เหตุใดถึงถอดฐานันดรศักดิ์ 3 เจ้าหญิงไทย สูงสดคืนสู่สามัญ ความจริงที่ไม่เคยได้พูด

ที่เบื้องลึกศาลเจ้าหญิงจากสามัญชนสู่รั้ววังแต่เพราะวิบากกรรมพันธุ์ได้อีกจึงปลดสู่สามัญชนชีวิตดังละครท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์สุวะดี 13 ปีในรั้วพระราชวังสูงสุดคืนสู่สามัญดูจะเป็นวลีเหมาะสมที่สุดหากจะขออนุญาตเอ่ยถึงท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์สุวะดีซึ่งถือว่าเป็นบุคคลที่ตกเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในรอบปี 2557 เนื่องจากอดีตคือพระราชวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารแต่ปัจจุบันคือสามัญชนคนเดินดินหลังจากกลับบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อขอลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ซึ่งความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทและพระราชทานพระบรม

ขออนุญาติแล้วเรื่องของท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์สุวะดีถือเป็นบุคคลสำคัญที่ถูกจับต้องของสังคมไทยทั้งคู่หน้าประกาศที่ท่านผู้หญิงที่ได้ปฏิบัติกรณียกิจไว้ขณะดำรงอิสริยยศและสิ่งต่างๆอีกมากมายเส้นทางของท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ก่อนเดินทางเข้าสู่พระราชวังและกลับออกมาเป็นประชาชนสามัญธรรมดาเดิมมีนามว่าฮีตเกิดเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2514 ที่จังหวัดสมุทรสงครามเป็นธิดาคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้อง 5 คนของนายอภิรุจและนางวันทนีย์สุวะดีด้านการศึกษาจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนเทศบาลบ้านมหาชัยอนุกูลราชจังหวัดสมุทรสาครต่อมาสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพจากโรงเรียนกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัยก่อนจะเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชคณะวิทยา

ผู้จัดการสาขาวิชาการจัดการทั่วไปหลักสูตร 4 ปีเมื่อปี 2540 และได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระบรมโอสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์เมื่อวันที่ 23 มกราคมปี 2545 และทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาโทหลักสูตรปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตคหกรรมศาสตร์ภาคพิเศษสาขาวิชาพัฒนาการครอบครัวและเด็กคณะเกษตรมหาวิทยาลัยเกษตรคณะแนนเฉลี่ย 3.9 4 ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์เข้าถวายการรับใช้สมเด็จพระบรมโอสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารตั้งแต่ปี 2536 ในฐานะข้าราชการพลเรือนในพระองค์นอกจากนี้ยังได้ถวายงานสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถในด้านศิลปาชีพและได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายจากนั้นเมื่อวันที่Có thể là hình ảnh về văn bản cho biết 'เหตใด3เจ้าหญิง เจ้า เจ้าหญิง ถึงโดนถอดจานันดร'

10 กุมภาพันธ์ปี 2544 เข้าพระ ขอน้ำพระมหาสังข์จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อมาวันที่ 6 พฤษภาคมปี 2547 เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ปฐมจุลจอมเกล้าฝ่ายในและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสถาปนาขึ้นเป็นหม่อมศรีรัตน์มหิดลณอยุธยาในเวลาต่อมาหลังจากมีประสูติกาลพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติเมื่อวันที่ 29 เมษายนปี 2548 จึงได้รับการสถาปนาเป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศพระวรชายาในพระบรมโอสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนปี 2548 พร้อมกับได้รับสถาปนาเป็นพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์พระวรชายาในพระบรมโอสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารเมื่อวันที่

