต่ เป็น ภาษา ของ ธรรมชาติ ที่ สื่อ สาร กับ ผู้ ที่ ยอม ฟัง ด้วย ใจ สงบ เพื่อ เติม พลัง ใจ และ จิต วิญญาณ ของ คุณ หาก คุณ เห็น ว่า มี ประโยชน์ โปรด กด ติด ตาม และ สนับสนุน ช่อง ของ เรา การ สนับสนุน ของ คุณ คือ แรง บันดาล ใจ ให้ เรา สร้าง สรรค์ ผล งาน ต่อ ไป ใน ยุค รัชกาล ที่ 10 ก็ เช่น เดียว กัน ลง แห่ง แผ่น ดิน ไม่ ได้ มา ใน รูป ของ ฟ้า ผ่า แผ่น ดิน ไหว หรือ ภัย พิบัติ อัน รุนแรง ให้ ผู้ คน หวาด กลัว หาก แต่ ค่อย ๆ ซึม ลึก อยู่ ใน ชีวิต ประจำ วัน อยู่ ใน ความ รู้ สึก ที่ อธิบาย ไม่ ถูก ของ ผู้ คน จำนวน มาก หลาย คน รู้ สึก เหมือน หัว ใจ นิ่ง ลง
แต่ หนัก ขึ้น ความ คิด ช้า ลง แต่ ลึก ขึ้น ผู้ คน เริ่ม ตั้ง คำ ถาม กับ ชีวิต กับ คุณ ค่า กับ ความ หมาย ของ การ เกิด มา เป็น มนุษย์ บน ผืน แผ่น ดิน นี้ นี่ ไม่ ใช่ ความ ฟุ้ง ซ่าน หาก แต่ เป็น อาการ ของ จิต ที่ เริ่ม ตื่น รู้ ต่อ บาง สิ่ง ที่ กำลัง เปลี่ยน ไป ผู้ มี จิต ละเอียด หลาย ท่าน กล่าว ตรง กัน ว่า ช่วง เวลา นี้ เป็น ช่วง ที่ พลัง ของ แผ่น ดิน นิ่ง และ หนัก แน่น ใน เวลา เดียว กัน เปรียบ เหมือน ผิว น้ำ ใน สระ ใหญ่ ที่ ดู สงบ เรียบ และ ใส แต่ เบื้อง ล่าง กลับ มี การ ไหล เวียน ของ กระแส กระแส น้ำ อย่าง ต่อ เนื่อง
กระแส นั้น ไม่ เร่ง รีบ ไม่ ปั่น ป่วน แต่ ทรง พลัง และ มุ่ง หน้า ไป ข้าง หน้า อย่าง ไม่ อาจ หยุด อย่าง ได้ ผู้ ที่ ใจ ร้อน อาจ ไม่ รู้ สึก อะไร แต่ ผู้ ที่ ใจ นิ่ง พอ จะ สัมผัส ได้ ถึง แรง สั่น สะเทือน อัน ละเอียด อ่อน นี้ หลวง พ่อ เยื้อ เอง เมื่อ พิจารณา ด้วย จิต ภาวนา ท่าน รับ รู้ ถึง การ เคลื่อน ของ กรรม ส่วน รวม เป็น กรรม ที่ สั่ง สม มา นาน ไม่ ใช่ ของ คน ใด คน หนึ่ง ไม่ ใช่ ของ ผู้ ปก ครอง ครอง หรือ ประชา ชน ฝ่าย เดียว แต่ เป็น กรรม ร่วม ของ ทั้ง แผ่น ดิน กรรม จาก การ กระทำ ความ คิด และ เจตนา ที่ สืบ ทอด ต่อ กัน มา
หลาย ยุค หลาย สมัย เมื่อ ถึง เวลา หนึ่ง กรรม ย่อม แสดง ผล ไม่ ใช่ เพื่อ ทำลาย แต่ เพื่อ ชำระ เพื่อ ให้ เกิด การ เรียน รู้ และ เพื่อ เปิด ทาง ให้ สิ่ง ใหม่ ที่ เหมาะ สม กว่า ได้ ถือ กำเนิด ท่าน เคย กล่าว อย่าง เมตตา ว่า กรรม ส่วน รวม ก็ เหมือน เมฆ ฝน หาก สะสม มาก พอ ย่อม ต้อง ตก ลง มา เป็น ฝน ฝน บาง ครั้ง ทำ ให้ เปียก ทำ ให้ ลำบาก แต่ ฝน นั้น เอง ที่ หล่อ เลี้ยง ผืน ดิน ให้ กลับ มา อุดม สมบูรณ์ หาก ผู้ คน มัว แต่ กลัว ฝน ก็ จะ ไม่ เห็น คุณ ค่า ของ น้ำ หาก ผู้ คน เรียน รู้ ที่ จะ อยู่ กับ ฝน ใจ จะ อ่อน โยน และ เข้ม แข็ง ไป พร้อม
กัน นี่ คือ มุม มอง ของ ผู้ ที่ มอง โลก ด้วย ธรรม ไม่ ใช่ ด้วย ความ กลัว ลาง แห่ง แผ่น ดิน ใน ยุค นี้ จึง ปรากฏ ผ่าน เหตุ การณ์ เล็ก ๆ ความ รู้ สึก เล็ก ๆ และ การ เปลี่ยน แปลง ภาย ใน ใจ ของ ผู้ คน มาก กว่า ภาย นอก หลาย คน เริ่ม เบื่อ ความ รุน แรง เบื่อ การ เอา ชนะ เริ่ม โหย หา ความ สงบ ความ เรียบ ง่าย และ ความ จริง ใจ แม้ จะ ยัง สับสน แม้ จะ ยัง ไม่ รู้ คำ ตอบ ทั้ง หมด แต่ การ ตั้ง คำ ถาม นั้น เอง คือ จุด เริ่ม ต้น ของ การ เปลี่ยน ผ่าน ที่ แท้ จริง เพราะ การ เปลี่ยน แปลง ภาย นอก จะ ยั่ง ยืน ได้ ก็ ต่อ เมื่อ เกิด จาก
การ เปลี่ยน แปลง ภาย ใน แผ่น ดิน ไทย ใน อดีต เคย ผ่าน ช่วง เวลา หนัก หน่วง มา แล้ว นับ ครั้ง ไม่ ถ้วน ทุก ครั้ง ที่ ผ่าน ได้ ไม่ ใช่ เพราะ อำนาจ อาวุธ หรือ ความ เก่ง กาจ ของ ผู้ ใด ผู้ หนึ่ง แต่ เป็น เพราะ พลัง เงียบ ของ ศรัทา ความ อด ทน และ การ ยึด โยง กัน ของ ผู้ คน ใน แผ่น ดิน เดียว กัน ล่าง ใน ครั้ง นี้ ก็ เช่น เดียว กัน ไม่ ได้ เรียก ร้อง ให้ ผู้ คน หวาด กลัว แต่ เรียก ร้อง ให้ ผู้ คน กลับ มา อยู่ กับ สติ อยู่ กับ ศีลธรรม และ อยู่ กับ หัว ใจ ของ ตน เอง ให้ มาก ขึ้น หาก เรา มอง ลง แห่ง แผ่น ดิน ด้วย ใจ ที่ เปิด