15 มิถุนายนปี 2548 ในระหว่างดำรง ขอนอนสักเคยดำรงตำแหน่งเป็นประธานศูนย์ศิลปาชีพ 904 เป็นราชองครักษ์พิเศษเป็นนายทหารพิเศษประจำกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์และเป็นผู้อำนวยการสำนักเวชศาสตร์ครอบครัวกรมแพทย์ทหารบกนอกจากนี้ยังได้จัดตั้งโครงการเห็นพระองค์ไว้หลายโครงการเพื่อสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติได้แก่โครงการสายใยรักแห่งครอบครัวในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระบรมโอสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร 0 ศรีทวีรัตน์ Studio ศุโขโยคะศิลปาชีพ 904 House โชว์เป็นต้นนี่คือเส้นทางของท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ที่ได้ขึ้นสู่จุดสูงสุดก่อนวันที่

11 ธันวาคมปี 2557 จะเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตคอยหลังจากวันเกิดเพียง 2 วันของท่านผู้หญิงก็มีพระราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 131 ป 4 29 เผยแพร่เรื่องราวออกจากฐานันดรศักดิ์สิ้นสุดการเข้าสู่พระราชวงศ์ของท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ผมจากวังสุโขทัยหลังจากจดทะเบียนสมรสวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2544 การปรับสู่สามัญอีกครั้งตอกย้ำในเรื่องเครือญาติของท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ที่ถูกดำเนินคดีอาญาหลายกระทงไล่เรียนจากคดีทุจริตของพลตำรวจโทพงษ์พัฒน์ฉายาพันธุ์อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางที่มีศักดิ์เป็นอาของท่านผู้หญิงก่อนจะนำไปสู่การขยายผลจับกุมเครือญาติของท่านผู้หญิงอีกมากมายในนามสกุลอัครพงศ์ปรีชาที่เป็นนามสกุลพระราชทานตามความผิดอาญากระทำความผิดแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงหาผลประโยชน์เข้าใส่ตนเองและคดีอยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้วจากการจับกุมเครือข่ายแอบอ้างสถาบันในครั้งนั้นทำให้สังคมเกิดข้อสงสัยต่างๆเกี่ยวกับคดีอาญาทุจริตเรียกรับ

มีหลายพันล้านรวมถึงตัวผู้ต้องหาที่กระทำความผิดเพราะหลายคนทราบดีว่าผู้ที่จับกุมไปนั้นเกี่ยวพันกับเครือญาติของท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์โดยตรงอย่างไรก็ตามหลังจากลาออกจากฐานันดรศักดิ์ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ก็เลือกที่จะดำเนินทางไปทำบัตรประชาชนใหม่ทันทีโดยใช้คำว่านางสาวนำหน้านามศรีรัศมิ์และเลือกที่จะพักอยู่และขออยู่อย่างสงบที่บ้านสุวะดีตั้งอยู่บ้านเลขที่ 149 หมู่ 6 บ้านวัดเพลงอำเภอวัดเพลงจังหวัดราชบุรีซึ่งเป็นบ้านของนายพิรุธและนางวันทนีย์สุวะดีผู้เป็นบิดาและมารดาท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์เลือกที่จะเก็บตัวเงียบอยู่ภายในบ้านพักโดยบริเวณหน้าบ้านมีการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ขณะที่กองทัพสื่อมวลชนทุกแขนงได้ปักหลักทำข่าวความเคลื่อนไหวของท่านผู้หญิงอย่างต่อเนื่องกระทั่งวันที่

17 ธันวาคม 2557 ก็มีจดหมายน้อยออกมาจากบ้านพักเขียนด้วยลายมือของท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์จากความว่าเราขอขอบคุณผู้สื่อข่าวทุกท่านที่ให้ความเป็นห่วงเป็นยายคอยติดตามมาเสมอเราขอความกรุณาผู้สื่อข่าวทุกท่านด้วยช่วงนี้เราขออยู่ปฏิบัติธรรมเงียบๆในบ้านหลังนี้พร้อมครอบครัวด้วยความสงบค่ะลงชื่อศรีรัตน์วันที่ 17 ธันวาคมปี 2557 เป็นข้อความบ่งบอกถึงความเป็นอยู่ของท่านผู้หญิงพร้อมกับขอร้องสื่อมวลชนให้หยุดรบกวนการเดินทางที่แสนยาวไกลของท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์สุวะดีที่เดินทางมาจากสามัญชนสู่ชั้นฟ้าแต่ทุกวันนี้กลับมาเป็นคนธรรมดาสามัญดังเช่นเดิมกว่านั้นก็ตามสมเด็จพระบรมโอสาธิราชได้พระราชทานเงินจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เพื่อพระราชทานให้ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ใช้ในการดำรงชีพและดูแลครอบครัวจะด้วยเหตุผลหรือเขาลือมากมายที่สภาพในสังคมเกี่ยวกับท่านผู้หญิง

หมอนัดแต่เชื่อได้ว่าว่าสิ่งที่ท่านผู้หญิงได้เคยปฏิบัติกรณียกิจไว้ขณะดำรงอิสริยยศเป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารก็ยังคงสร้างขึ้นโดยประการหลายอย่างให้กับประเทศชาติและอีก 1 ท่าน ก็คือท่านพลโทหญิงสุจาริณีวิวัชรวงศ์หรือเดิมคือหม่อมสุจาริณีมหิดลณอยุธยาเคยเป็นหม่อมในพระบาทสมเด็จวชิระ 9 เจ้าอยู่หัวขณะดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารและเป็นอดีตนักแสดงชาวไทยมีชื่อแรกเกิดว่ายุวธิดาผลประเสริฐและเคยใช้ชื่อในการแสดงว่ายุวธิดาสุรัสวดีมีผลงานการแสดงภาพยนตร์และละครจำนวนหนึ่งช่วงปีพุทธศักราช

2522 ปี 2522 แล้วเอาออกจากวงการบันเทิงท่านเป็นพระมารดาในพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญาปัจจุบันสุจาริณีและพระโอรสทั้ง 4 องค์ได้แก่จุฑาวัชรวิวัชรวงศ์วัชรเรศรวิวัชรวงศ์จักรีวัชรวิวัชรวงศ์ อยู่แล้วว่าชารวีวิวัชรวงศ์ความหนักอยู่สหรัฐซึ่งทั้ง 4 องค์ถูกถอดจากฐานันดรศักดิ์ชั้นหม่อมเจ้าชีวิตตอนต้นสุจาริณีมีชื่อแรกเกิดว่ายุวธิดาผลประเสริฐเป็นธิดาของธนิตผลประเสริฐและเยาวลักษณ์โกมารกุลณนครสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนาฏศิลป์คณิตผลประเสริฐบิดาของเธอเป็นอดีตนักแต่งเพลงและเป็นนักดนตรีของวงดนตรีสุนทราภรณ์ซึ่งก่อนหน้านี้ได้สมัครเป็นหน่วยกล่อมขวัญในกองทัพไทยช่วงสงครามเกาหลีและช่วงสงครามเวียดนามทั้งนี้บันทึกจากหนังสืออนุสรณ์สุนทราภรณ์ครบรอบ

30 ปีระบุว่าธนิตเขียนทำนองเพลงไว้ให้นักดนตรีสุนทราภรณ์จำนวน 300 ถึง 400 เพลงส่วนมารดาเป็นอดีตนักร้องวงดนตรีสุนทราภรณ์มีผลงานเพลงจำนวนหนึ่งในวงการบันเทิง คุณสุจาริณีเข้าสู่วงการแสดงจากการชักนำของสิรินทิพย์ศิริวรรณโดยใช้ชื่อในวงการแสดงว่ายุวธิดาสุรัสวดีและยุวธิดาผลประเสริฐที่เป็นชื่อจริงด้วยแสดงละครโทรทัศน์เรื่องกฎแห่งกรรมและมนุษย์ประหลาดจากนั้นระบบเป็นตัวประกอบในภาพยนตร์ 15 โยป้าย 16 ไม่หย่อนปีพ.ศ 2520 กำกับโดยชนะข้าพะยูนและบทรองในเลือดในดินพ.ศ 2520 คู่กับสรพงษ์ชาตรีและอรัญญานามวงศ์กำกับโดยสมสกุลยงประยูรและได้รับบทนำเป็น