กว้าง เรา จะ เห็น ว่า นี่ คือ โอกาส ไม่ ใช่ วิกฤต โอกาส ที่ จะ ได้ ทบ ทวน เส้น ทาง ที่ ผ่าน มา โอกาส ที่ จะ วาง สิ่ง ที่ ไม่ จำเป็น และ โอกาส ที่ จะ ปลูก เมล็ด พันธุ์ ใหม่ แห่ง ความ ดี งาม ลง ใน ใจ ตน เอง เมื่อ ใจ ของ ผู้ คน จำนวน มาก เริ่ม เปลี่ยน แผ่น ดิน ย่อม เปลี่ยน ตาม โดย ไม่ ต้อง บังคับ เหมือน สาย น้ำ ที่ ค่อย ๆ เปลี่ยน ทิศ ทาง ตาม ความ ลาด เอี่ยง ของ พื้น ดิน สุด ท้าย แล้ว ลาง ไม่ เคย บอก อนาคต อย่าง ตาย ตัว แต่ บอก ปัจจุบัน ให้ เรา ตื่น รู้ ยุค รัชกาล ที่ 10 จึง เป็น ช่วง เวลา ที่ เช้อ เชิญ ให้ ผู้ คน กลับ
มา ฟัง เสียง เบา ๆ ใน ใจ ฟัง เสียง ของ ธรรมชาติ และ ฟัง เสียง ของ กรรม ที่ กำลัง คลี่ คลาย หาก เรา ฟัง ด้วย ความ เข้า ใจ ลง แห่ง แผ่น ดิน จะ ไม่ ใช่ สิ่ง น่า หวั่น เครง แต่ จะ กลาย เป็น แสง นำ ทาง ให้ แผ่น ดิน และ ผู้ คน ก้าว ไป ข้าง หน้า ด้วย ความ สงบ มั่น คง และ เปลี่ยม ด้วย สติ ปัญญา ลง แห่ง แผ่น ดิน ใน ยุค นี้ จึง ปรากฏ ผ่าน ใจ คน เป็น อันดับ แรก ผู้ คน รู้ สึก เหนื่อย ล้า โดย ไม่ รู้ สาเหตุ วิตก กังวล กับ อนาคต ทั้ง ที่ ภาย นอก ดู เหมือน ทุก อย่าง ยัง ดำเนิน ไป ตาม ปกติ ความ สับสน ทาง ความ คิด เกิด ขึ้น ง่าย ใจ ร้อน
ขึ้น โกรธ ง่าย ขึ้น แต่ ใน ขณะ เดียว กัน ก็ มี คน จำนวน ไม่ น้อย ที่ เริ่ม หัน กลับ มา มอง ภาย ใน แสวง หา ธรรมะ แสวง หา ความ สงบ อย่าง จริง จัง นี่ คือ สัญญาณ ของ แผ่น ดิน ที่ กำลัง คัด กรอง จิต ใจ ใน ทาง ธรรม ลาง ไม่ ได้ หมาย ถึง โชค ชะตา ที่ หลีก เลี่ยง ไม่ ได้ แต่ เป็น เหมือน กระจก ที่ สะท้อน ให้ เห็น ว่า หาก ยัง เดิน ด้วย จิต แบบ เดิม ผล ย่อม เป็น เช่น เดิม หาก เปลี่ยน จิต เปลี่ยน การ กระทำ ผล ก็ ย่อม เปลี่ยน ตาม ยุค รัชกาล ที่ 10 ถูก มอง ว่า เป็น ยุค แห่ง บท ทด สอบ ทาง ใจ เป็น ยุค ที่ ความ มั่น คง ไม่ ได้ วัด จาก อำนาจ หรือ วัตถุ
แต่ วัด จาก สติ ปัญญา และ ความ อด ทน ของ ผู้ คน ทั้ง แผ่น ดิน หลวง พ่อ เยื้อ เคย กล่าว กับ ศิษย์ ใกล้ ชิด อย่าง แผ่ว เบา ว่า ราง ที่ เห็น นั้น ไม่ ได้ ชี้ ไป ที่ ความ พินาศ แต่ ชี้ ไป ที่ ความ จริง ความ จริง ว่า ทุก สิ่ง ไม่ เที่ยง แม้ สิ่ง ที่ ดู มั่น คม ที่ สุด ก็ ยัง ต้อง เปลี่ยน ไป ตาม กาล เวลา หาก ผู้ คน เข้า ใจ ความ จริง ข้อ นี้ จะ ไม่ ตื่น กลัว ต่อ การ เปลี่ยน แปลง แต่ จะ ใช้ มัน เป็น โอกาส ใน การ สร้าง บุญ สร้าง ความ ดี และ ชำระ ใจ ให้ สะอาด ยิ่ง ขึ้น แผ่น ดิน ใน ยุค นี้ จึง เหมือน ครู ผู้ เงียบ งัน ไม่ ดุ ด่า
ไม่ บังคับ แต่ ปล่อย ให้ เหตุ การณ์ ต่าง ๆ ค่อย ๆ สอน บท เรียน แก่ ผู้ คน ใคร ยึด ติด กับ ความ โลภ ความ โกรธ ความ หลง ก็ จะ รู้ สึก หนัก และ อึด อัด ใคร ที่ รู้ จัก ปล่อย วาง แบ่ง ปัน และ ให้ อภัย กลับ จะ พบ ความ สงบ อย่าง ประหลาด แม้ จะ อยู่ ท่าม กลาง ความ ไม่ แน่ นอน ก็ ตาม ลาง อีก ประการ หนึ่ง ที่ ผู้ มี ธรรม สัมผัส ได้ คือ พลัง ของ การ รวม ใจ เมื่อ ใด ที่ ผู้ คน หัน มา ทำ ความ ดี พร้อม กัน แม้ เพียง เล็ก น้อย แผ่น ดิน จะ เบา ลง อย่าง เห็น ได้ ชัด นี่ คือ เหตุ ผล ที่ หลวง พ่อ เยื้อ เน้น ย้ำ เสมอ ว่า อย่า มัว แต่ ถาม
ว่า อนาคต จะ เป็น อย่าง ไร แต่ ให้ ถาม ตัว เอง ว่า วัน นี้ เรา ได้ ทำ สิ่ง ใด ให้ แผ่น ดิน บ้าง หรือ ยัง ยุค รัชกาล ที่ 10 จึง ไม่ ใช่ ยุค แห่ง คำ ทำนาย อัน น่า หวาด กลัว แต่ เป็น ยุค แห่ง การ ตื่น รู้ แบบ เงียบ ๆ ลาง แห่ง แผ่น ดิน ไม่ ได้ มา เพื่อ ขู่ หาก แต่ มา เพื่อ เตือน เตือน ให้ ทุก คน กลับ มา มี สติ เห็น ค่า ของ ความ ดี และ เข้า ใจ ว่า ความ มั่น คง ที่ แท้ จริง เริ่ม ต้น จาก ใจ ที่ สงบ และ เปี่ยม ด้วย เมตตา เมื่อ มอง ด้วย ใจ ที่ อ่อน โยน จะ เห็น ว่า ลง เหล่า นี้ คือ ความ ห่วง ใย ของ แผ่น ดิน เป็น เหมือน แม่ ที่ ทรง สัญญาณ เตือน ลูก ก่อน ฝน จะ ตก
หาก ลูก ฟัง ฟัง และ เตรียม ตัว ก็ จะ ไม่ เปียก ฝน หาก เพิก เฉย ก็ ย่อม ต้อง เผชิญ ผล ตาม เหตุ ปัจจัย นั้น เอง และ นี่ คือ ศาล สำคัญ ของ ลาง แห่ง แผ่น ดิน ใน ยุค รัชกาล ที่ 10 ที่ หลวง พ่อ เยื้อ รับ รู้ ด้วย ความ สงบ และ เลือก ถ่าย ทอด ผ่าน ความ เงียบ มาก กว่า คำ พูด ที่ อาจ ทำ ให้ ใจ ผู้ คน หวั่น ไหว นิมิต บาง อย่าง มิ ได้ มี ไว้ เพื่อ เอ่ย ปาก เล่า หาก แต่ มี ไว้ เพื่อ เตือน ใจ ผู้ เห็น เอง หลวง พ่อ เยื้อ เป็น พระ ผู้ ปฏิบัติ ดี ปฏิบัติ ชอบ ท่าน รู้ ดี ว่า คำ พูด เพียง ไม่ กี่ คำ อาจ ทำ ให้ ใจ ผู้ คน ทั้ง แผ่น ดิน สั่น ไหว
ได้ ด้วย เหตุ นี้ นิมิต ที่ ท่าน ได้ เห็น ใน ห้วง ภาวนา ลึก จึง กลาย เป็น สิ่ง ที่ ท่าน เลือก เก็บ ไว้ ใน ใจ มาก กว่า นำ ออก มา กล่าว นิมิต นั้น ไม่ ได้ ปรากฏ อย่าง ฉับ พลัน หาก ค่อย ๆ มา เหมือน แสง จันทร์ ยาม ค่ำ คืน ไม่ จ้า ไม่ แรง แต่ ชัด เจน สำหรับ ผู้ ที่ มี จิต นิ่ง พอ หลวง พ่อ เยื้อ เลิ ว่า สิ่ง ที่ เห็น ไม่ ใช่ ภาพ ของ ความ พินาศ ไม่ ใช่ ภาพ แห่ง ความ สูญ เสีย หาก แต่ เป็น ภาพ ของ ภาระ อัน หนัก หนา ภาระ ที่ ไม่ ได้ อยู่ บน บ่า ของ ผู้ ใด ผู้ หนึ่ง เท่า นั้น แต่ แผ่ ขยาย ไป ทั่ว แผ่น ดิน ใน นิมิต นั้น ท่าน สัมผัส ได้ ถึง พลัง ของ หน้า
ที่ ความ รับ ผิด ชอบ และ กรรม เก่า ที่ เคลื่อน เข้า มา พร้อม กัน เหมือน สาย น้ำ หลาย สาย ที่ ไหล มา บรรจบ ณ จุด เดียว ผู้ ที่ อยู่ ใน จุด นั้น จำ ต้อง มี ใจ ที่ มั่น คง อย่าง ยิ่ง หาก ใจ ไหว เพียง นิด เดียว กระแส น้ำ ก็ อาจ พัด พา ให้ หลง ทิศ ได้ นี่ เอง ที่ ทำ ให้ หลวง พ่อ เยื้อ ตระหนัก ว่า นิมิต นี้ ไม่ ใช่ เรื่อง ที่ จะ เล่า เพื่อ ความ อยาก รู้ แต่ เป็น เรื่อง ที่ ต้อง ใช้ ความ เข้า ใจ และ กาล เวลา ท่าน เคย กล่าว เบา ๆ ว่า บาง ความ จริง หาก พูด เร็ว เกิน ไป จะ กลาย เป็น โทษ มาก กว่า จะ เป็น ประโยชน์ เพราะ จิต ของ ผู้ ฟัง ยัง ไม่ พร้อม รับ
ใน ยุค ที่ ข้อ มูล ข่าว สาร ไหล เร็ว ใจ คน แกว่ง ง่าย นิมิต ที่ เกี่ยว ข้อง กับ สถาบัน และ แผ่น ดิน จำเป็น ต้อง ได้ รับ การ ประคอง ด้วย เมตตา และ ปัญญา อย่าง สูง สุด สิ่ง ที่ หลวง พ่อ เยื้อ เห็น จึง ถูก แปร เปลี่ยน เป็น คำ สอน ทาง อ้อม แทน ที่ จะ พูด ถึง ภาพ ใน นิมิต โดย ตรง ท่าน กลับ เน้น ย้ำ เรื่อง การ ทำ ความ ดี การ รักษา ศีล และ การ มี สติ ใน ชีวิต ประจำ วัน เพราะ ท่าน รู้ ดี ว่า หาก ใจ ของ ผู้ คน มั่น คง นิมิต ใด ๆ ก็ ไม่ อาจ กลาย เป็น ภัย ได้ แต่ หาก ใจ อ่อน แอ แม้ เรื่อง เล็ก น้อย ก็ อาจ กลาย เป็น เรื่อง ใหญ่
ใน ห้วง เวลา นั้น หลวง พ่อ เยื้อ ใช้ ความ เงียบ เป็น เกราะ ป้อง กัน ไม่ ใช่ เพื่อ ปิด บัง แต่ เพื่อ ถนอม รักษา ความ สงบ ของ แผ่น ดิน ความ เงียบ ของ ท่าน ไม่ ใช่ ความ เพิก เฉย หาก เป็น ความ เมตตา ใน ระดับ ลึก เมตตา ที่ เห็น ไกล กว่า อารมณ์ ชั่ว คราว ของ ผู้ คน นิมิต ที่ ท่าน เห็น ยัง สะท้อน ให้ เห็น ความ จริง อีก ประการ หนึ่ง คือ ไม่ มี ใคร สามารถ แบก รับ ชะตา ของ แผ่น ดิน ได้ เพียง ลำพัง ไม่ ว่า ผู้ ใด จะ มี บุญ บารมี เพียง ใด หาก ขาด แรง สนับสนุน จาก จิต ที่ ดี ของ ประชา ชน ภาระ นั้น ย่อม หนัก เกิน ไป นี่ คือ เหตุ ผล ที่ หลวง พ่อ เยื้อ มัก
กล่าว ว่า แผ่น ดิน จะ เบา หรือ หนัก อยู่ ที่ ใจ คน เมื่อ ศิษย์ บาง คน พยายาม ถาม ถึง ราย ละเอียด ของ นิมิต ท่าน เพียง ยิ้ม และ กล่าว ว่า สิ่ง ที่ ควร รู้ ท่าน ได้ บอก ไป แล้ว ผ่าน การ สอน เรื่อง สติ และ เมตตา ส่วน สิ่ง ที่ ไม่ ควร รู้ ใน ตอน นี้ ก็ ขอ ให้ กาล เวลา เป็น ผู้ เปิด เผย เอง คำ พูด เรียบ ง่าย นี้ กลับ แฝง ด้วย ปัญญา อัน ลึก ซึ้ง เพราะ มัน สอน ให้ ผู้ ฟัง รู้ จัก ไว้ วาง ใจ ใน ธรรม และ ไม่ เร่ง รัด ความ จริง ก่อน เวลา อัน ควร นิมิต ที่ ถูก เก็บ ไว้ ใน ใจ ของ หลวง พ่อ เยื้อ จึง มิ ได้ หาย ไป ไหน หาก ยัง ทำ หน้า ที่ ของ มัน