Choice ในภาพยนตร์เรื่องแสนแสบมีพ.ศ 2521 คู่กับไพโรจน์สังวริบุตรกำกับโดยไพรัตน์กสิวัฒน์ให้ถึกพ.ศ 2522 คู่กับสรพงษ์ชาตรีกำกับโดยจรัญพรหมรังสี ผู้อำนวยการช่างโดยชาญมีสีและมีหัวใจที่จมดินปี 2522 กำกับโดยชาวโอ้มีคนสุดคู่กับพิสมัยวิไลศักดิ์พี่สารอัครเสนีอุเทนบุญยงค์และมารศรีณบางช้างช่วงเดือนสิงหาคมพ.ศ 2522 ยุวธิดาได้ออกจากวงการบันเทิงโดยปรากฏตามข่าวเพียงว่าเธอยุวธิดาผลประเสริฐอดีตนางเอกดาวรุ่งหันหลังให้กับวงการบันเทิงด้วยความจำเป็นหลายประการอภิเษกสมรสและการยาพระบาทสมเด็จพระวชิร 9 เจ้าอยู่หัวขณะนั้นยังดำรงอิสริยยศที่สมเด็จพระบรมโอสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารและอภิเษกสมรสกับพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีกรมหมื่นสุทธนารีนาถได้มีปฏิสันถารกับสุจาริณีในขณะนั้นเป็นนักแสดง

ที่มีชื่อเสียงและมีความสัมพันธ์ต่อกันในช่วงปีพ.ศ 2522 ถึง 2530 ก่อนอภิเษกสมรสกันสุจาริณีได้ให้ประสูติโอรสและธิดาจำนวน 5 องค์ได้แก่ 1 1.5 วัชรวิวัชรวงศ์หรือท่านชายอ้วน 2 ว่าชเลสอนวิวัชรวงศ์หรือท่านชายอ้น 3 จักรีวัชรวิวัชรวงศ์หรือท่านชัยอ่อง 4 วัดทวีวิวัชรวงศ์หรือท่านใช้ in 5 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญาหรือเจ้าฟ้าหญิงศิริวรรณด้วงมาในเดือนกุมภาพันธ์มีพ.ศ 2537 ทั้งสองได้อภิเษกสมรสโดยมีพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ก็เสด็จพระราชดำเนินมาแต่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงมีได้เสด็จพระราชดำเนินด้วยหลังพระราชพิธีอภิเษกสมรสจึงเปลี่ยนชื่อเป็นหม่อมสุจาริณีมหิดลณอยุธยาทั้งยังได้รับการแต่งตั้งให้มียศเป็นพันตรีหญิงแห่งกองทัพบกไทยและปรากฏตัวร่วมกับสมเด็จพระบรมโอสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารในงานพระราชพิธีต่างๆหลังจากพิธีถวายพระเพลิงพระบาทสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเมื่อปีพ.ศ 2539 หม่อมสุจาริณีและพระโอรสธิดาทั้ง 5 พระองค์ได้ลงนี้ไปยังประเทศอังกฤษด้วยเหตุขัดแย้งกับสมเด็จพระบรมโอสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารทำให้สมเด็จพระบรมโอสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารทรงติดใบประกาศรอบพระตำหนักกะว่าหม่อมสุจาริณีครบจูกับพลอากาศเอก

ชื่ออนันต์รอดสำคัญทหารอากาศวัย 60 ปีตามมาด้วยการถอดยศทหารอากาศคนดังกล่าวด้วยข้อหาผิดวินัยและหลบหนีคดีอาญาหลังหม่อมสุจาริณีรมนี้ไปยังต่างประเทศคือและพระโอรสทั้ง 4 ถูกถอดจากฐานันดรศักดิ์และตำแหน่งให้ใช้นามสกุลพระราชทานว่าวิวัชรวงศ์ขณะที่หม่อมเจ้าบุญน้ำเพชรพระธิดาองค์เล็กได้กลับสู่ประเทศไทยโดยอยู่ในการดูแลของสมเด็จพระบรมโอสาธิราชสยามประกบราชกุมารปัจจุบันคือสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญาส่วนจุดญาริณีและพระโอรสทั้ง 4 องค์ได้ทำนับในสหรัฐจนถึงปัจจุบัน ดูย้อนประวัติอดีตเจ้าคุณพระสิรินาถพิลาสกัลยาณีตามที่เว็บไซต์ราชกิจยานุเบกษาประกาศเรื่องให้ข้าราชการในพระองค์ไฟทหารพ้นจากตำแหน่งถอดขานะนอนสักและจดทหารตลอดจนเที่ยงคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตราเจ้าพระคุณสินีนาฏที่ราดกัลยาณีนั้นผู้สื่อข่าวรายงานว่าเว็บไซต์พระราชวังได้เคยเปิดเผยและเผยแพร่ประวัติอดีตเจ้าคุณพระศรีหน้าที่ราชการณีซึ่งได้รับสถาปนาเป็นเจ้าคุณพระสิรินาถพิลาสกัลยาณีเมื่อวันที่

28 กรกฎาคมปี 2562 ดังนี้เดิมดำรงยศพลตรีหญิงท่านผู้หญิงสีหน้าตมวงศ์วชิราภักดิ์เกิดวันที่ 26 มกราคมปีพุทธศักราช๒๕๒๘ที่จังหวัดน่านจบการศึกษาระดับประถม อยู่ที่โรงเรียนราชประยูรรักษายุพราชานุสรณ์ตำบลท่าวังผาอำเภอท่าวังผาจังหวัดน่านระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนท่าวังผาวิทยาคมจำนวนท่าวังผาอำเภอท่าวังผาจังหวัดน่านโดยในปีพุทธศักราช 2551 สำเร็จการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรีพยาบาลศาสตร์บัณฑิตวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบกรุ่น 41 ปี 2551 สำหรับประวัติการรับราชการและการถวายงานปี 2551 พยาบาลประจำแผนกฉุกเฉินกองการพยาบาลโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามี

2551-2555 พยาบาลประจำการแผนกอายุรกรรมหญิงกองการพยาบาลโรงพยาบาลอานันทมหิดลปี 2555 ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานในพระองค์ประเภททั่วไประดับชำนาญงานงานศิลปาชีพ 904 พอดีฝ่ายกิจการพิเศษประจำราชสำนักโครงการในพระองค์และการพระราชกุศลในสมเด็จพระบรมโอสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารสำนักพระราชวังปี 2557 ดำรงตำแหน่งพนักงานในพระองค์ประเภททั่วไประดับอาวุโสงานพระราชกุศลและพระราชานุเคราะห์โครงการในพระองค์ฝ่ายราชเลขานุการกองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารสำนักราชวังปี 2558 ดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับกองร้อยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ศูนย์ฝึกทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์โรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์อัตราพันตรีปี

2558 ดำรงตำแหน่งพนักงานในพระองค์ประเภททั่วไประดับอาวุโส โอ้โหงานพระราชกุศลและพระราชานุเคราะห์โครงการในพระองค์ไฟราชเลขานุการกองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารสำนักพระราชวังปี 2559 ดำรงตำแหน่งประจำหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์อัตราพันโทปี 2559 ดำรงตำแหน่งประจำหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์อัตราพันเอกปี 2561 ดำรงตำแหน่งผู้รักษาการณ์กองพันราชสำนักกรมทหารรักษาวังมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์อัตราพันเอกพิเศษปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับกองพันราชสำนักกรมทหารรักษาวัง

ตัวเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์กองปฏิบัติการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์อัตราพันเอกพิเศษปี 2562 ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองปฏิบัติการกิจการราชสำนักกรมกิจการวังทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์กรมฝ่ายเสนาธิการกองบัญชาการทหาร Mart เล็กราชวัลลภรักษาพระองค์หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์อัตราพลตรีนอกจากนี้เมื่อวันที่ 30 กันยายนทรงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งเจ้าคุณพระสิรินาถที่ราชกัญญานีเป็นองค์ประธานกรรมการคณะกรรมการโครงการราชทัณฑ์วันศุกร์ทำความดีด้วยหัวใจวันที่