อย่าง เงียบ งั่น คือ คอย เตือน ให้ ท่าน ระมัด ระวัง คำ พูด ระมัด ระวัง การ กระทำ และ ยืน อยู่ บน หลัก ธรรม อย่าง มั่น คง ท่าน เลือก แบก รับ ความ หนัก นั้น ไว้ คน เดียว เพื่อ ให้ ใจ ของ ผู้ คน ได้ เบา ลง เมื่อ มอง ใน มุม นี้ จะ เห็น ว่า ความ ไม่ กล้า บอก มิ ได้ เกิด จาก ความ กลัว แต่ เกิด จาก ความ รัก และ ความ รับ ผิด ชอบ อย่าง ยิ่ง ยวด รัก ต่อ แผ่น ดิน รัก ต่อ ผู้ คน และ เคารพ ต่อ กฎ แห่ง กรรม ที่ ไม่ อาจ ฝืน ได้ นิมิต นั้น จึง กลาย เป็น บท เรียน เงียบ ๆ สอน ให้ เรา ทุก คน รู้ ว่า บาง ครั้ง การ ไม่ พูด คือ การ ปก ป้อง ที่ อ่อน โยน
ที่ สุด และ บาง อย่าง แท้ จริง ก็ ต่อ เมื่อ ใจ ของ เรา สงบ พอ ที่ จะ รับ ฟัง มัน ใน มุม มอง ของ พระ พุทธศาสนา การ เกิด มา เป็น พระ มหากษัตริย์ มิ ใช่ เรื่อง บังเอิญ หาก เป็น ผล จาก บุญ บารมี ที่ สั่ง สม มา อย่าง ยาว นาน แต่ ใน ขณะ เดียว กัน บุญ บารมี อัน สูง ส่ง นั้น ก็ มา พร้อม กับ ภารกรรม ของ แผ่น ดิน ที่ หนัก หนา อย่าง ยิ่ง หยวก เป็น กรรม ที่ ไม่ ได้ เกิด จาก ชาติ ปัจจุบัน เพียง ชาติ เดียว หาก เป็น กรรม ร่วม ที่ ผูก โยง กัน มา หลาย ภพ หลาย ชาติ ระหว่าง ผู้ นำ และ ประชา ชน หลวง พ่อ เยื้อ มอง เรื่อง นี้ ด้วย สาย ตา ของ ผู้
ปฏิบัติ ธรรม ท่าน เห็น ว่า บุญ บารมี ของ พระ มหากษัตริย์ ใน ยุค รัชกาล ที่ 10 มี ความ ละเอียด ลึก และ หนัก แน่น เป็น บุญ ที่ ไม่ ได้ แสดง ออก ด้วย ความ ยิ่ง ใหญ่ โอา เพียง ภาย นอก แต่ เป็น บุญ ที่ ต้อง ทำ งาน อยู่ ท่าม การ แรง กด ดัน ความ คาด หวัง และ กระแส กรรม ที่ ซับ ซ้อน ของ โลก ยุค ใหม่ แผ่น ดิน ใน ยุค นี้ ไม่ ได้ เผชิญ เพียง ปัญหา ที่ มอง เห็น ได้ ด้วย ตา แต่ ยัง เผชิญ ปัญหา ที่ ซ่อน อยู่ ใน ใจ คน ความ แตก แยก ทาง ความ คิด ความ เร่ง รีบ ของ สังคม และ ความ หลง ใน วัตถุ ล้วน เป็น กรรม ร่วม ที่ ถา โถม เข้า มา พร้อม กัน ผู้ ที่
อยู่ ใน ตำแหน่ง สูง สุด ของ แผ่น ดิน จึง เปรียบ เสมือน ศูนย์ รวม ของ กระแส เหล่า นั้น ทั้ง รับ แรง ศรัทธา และ รับ แรง กด ดัน ใน เวลา เดียว กัน หลวง พ่อ เยื้อ เคย อธิบาย ว่า บุญ บารมี เปรียบ เหมือน แสง สว่าง ส่วน กรรม เปรียบ เหมือน เงา ยิ่ง แสง สว่าง แรง เงา ก็ ยิ่ง ชัด นี่ ไม่ ใช่ เรื่อง น่า กลัว แต่ เป็น ธรรมดา ของ โลก ผู้ มี บุญ มาก ย่อม ต้อง เผชิญ บท ทด สอบ มาก เพื่อ ขัด เกลา บุญ นั้น ให้ บริสุทธิ์ ยิ่ง ขึ้น หาก ผ่าน ไป ได้ ด้วย สติ และ เมตตา บุญ ก็ จะ ยิ่ง มั่น คง และ ส่ง ผลไพศาล ภารกรรม ของ แผ่น ดิน มิ ได้ ตก อยู่ ที่ พระ
มหากษัตริย์ ฝ่าย เดียว ประชา ชน ทุก คน ล้วน มี ส่วน ร่วม ไม่ ว่า จะ รู้ ตัว หรือ ไม่ ก็ ตาม ทุก ความ คิด ทุก คำ พูด และ ทุก การ กระทำ ล้วน ส่ง ผล สะเทือน ต่อ พลัง ของ แผ่น ดิน เมื่อ ใจ คน หนัก แผ่น ดิน ก็ หนัก เมื่อ ใจ คน เบา แผ่น ดิน ก็ เบา ตาม หลวง พ่อ เยื้อ จึง ย้ำ เสมอ ว่า การ ช่วย ชาติ ที่ แท้ จริง เริ่ม ต้น จาก การ ช่วย ใจ ของ ตน เอง ให้ พ้น จาก อกุศล ใน ยุค รัชกาล ที่ 10 นี้ บุญ บารมี ของ พระ มหากษัตริย์ ถูก มอง ว่า เป็น เสา หลัก ที่ คอย ประคอง แผ่น ดิน ท่าม กลาง กระแส โลก ที่ ผัน ผวน แต่ เสา หลัก เพียง ต้น เดียว ย่อม รับ น้ำ หนัก
ได้ จำกัด หาก ขาด แรง ค้ำ จาก จิต ที่ ดี ของ ประชา ชน แรง นั้น ย่อม หนัก เกิน ไป นี่ นี่ คือ เหตุ ผล ที่ หลวง พ่อ เยื้อ เลือก สอน ประชา ชน มาก กว่า พูด ถึง เบื้อง สูง เพราะ ท่าน รู้ ดี ว่า หาก ฐาน ราก มั่น คง ส่วน บน ย่อม มั่น คง ตาม ความ สัมพันธ์ ระหว่าง บุญ บารมี ของ พระ มหากษัตริย์ กับ กรรม ของ แผ่น ดิน จึง เป็น ความ สัมพันธ์ แบบ เกื้อ กูล ไม่ ใช่ ฝ่าย ใด ฝ่าย หนึ่ง แบก รับ ทั้ง หมด เมื่อ ประชา ชน รู้ จัก เสีย สละ ให้ อภัย และ ทำ ความ ดี โดย ไม่ หวัง ผล แรง กรรม ส่วน รวม จะ ค่อย ๆ เบา บาง ลง ส่ง ผล ให้