14 ตุลาคมทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งเจ้าคุณพระศรีนาถพิลาสกัลยาณีเป็นประธานการศึกษาคณะกรรมการอำนวยการโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 ภปร ดีและเป็นประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการจัดการอุ่นไอรักคลายความหนาวต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารพ้นจากตำแหน่งถอดฐานันดรศักดิ์และยศทหารตลอดจนเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตราเนื่องจากกระทำความผิดราชสวัสดิ์และไม่จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์เจ้าคุณพระศรีหน้าที่ราชกัลยานีประพฤติปฏิบัติตนต่อต้านงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกหลังจากที่ได้ทรงประกอบพระราชพิธีอภิเษกสมรสเมื่อวันที่

1 พฤษภาคมปี 2556 โดยได้แสดงตนต่อต้านและกดดันทุกวิถีทางเพื่อจะไม่ให้มีการสถาปนาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถขึ้นดำรงตำแหน่งได้จะให้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งตนเองขึ้นตำแหน่งแทนตามที่ได้ความตั้งใจไว้แต่การไม่เป็น สิ่งที่มุ่งหวังหลังจากพระราชพิธีผ่านไปแล้วด้วยความทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูงจึงได้พยายามหาหนทางในการดำเนินการด้วยวิธีต่างๆเพื่อให้ได้มาซึ่งการสถาปนาตำแหน่งของตนเองนอกจากนี้เจ้าคุณพระศรีนาถอย่างได้ล่วงระเบิดพระราชอำนาจสั่งการในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีด้วยเหตุนี้เพื่อเป็นการลดปัญหาหรือกระทำการใดๆที่ไม่เหมาะสมอันมีผลกระทบต่อสถาบันและส่วนรวมของประเทศชาติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสถาปนาให้ขึ้นเป็นเจ้าคุณพระสินาทพิลาสกัลยาณีด้วยส่งหวังพระราชหฤทัยว่าจะลดแรงกดดันและปัญหาอาจจะเกิดขึ้นที่อาจส่งผลกระทบต่อสถาบันได้หลังจากนั้นได้ส่งเข้าติดตามความประพฤติและการปฏิบัติของเจ้าคุณพระศรีนาถจึงได้ทรงทราบว่า

พ่อเจ้าคุณพระศรีนาถมิได้มีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับตำแหน่งอีกทั้งยังไม่พอใจในตำแหน่งที่ได้รับพระราชทานยังกระทำการทุกประการที่จะเทียบเท่าสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีไม่มีความเข้าใจในขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของราชสำนักแสดงความกระด้างกระเดื่องต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีตลอดจนใช้ประโยชน์จากตำแหน่งในการดำเนินการสั่งการแอบอ้างพระราชกระแสไปกระทำการหรือสั่งการให้บุคคลต่างๆปฏิบัติตามคำสั่งของตนเองโดยตนเองไม่ต้องรับผิดชอบอ้างว่าได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินการแทนพระองค์ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดในฐานะตำแหน่งของตนเองถือได้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการเอื้อประโยชน์ส่วนตนโดยตรงให้เกิดความนิยมชมชอบอันนำไปสู่สิ่งที่ตนคาดหวังไว้

อามิใช่เพื่อส่วนรวมโดยแท้จริงเพื่อมุ่งหวังที่จะให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสถาปนาตัวเองสูงขึ้นเทียบเท่าสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถการกระทำของเจ้าคุณพระศรีนาถถือได้ว่าไม่ถวายพระเกียรติขาดความกตัญญูไม่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและสร้างความแตกแยกในหมู่ข้าราชบริพารก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชนถือเป็นบ่อนทำลายประเทศชาติและสถาบันจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เจ้าคุณพระศรีหน้าที่ราชการณีผมจัดตำแหน่งข้าราชการในพระองค์ไฟล์ทหารถอดฐานันดรศักดิ์และยศทหารตลอดจนเรียกขึ้นเครื่องค่าเฉลี่ยพรทุกชั้นตราอาศัยอำนาจความในมาตรา