ภาระ ของ ผู้ นำ แผ่น ดิน เบา ลง เช่น กัน หลวง พ่อ เยื้อ มอง เห็น ภาพ นี้ ด้วย ความ สงบ ท่าน ไม่ โทษ ใคร ไม่ กล่าว โทษ ยุค สมัย แต่ กลับ ใช้ โอกาส นี้ เตือน สติ ผู้ คน ว่า เรา ทุก คน คือ ส่วน หนึ่ง ของ แผ่น ดิน บุญ หรือ กรรม ที่ เกิด ขึ้น ไม่ ได้ ไกล ตัว อย่าง ที่ คิด หาก เรา ปรับ ใจ ให้ ถูก ต้อง แผ่น ดิน ทั้ง ผืน ก็ จะ ค่อย ๆ ปรับ ตาม อย่าง น่า อัศ จรร ท้าย ที่ สุด บุญ บารมี ของ พระ มหากษัตริย์ ใน ยุค รัชกาล ที่ 10 จึง มิ ใช่ เพียง เรื่อง ของ บุคคล แต่ เป็น กระจก สะท้อน ใจ ของ คน ทั้ง ชาติ หาก เรา มอง ด้วย ความ เข้า ใจ จะ
เห็น ว่า ภารกรรม ที่ ดู หนัก นั้น แท้ จริง แล้ว คือ โอกาส อัน ยิ่ง ใหญ่ ใน การ ร่วม กัน สร้าง บุญ สร้าง ความ ดี และ พา แผ่น ดิน ก้าว ผ่าน บท ทด สอบ นี้ ไป ด้วย ความ สงบ เย็น และ มั่น ขง จาก ภาย ใน สาย ตา ของ ผู้ ปฏิบัติ ธรรม อย่าง หลวง พ่อ เยื้อ ความ จริง มิ ได้ มี คุณ ค่า เพียง เพราะ มัน เป็น ความ จริง หาก แต่ คุณ ค่า ที่ แท้ อยู่ ที่ ว่า ความ จริง นั้น ถูก กล่าว ใน การ อัน ควร หรือ ไม่ เพราะ คำ พูด แม้ จะ ถูก ต้อง เพียง ใด หาก กล่าว ผิด เวลา ก็ อาจ กลาย เป็น เหตุ ให้ ใจ ผู้ คน หวั่น ไหว สับสน หรือ แม้ กระทัง สร้าง กรรม ใหม่
โดย ไม่ รู้ ตัว นี่ คือ เหตุ ผล ลึก ซึ้ง ที่ ทำ ให้ หลวง พ่อ เยื้อ เลือก ความ เงียบ แทน การ เอ่ย ถึง คำ ทำนาย ใน ช่วง เวลา นั้น ช่วง เวลา ที่ แผ่น ดิน กำลัง เปลี่ยน ถ่าน เป็น ช่วง ที่ ใจ คน เปราะ บาง เป็น พิเศษ ผู้ คน เต็ม ไป ด้วย คำ ถาม ความ คาด หวัง และ ความ กลัว ที่ ยัง ไม่ ชัด เจน หาก มี คำ ทำนาย ใด ๆ โดย เฉพาะ คำ ทำนาย ที่ เกี่ยว ข้อง กับ สถาบัน และ ชะตา ของ แผ่น ดิน ถูก พูด ออก มา ใน เวลา นั้น ย่อม เสมือน การ เติม เชื้อ ไฟ ให้ ความ ไม่ มั่น คง ใน ใจ คน ลุก โชน ขึ้น โดย ไม่ จำเป็น หลวง พ่อ เยื้อ มอง เห็น จุด นี้ อย่าง ชัด เจน ใน ทาง ธรรม
ความ รู้ ที่ แท้ จริง ไม่ ได้ วัด จาก ปริมาณ สิ่ง ที่ พูด ออก ไป แต่ วัด จาก ผล ที่ เกิด ขึ้น ใน ใจ ของ ผู้ ฟัง หาก พูด แล้ว ใจ คน หนัก ขึ้น วิตก กังวล มาก ขึ้น แม้ จะ เป็น ความ จริง ก็ ยัง ถือ ว่า ไม่ ใช่ ธรรม ที่ เหมาะ สม หลวง พ่อ เยื้อ จึง ถาม ตน เอง เสมอ ว่า คำ พูด ของ เรา จะ ทำ ให้ ใจ คน สงบ ขึ้น หรือ ไม่ หาก คำ ตอบ คือ ไม่ ท่าน ก็ เลือก ที่ จะ ไม่ พูด อีก เหตุ ผล หนึ่ง ที่ สำคัญ คือ ระดับ ของ จิต ผู้ ฟัง คำ ทำนาย บาง อย่าง ต้องการ พื้น ฐาน ของ สติ และ ปัญญา ใน ระดับ สูง หาก ผู้ ฟัง ยัง ติด อยู่ กับ อารมณ์ อยาก รู้ อยาก ได้ คำ ตอบ เพื่อ สนอง
ความ กลัว หรือ ความ อยาก คำ ทำนาย นั้น ก็ จะ ถูก บิด เบือน ใน ใจ ทัน ที จาก เครื่อง เตือน สติ กลาย เป็น เครื่อง กระตุ้น กิเลส โดย ไม่ ตั้ง ใจ หลวง พ่อ เยื้อ เข้า ใจ ธรรม ข้อ นี้ อย่าง ลึก ซึ้ง ท่าน จึง เลือก ปก ป้อง ผู้ คน จาก ภาระ ทาง ใจ ที่ ยัง ไม่ จำเป็น นอก จาก นี้ คำ ทำนาย ที่ เกี่ยว ข้อง กับ แผ่น ดิน และ ผู้ ปก ครอง มิ ใช่ เรื่อง ส่วน ตัว หาก พูด ออก ไป ย่อม ส่ง ผล เป็น วง กว้าง เกิด การ ตี ความ ขยาย ความ และ เล่า ต่อ ใน รูป แบบ ที่ หลุด จาก เจตนา เดิม ได้ ง่าย ใน ยุค ที่ ข่าว สาร แพร่ กระจาย รวด เร็ว คำ พูด เพียง ประโยค
เดียว อาจ ถูก บิด ไป เป็น ความ หมาย หลวง พ่อ เยือน จึง ตระหนัก ว่า ความ เงียบ ใน บาง ครั้ง คือ ความ รับ ผิด ชอบ ต่อ ส่วน รวม ท่าน เคย กล่าว กับ ศิษย์ ใกล้ ชิด ว่า บาง สิ่ง ถ้า พูด ออก ไป คน ฟัง อาจ ยัง ไม่ พร้อม แต่ ถ้า ไม่ พูด แล้ว สอน ให้ เขา มี สติ วัน หนึ่ง เขา จะ เข้า ใจ เอง คำ พูด เรียบ ง่าย นี้ สะท้อน หัว ใจ ของ ผู้ มี ธรรม อย่าง แท้ จริง เพราะ ท่าน เชื่อ ใน พลัง ของ การ ตื่น รู้ จาก ภาย ใน มาก กว่า การ รับ รู้ จาก ถ้อย คำ ภาย นอก นอก เวลา นั้น หลวง พ่อ เยื้อ จึง หัน มา เน้น การ สอน พื้น ฐาน ของ ชีวิต เช่น การ รักษา
ศีล ความ อด ทน การ ให้ อภัย และ การ รู้ เท่า ทัน อารมณ์ ท่าน มอง ว่า หาก ใจ คน มั่น คง พอ ต่อ ให้ เผชิญ ความ จริง ใด ๆ ก็ จะ ไม่ หวั่น ไหว แต่ หาก ใจ ยัง อ่อน ต่อ ให้ ไม่ มี คำ ทำนาย ใด ๆ ใจ ก็ ยัง ทุกข์ อยู่ ดี อีก มุม หนึ่ง ที่ สำคัญ คือ ความ เมตตา ต่อ ผู้ ที่ เกี่ยว ข้อง คำ ทำนาย บาง อย่าง อาจาร ที่ ต้อง รับ ผิด ชอบ แผ่น ดิน โดย ไม่ จำเป็น หลวง พ่อ เยือน ไม่ ต้องการ เพิ่ม น้ำ หนัก ให้ กับ ผู้ ที่ แบก รับ ภาระ หนัก อยู่ แล้ว ท่าน เลือก ส่ง พลัง ใจ ผ่าน การ ภาวนา และ การ อุทิศ บุญ มาก กว่า การ ส่ง ผ่าน ถ้อย คำ ที่ อาจ กลาย เป็น แรง กด ดัน
เหตุ ใด คำ ทำนาย นี้ จึง ไม่ ควร พูด ใน เวลา นั้น คำ ตอบ จึง ไม่ ได้ อยู่ ที่ ความ ลับ หรือ ความ กลัว หาก แต่ อยู่ ที่ ความ เหมาะ สม และ ความ รับ ผิด ชอบ ทาง วิญญาณ ของ ผู้ รู้ หลวง พ่อ เยื้อ เลือก แบก รับ ความ หนัก นั้น ไว้ ใน ใจ ตน เอง เพื่อ แลก กับ ความ สงบ ของ ผู้ คน จำนวน มาก เมื่อ เวลา ผ่าน ไป ใจ คน เริ่ม นิ่ง ขึ้น ประสบการณ์ ชีวิต เริ่ม สอน บท เรียน ด้วย ตัว มัน เอง หลาย สิ่ง ที่ ไม่ เคย เข้า ใจ ก็ เริ่ม เข้า ใจ โดย ไม่ ต้อง มี ใคร พูด นี่ คือ ผล ของ การ รอ คอย อย่าง มี สติ รอ จน กว่า ความ จริง จะ ค่อย ๆ เปิด เผย ด้วย
เหตุ ปัจจัย ของ มัน เอง ดัง นั้น ความ เงียบ ของ หลวง พ่อ เยื้อ ใน เวลา นั้น จึง มิ ใช่ การ หลีก เลี่ยง ความ จริง แต่ เป็น การ เคารพ ใน ธรรมชาติ ของ ความ จริง ที่ ต้องการ ทั้ง เวลา ความ พร้อม ของ ใจ และ เมตตา อย่าง ลึก ซึ้ง เมื่อ องค์ ประกอบ เหล่า นี้ ครบ ถ้วน แม้ ไม่ ต้อง มี คำ ทำนาย ใด ๆ ใจ ของ ผู้ คน ก็ จะ มอง เห็น หน ทาง ด้วย ตน เอง อย่าง สงบ และ มั่น คง กว่า เดิม ใน ยาม ที่ แผ่น ดิน เผชิญ ความ เปลี่ยน แปลง สิ่ง หนึ่ง ที่ มัก เกิด ขึ้น ควบ คู่ กัน เสมอ คือ ความ อยาก รู้ อยาก เห็น และ อยาก ได้ คำ ตอบ ที่ ชัด เจน
ผู้ คน อยาก รู้ ว่า อนาคต จะ เป็น เช่น ไร จะ ดี หรือ ร้าย จะ มี เหตุ การณ์ ใด เกิด ขึ้น บ้าง ความ อยาก รู้ นี้ เป็น ธรรมดา ของ มนุษย์ แต่ ใน สาย ตา ของ หลวง พ่อ เยื้อ ท่าน มอง ลึก ไป กว่า นั้น ท่าน เห็น ว่า สิ่ง ที่ ประชา ชน ควร รู้ แท้ จริง แล้ว อาจ ไม่ ใช่ สิ่ง เดียว กับ ที่ ประชา ชน อยาก รู้ สิ่ง ที่ อยาก รู้ มัก เกี่ยว ข้อง กับ อนาคต เรื่อง ราว ภาย นอก หรือ เหตุ การณ์ ที่ อยู่ นอก การ ควบ คุม ของ ตน เอง แต่ สิ่ง ที่ ควร รู้ กลับ เป็น เรื่อง ใกล้ ตัว อย่าง ยิ่ง นั่น คือ สภาพ ใจ ของ ตน เอง ใน ปัจจุบัน หลวง พ่อ เหยือน จึง เลือก
สอน ให้ ผู้ คน หัน กลับ มา ดู ใจ มาก กว่า มอง ออก ไป ไกล จน ลืม ตัว เอง เพราะ ไม่ ว่า อนาคต จะ เป็น เช่น ไร หาก ใจ ยัง เต็ม ไป ด้วย ความ กลัว ความ โกรธ และ ความ หลง ความ ทุกข์ ก็ ย่อม เกิด ขึ้น ก่อน เหตุ การณ์ จะ มา ถึง เสีย อีก ท่าน มัก กล่าว ว่า ความ รู้ ที่ แท้ จริง ไม่ ได้ ทำ ให้ ใจ หนัก แต่ ทำ ให้ ใจ เบา หาก การ รู้ สิ่ง ใด แล้ว ทำ ให้ ใจ ฝุก ฟุ้ง ซ่าน วิตก กังวล นั่น อาจ ไม่ ใช่ ความ รู้ ที่ จำเป็น ใน เวลา นั้น คำ ทำนาย หรือ ข่าว สาร เกี่ยว กับ แผ่น ดิน แม้ จะ จริง เพียง ใด หาก ผู้ ฟัง ยัง ขาด สติ และ ปัญญา ก็ อาจ กลาย เป็น
เชื้อ แห่ง ความ แตก แยก ได้ โดย ง่าย สิ่ง ที่ ประชา ชน ควร รู้ ใน ยุค นี้ คือ กฎ ของ กรรม อย่าง เรียบ ง่าย ทำ ดี ได้ ดี ทำ ชั่ว ได้ ชั่ว ไม่ มี ใคร หนี พ้น กฎ นี้ ได้ ไม่ ว่า ฐานะ จะ สูง หรือ ต่ำ เพียง ใด เมื่อ เข้า ใจ เช่น นี้ ใจ จะ เริ่ม สงบ ลง เพราะ ไม่ ต้อง คาด เดา อนาคต ด้วย ความ กลัว แต่ หัน มา สร้าง เหตุ ที่ ดี ใน ปัจจุบัน แทน หลวง พ่อ เยื้อ เชื่อ มั่น ว่า หาก เหตุ ถูก ต้อง ผล ย่อม ไม่ ผิด อีก สิ่ง หนึ่ง ที่ ควร รู้ คือ ความ ไม่ เที่ยม ของ ทุก สิ่ง ยุค สมัย เปลี่ยน ผู้ คน เปลี่ยน สถานการณ์ เปลี่ยน แม้ ความ คิด และ อารมณ์ ของ