9 มาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 ประกอบกับมาตรา 4 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติเพราะเปรียบบริหารราชการในพระองค์พ.ศ 2560 และมาตรา 10 มาตรา ม๓และมาตรา 15 แห่งพระราชพฤกษ์ฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลในราชการในพระองค์พ.ศ 2560 และมาตรา 12 ของพระราชบัญญัติยศทหารพุทธศักราช 2479 จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เจ้าคุณพระศรีนาถพิลาสกรณีพ้นจากตำแหน่งข้าราชการในฝ่ายทหารถอดฐานันดรศักดิ์และยศทหารตลอดจนเพื่อนราดใช่เจรียงพรทุกชั้นตาทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคมปีพุทธศักราช 2562

ประกาศณวันที่ 21 ตุลาคมพุทธศักราช 2562 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน โน้ท โน้ท เออร์ โน้ท โน้ท โน้ท

Related articles

“สมชัย” อดีต กกต. ชี้ช่องร้อง กกต. หากรับเงินย้ายพรรคจริง

สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับการอัปเดตสถานการณ์การเมืองไทยความเคลื่อนไหวล่าสุดร้อนแรง เมื่อ สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ออกมาโพสต์วิเคราะห์กรณีคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญให้ ส.ส. พรรค ภูมิใจไทย รายหนึ่ง หยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งอาจลุกลามไปสู่ประเด็น “ยุบพรรค” ได้ หากมีหลักฐานการกระทำผิดกฎหมายพรรคการเมือง สมชัยระบุว่า คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว แม้ดูเป็นข่าวเล็ก แต่แท้จริงแล้ว “ใหญ่กว่าที่คิด” โดยชี้แจงว่า คดีที่ศาลรับพิจารณาเป็นเรื่อง ขาดคุณสมบัติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98…

ประกาศด่วนสมัครแคนดิเดตนายกฯ รวมไทยสร้างชาติ งานนี้ขนลุกทั้งสภา

สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับการอัปเดตสถานการณ์การเมืองไทยความเคลื่อนไหวล่าสุดสร้างแรงสั่นสะเทือนทันที เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกพรรค รวมไทยสร้างชาติ และเป็น แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว ของพรรค เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ยาวกว่า 24 นาที ภายหลังเป็นประธานในพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติ “10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ เที่ยวชุมชนยลวิถี ประจำปี 2565”…

“ชูวิทย์” เปิดโปงธุรกิจสีเทา โยงอดีตรัฐมนตรี – จับตา “ประยุทธ์” และ ครม.

สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับการอัปเดตความเคลื่อนไหวทางการเมืองไทยสถานการณ์ล่าสุดกำลังร้อนแรง เมื่อ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เดินหน้าเปิดข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ ธุรกิจสีเทาของกลุ่มทุนจีน ซึ่งส่งแรงสะเทือนไปถึงนักการเมืองระดับสูง และอดีตรัฐมนตรีบางราย ความขัดแย้งระหว่าง ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กับ สันธนะ ประยูรรัตน์ กลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามอง โดยชูวิทย์เลือกเดินเกมรุก เปิดข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สันธนะออกมาเตือนให้ระมัดระวัง ท่ามกลางข้อถกเถียงเรื่องความเชื่อมโยงของเครือข่ายธุรกิจสีเทาที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเลื่อนลอย แต่มีการประสานข้อมูลกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งแต่ต้นทาง ทำให้สังคมเริ่มตั้งคำถามว่า ใครกันแน่จะกลายเป็น “พระเอก” ตัวจริงในศึกครั้งนี้ บุคคลสำคัญที่ถูกจับตาอย่างมาก…

ข่าวล่าสุด เกมพลิก ทักษิณ ใกล้กลับไทยแล้ว ขอนแก่น เตรียมต้อนรับ พี่โทนี่

สวัสดี ครับ กลับ มา พบ กัน อีก ครั้ง กับ ช่อง ที่ นำ เสนอ เรื่อง ราว เหตุ การณ์ บ้าน เมือง ไทย ฝาก กด ไลค์ กด ติด ตาม และ กด กระดิ่ง…

พระบรมราชโองการ ถอด เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ต่อต้านการสถาปนาพระราชินี

*โปรดแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ* พระบรมราชโองการ ถอด เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ต่อต้านการสถาปนาพระราชินี วันที่ 21 ต.ค. ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบรมราชโองการ ประกาศ เรื่องให้ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารพ้นจากตำแหน่ง ถอดฐานันดรศักดิ์ และยศทหาร ตลอดจนเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการ ในพระองค์ฝ่ายทหารพ้นจากตำแหน่ง ถอดฐานันดรศักดิ์ และยศทหาร ตลอดจนเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา เนื่องจากกระทำความผิดราชสวัสดิ์ และไม่จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์

คำทำนายสุดแม่น! รัชกาลที่ 11 และ 12 คือผู้ใดครองราชย์! ของ โหรหลวงในสมัย รัชกาลที่ ๑

โน้ท แต่ก่อนจะไปรับฟังคลิปก็อย่าลืมกด like กดติดตามและกดกระดิ่งแจ้งเตือนของช่องทีอาร์เอ็นทีวีคนอ่านข่าวเอาไว้ด้วยนะครับแม่นจนขนลุกคําทํานายรัชกาลที่ 11 และ 12 คือผู้ใดได้ครองราชย์ของหวงในรัชกาลที่ 1 ในการบริหารราชการแผ่นดินตั้งแต่สมัยโบราณอาการพระมหากษัตริย์จะมีขนประจำพระองค์เพื่อทำนายดวงชะตาบ้านเมืองว่าจะเป็นอย่างไรในอนาคตไว้ดูฤกษ์ยามเพื่อทำศึกสงครามรวมทั้งทำนายดวงชะตาของพระองค์เองและบุคคลใกล้ชิดซึ่งโหรถือว่ามีอิทธิพลต่อการประกอบการตัดสินใจในชีวิตประจำวันและการบริหารบ้านเมืองของพระมหากษัตริย์เป็นอย่างมากดัง ผมชื่อโหราธิบดีหลวงในรัชกาลสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชในรัชกาลที่ 1 ที่ได้ทำนายถึงดวงชะตาของกรุงรัตนโกสินทร์เอาไว้อย่างน่าสนใจโดยมีการทำนาย 12 ยกหรือ 12 ราชการโดยมีเนื้อหาใจความดังนี้โดยมีเนื้อความว่าในรัชกาลที่ 1 สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชวันหนึ่งเวลาเย็นขณะที่ท่านประทับอยู่ณตำหนักท่าน ได้ตรัสตอบพระโหราว่าฉันจะให้ท่านพยากรณ์โชคชะตาของกรุงรัตนโกสินทร์ว่าต่อไปเบื้องหน้าจะเป็นอย่างไรพระโหราจึงกลับทูลว่าพระอาญาไม่พ้นเกล้าการถวายคำพยากรณ์โชคชะตาของกรุงรัตนโกสินทร์เป็นเรื่องสำคัญจำจะต้องตรวจการพยากรณ์ด้วยความระมัดระวังต้อง 4 ระยะเวลาถึง 3 วันจึงจะกลับทูลถวายคำพยากรณ์ได้แล้วท่านโหราธิบดีได้จดวันเวลาเดือนปีของวันที่ลงหลักเมืองกรุงรัตนโกสินทร์ตามที่พระพุทธยอดฟ้ารับสั่งแล้วจึงกราบทูลลากลับไปพอครบ 3 วันพระโหราจึงมาเฝ้าตามที่นัดเอาไว้และ ได้ถวายคำพยากรณ์…