เรา เอง ก็ ยัง เปลี่ยน อยู่ ตลอด เวลา หาก ยึด ติด กับ ภาพ ใด ภาพ หนึ่ง ของ แผ่น ดิน หรือ คาด หวัง ให้ ทุก อย่าง เป็น ไป ตาม ใจ ความ ทุกข์ ย่อม เกิด ขึ้น โดย ไม่ จำเป็น การ ยอม รับ ความ ไม่ เที่ยง ไม่ ได้ หมาย ถึง การ ยอม แพ้ แต่ คือ การ อยู่ กับ ความ จริง อย่าง มี สติ หลวง พ่อ เยื้อ อย่าง เน้น ย้ำ ว่า สิ่ง ที่ ควร รู้ ยิ่ง กว่า นั้น คือ พลัง ของ การ กระทำ เล็ก ๆ ของ แต่ ละ คน คำ พูด สุภาพ 1 คำ การ ให้ อภัย 1 ครั้ง หรือ การ ไม่ ซ้ำ เติม กัน ใน ยาม ยาก ล้วน ส่ง ผล ต่อ บรรยากาศ อากาศ ของ แผ่น ดิน อย่าง ที่ หลาย คน คาด ไม่ ถึง แผ่น ดิน
ไม่ ได้ เปลี่ยน เพราะ คำ ทำนาย แต่ เปลี่ยน เพราะ การ กระทำ ซ้ำ ๆ ของ ผู้ คน จำนวน มาก ใน ทาง กลับ กัน สิ่ง ที่ อยาก รู้ เช่น ราย ละเอียด ของ นิมิต คำ ทำนาย ลึก ๆ หรือ เบื้อง หลัง ที่ ยัง ไม่ ถึง เวลา เปิด เผย หลวง พ่อ เยื้อ มอง ว่า หาก รู้ ไป ก่อน อาจ ไม่ ได้ ช่วย ให้ ชีวิต ดี ขึ้น ตรง กัน ข้าม อาจ ทำ ให้ ใจ แบก รับ ภาระ ที่ ไม่ จำเป็น เพราะ รู้ แล้ว แต่ เปลี่ยน แปลง อะไร ไม่ ได้ นอก จาก เพิ่ม ความ คิด ฟุ้ง ซ่าน ท่าน จึง ใช้ วิธี สอน ผ่าน ความ เรียบ ง่าย พูด เรื่อง ใกล้ ตัว ทำ ให้ ผู้ คน รู้ สึก ว่า ธรรมะ ไม่ ใช่ เรื่อง ไกล
ไม่ ต้อง รอ ให้ เกิด เหตุ การณ์ ใหญ่ โต ถึง จะ เริ่ม ปฏิบัติ แค่ ดู แล ใจ ใน วัน นี้ ให้ สะอาด ขึ้น เล็ก น้อย ก็ ถือ ว่า ได้ ช่วย แผ่น ดิน แล้ว เมื่อ ประชา ชน หัน มา ให้ ความ สำคัญ กับ สิ่ง ที่ ควร รู้ มาก กว่า สิ่ง ที่ อยาก รู้ สังคม จะ ค่อย ๆ เปลี่ยน ไป อย่าง เงียบ เงียบ ๆ จาก ความ วุ่นวาย สู่ ความ เข้า ใจ จาก ความ กลัว สู่ ความ เมตตา และ จาก การ รอ คอย คำ ทำนาย สู่ การ สร้าง อนาคต ด้วย มือ และ ใจ ของ ตน เอง นี่ คือ หัว ใจ ของ คำ สอน ที่ หลวง พ่อ เยื้อ พยายาม ส่ง ต่อ โดย ไม่ ต้อง เอ่ย ถึง นิมิต หรือ คำ ทำนาย ใด ๆ เพราะ ท่าน เชื่อ ว่า
หาก ใจ คน ถูก ต้อง ต่อ ให้ ไม่ รู้ อนาคต แผ่น ดิน ก็ จะ ยัง เดิน ไป ข้าง หน้า ได้ อย่าง มั่น คง และ สงดาม ความ เงียบ ไม่ ได้ หมาย ถึง ความ ว่าง เปล่า เสมอ ไป ใน ทาง ธรรม ความ เงียบ คือ ภาษา ชนิด หนึ่ง เป็น ภาษา ที่ ไม่ ต้อง ใช้ ถ้อย คำ แต่ สามารถ สื่อ สาร ความ หมาย ได้ ลึก กว่า คำ พูด นัด พัน สำหรับ หลวง พ่อ เยื้อ ความ เงียบ ที่ ท่าน เลือก ใช้ ตลอด ช่วง เวลา สำคัญ ของ แผ่น ดิน มิ ใช่ ความ ลังเล มิ ใช่ การ หลีก หนี หาก แต่ เป็น บท เรียน ที่ ท่าน ตั้ง ใจ มอบ ให้ แก่ ผู้ คน โดย หวัง ให้ เรียน รู้ ด้วย ใจ มาก กว่า หู ผู้ มี ธรรม ย่อม รู้
ดี ว่า คำ พูด มี พลัง 2 ด้าน ด้าน หนึ่ง สามารถ ปลอบ ประโลม และ ชี้ ทาง แต่ อีก ด้าน ก็ สามารถ สร้าง ความ แตก แยก และ ความ หวั่น ไหว ได้ เช่น กัน เมื่อ สถานการณ์ ยัง ไม่ เอื้อ เมื่อ ใจ ผู้ คน ยัง ไม่ นิ่ง ความ เงียบ จึง กลาย เป็น ทาง เลือก ที่ อ่อน โยน ที่ สุด หลวง พ่อ เยื้อ เข้า ใจ ทำ ข้อ นี้ อย่าง ลึก ซึ้ง ท่าน จึง ยอม แบก รับ ความ ไม่ เข้า ใจ จาก บาง คน เพื่อ รักษา ความ สงบ ของ คน ส่วน ใหญ่ บท เรียน แรก จาก ความ เงียบ ของ ท่าน คือ การ สอน ให้ รู้ จัก ฟัง ภาย ใน แทน ที่ จะ ฟัง เสียง ภาย นอก ผู้ คน จำนวน มาก คุ้น เคย กับ
การ เสพ ข่าว เสพ คำ ทำนาย และ เสพ ความ คิด เห็น ของ ผู้ อื่น จน ลืม ฟัง เสียง ของ สติ และ ปัญญา ใน ใจ ตน เอง ความ เงียบ ของ หลวง พ่อ เยื้อ เปรียบ เหมือน การ หยุด เสียง รบ กวน เพื่อ ให้ แต่ ละ คน ได้ ยิน เสียง ใจ ของ ตน ชัด ขึ้น ว่า แท้ จริง แล้ว เรา กลัว อะไร เรา หลง อะไร และ เรา ควร ปล่อย อะไร บท เรียน ต่อ มา คือ การ รู้ จัก อด ทน ต่อ ความ ไม่ รู้ มนุษย์ มัก อึด อัด เมื่อ ไม่ รู้ คำ ตอบ อยาก ให้ ทุก อย่าง ชัด เจน ใน ทัน ที แต่ ใน ความ เป็น จริง ชีวิต ไม่ ได้ ดำเนิน ไป เช่น นั้น ธรรมะ สอน ว่า บาง คำ ตอบ จะ ปรากฏ ก็ ต่อ เมื่อ ใจ พร้อม เท่า
นั้น ความ เงียบ ของ ผู้ มี ธรรม จึง เป็น การ ฝึก ให้ ผู้ คน อยู่ กับ ความ ไม่ แน่ นอน อย่าง มี สติ ไม่ ดิ้น รน ไม่ ตื่น ตระหนก และ ไม่ สร้าง เรื่อง ราว ใน จินตนาการ จน เกิน จริง หลวง พ่อ เยื้อ ยัง สอน ผ่าน ความ เงียบ ว่า การ กระทำ สำคัญ กว่า คำ พูด ท่าน ไม่ ได้ พูด ถึง อนาคต ของ แผ่น ดิน แต่ ท่าน ภาวนา ให้ แผ่น ดิน ไม่ ได้ บอก ให้ คน ทำ ดี เพราะ จะ ได้ ผล ลัพธ์ ใด แต่ ท่าน ทำ ดี ให้ ดู อย่าง สม่ำ เสมอ ความ สงบ ใน อิริยาบถ ความ เมตตา ใน สาย ตา และ ความ มั่น คง ใน วัด ปฏิบัติ คือ คำ สอน ที่ มี ชีวิต ซึ่ง ไม่ ต้อง อธิบาย ด้วย ถ้อย คำ ใด ๆ อีก
บท เรียน หนึ่ง ที่ ลึก ซึ้ง คือ การ วาง อัตตา ผู้ ที่ มี ความ รู้ มี นิมิต หรือ มี ความ เข้า ใจ ลึก ซึ้ง หาก ยึด ติด กับ บท บาท ของ ผู้ รู้ ย่อม เผลอ สร้าง อัตตา โดย ไม่ รู้ ตัว หลวง พ่อ เยื้อ เลือก ความ เงียบ เพื่อ ไม่ ให้ ตน เอง ตก อยู่ ใน กัป ดัก นั้น ท่าน ยอม เป็น เพียง พระ เฒ่า ผู้ สงบ รูป หนึ่ง แทน การ เป็น ผู้ เผย ความ ลับ ของ แผ่น ดิน เพราะ ท่าน เห็น ว่า การ ลด ตัว ตน คือ การ รักษา ธรรม ให้ บริสุทธิ์ เมื่อ เวลา ผ่าน ไป ผู้ คน บาง ส่วน เริ่ม เข้า ใจ ว่า ความ เงียบ ของ ท่าน ไม่ ได้ ทิ้ง ใคร ไว้ ข้าง หลัง หาก แต่ เชื้อ เชิญ ให้
ทุก คน เดิน ด้วย ขา ของ ตน เอง เดิน ด้วย สติ ปัญญา และ ความ รับ ผิด ชอบ ต่อ การ กระทำ ของ ตน ไม่ รอ ให้ ใคร มา ชี้ ว่า อะไร จะ เกิด ขึ้น แต่ สร้าง เหตุ แห่ง ความ ดี ขึ้น ใน ปัจจุบัน บท เรียน สุด ท้าย จาก ความ เงียบ ของ ผู้ มี ธรรม คือ การ ไว้ วาง ใจ ใน กฎ แห่ง กรรม เมื่อ เรา ทำ เหตุ อย่าง ดี ที่ สุด แล้ว ที่ เหลือ คือ การ ปล่อย ให้ ผล ทำ งาน ตาม ธรรมชาติ ไม่ เร่ง ไม่ ฝืน และ ไม่ กังวล เกิน จำเป็น หลวง ผู้ เยื้อ แสดง ให้ เห็น ว่า ความ สงบ ที่ แท้ ไม่ ได้ มา จาก การ รู้ ทุก เรื่อง แต่ เกิด จาก การ ยอม รับ ว่า เรา
ไม่ จำเป็น ต้อง รู้ ทุก เรื่อง ก็ ได้ หาก ใจ ยัง ตั้ง อยู่ บน ความ ดี ดัง นั้น ความ เงียบ ของ หลวง พ่อ เยื้อ จึง ไม่ ใช่ ช่อง ว่าง ที่ ไร้ ความ หมาย แต่ เป็น พื้น ที่ ให้ ปัญญา ของ ผู้ คน ได้ เติบ โต เป็น บท เรียน ที่ ไม่ เขียน ด้วย หมึก ไม่ พูด ด้วย เสียง แต่ สลัก ไว้ ใน ใจ ของ ผู้ ที่ พร้อม จะ เรียน รู้ เมื่อ เข้า ใจ บท เรียน นี้ แล้ว คำ ทำนาย ใด ๆ ก็ ไม่ จำเป็น อีก ต่อ ไป เพราะ หน ทาง ของ แผ่น ดิน ได้ เริ่ม ต้น จาก หน ทาง ของ ใจ แต่ ละ ดวง เรียบ ร้อย แล้ว เรื่อง ราว ของ สิ่ง ที่ ไม่ ได้ เอ่ย ออก มา ของ ผู้ คน ใน ศาสนา สอน บท เรียน
อัน ลึก ซึ้ง แก่ เรา ไม่ ใช่ ทุก ความ จริง ที่ จะ ต้อง ถูก เปิด เผย และ ไม่ ใช่ ทุก สิ่ง ที่ เรา อยาก รู้ คือ สิ่ง ที่ เรา ควร รู้ ใน ตอน นี้ ใน ยุค ที่ วุ่นวาย สิ่ง ที่ สำคัญ ที่ สุด ไม่ ใช่ คำ ทำนาย หรือ เรื่อง ราว ลึก ลับ แต่ เป็น วิธี ที่ แต่ ละ คน รักษา จิต ใจ ให้ มั่น คง มี สติ และ เปี่ยม ด้วย ความ เมตตา เมื่อ เรา เข้า ใจ ว่า ชะตา กรรม ของ แต่ ละ บุคคล และ สังคม โดย รวม นั้น ผูก พัน อย่าง ใกล้ ชิด กับ กฎ แห่ง เหตุ และ ผล เรา จะ วิตก กังวล เกี่ยว กับ อนาคต น้อย ลง และ หัน กลับ มา ใส่ ใจ ใน ปัจจุบัน ความ คิด ที่ ดี การ กระทำ ที่ ถูก ต้อง การ กระทำ
ที่ อด ทน หรือ ความ อด กลั้น แม้ จะ เล็ก น้อย ก็ มี ส่วน ช่วย แบ่ง เบา ภาระ ร่วม กัน ของ ชุม ชน นั่น คือ พลัง อัน เงียบ งัน ที่ คำ ทำนาย ใด ๆ ก็ ไม่ อาจ ทด แทน ได้ หาก คุณ ชื่น ชม คุณ ค่า ของ เรื่อง ราว อัน ลึก ซึ้ง ทาง จิต วิญญาณ เหล่า นี้ ซึ่ง ช่วย ให้ จิต ใจ สงบ และ กระตุ้น ให้ เกิด การ ไตร่ ตรอง ชีวิต อย่าง ลึก ซึ้ง ยิ่ง ขึ้น โปรด สนับสนุน ช่อง นี้ ด้วย การ ติด ตาม แชร์ หรือ ฝาก ข้อ ความ แห่ง สันติสุข การ สนับสนุน ของ คุณ ไม่ เพียง แต่ เป็น แรง บันดาล ใจ ให้ กับ ผู้ สร้าง สรรค์ เนื้อ หา เท่า นั้น แต่ ยัง เป็น ช่อง ทาง ให้ ข้อ
ความ เชิง บวก เหล่า นี้ แพร่ กระจาย ไป ยัง ผู้ คน มาก ขึ้น ด้วย สาธุ