ในหลวง ร.10 ตรัสถึงข่าวลือ

มีประวัติศาสตร์นอกพงศาวดารสวัสดีค่ะวันนี้เราจะมาเล่าเรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่10ค่ะที่ส่องปรัชญ์ถึงข่าวลือค่ะจากกรณีที่มีข่าวลือเรื่องเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรนั้นคนที่เริ่มจุดประเด็นเลขแรกนะคะที่เห็นในโซเชียลหนีไม่พ้นเจ้าเดิมค่ะคุณผู้ชมคือFacebookaccountของนายสมศักดิ์เจียมธีรสกุลค่ะผู้ที่ถูกออกหมายจับตามความผิดมาตรา112ของประมวลกฎหมายอาญาซึ่งลี้ภัยอยู่ที่ฝรั่งเศสนั่น

เองอ่ะแต่ที่นี้จะเป็นสมศักดิ์ตัวจริงสมศักดิ์ตัวปลอมอะไรยังไงเนี่ยเราเว้นเอาไว้ก่อนนะคะข้อความที่เขาโพสต์ค่ะโพสต์บอกว่ามีข่าวลือว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรและประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชนะคะซึ่งจากข่าวที่เกิดขึ้นนี้เองก็ทำให้พระสนธิกรมีความเป็นห่วงในภาพพลานามัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างมากค่ะแต่ก็ยังมีบางกลุ่มบางพวกที่เอาข่าวลือมาปั่นแล้วก็แสดงท่าทีที่น่ารังเกียจมากๆอย่างที่เห็นกันในข่าวค่ะว่าก็มีสอนนะคะ

รวมถึงนักวิชาการหลายๆคนพยายามกระโดดงับเพื่อที่จะฮ้อนข่าวปลอมอันนี้นะครับแบบที่ว่าไม่หวั่นเกรงกลัวในกฎหมายแต่อย่างใดเลยแถมเปิดหน้าชัดเจนค่ะว่าตัวเองมีแนวคิดยังไงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ยกตัวอย่างค่าทางด้านของนางอำมรัตน์ชอบอะมิตรกุลนะคะสสพรรคเตอร์ไปรค่ะที่ได้โพสต์ข้อความในสื่อโซเชียลทุกช่องบอกว่ามีที่ไหนขนาดคิดว่าเป็นข่าวลือก็อย่างดีใจGoodNightเนี่ยน่ารังเกียจมากนะคะถ้าผู้ชมทางด้านชื่อดังณที่เกาะติดเรื่องราว

Có thể là hình ảnh về ‎văn bản cho biết '‎천화화 د ในหลวง S.10 ตรัสถึงข่าวลือ‎'‎

เกี่ยวกับพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์และก็คือเพจรอยัลworldThailandค่ะเขาก็ได้รับการติดต่อจากข้าราชการจากหน่วยราชการในพระองค์ต่อเรื่องของกระแสข่าวดังกล่าวเนี้ยซึ่งยืนยันว่าทุกอย่างยังปกติตอบย้อนมาด้วยเพจของวาสนานาน่วมค่ะนักข่าวสายทหารชื่อดังที่มักจะมีข่าววงในมาเล่าสู่กันฟังเสมอเสมอนะฮะเขาก็ได้โพสต์สยบเขาลือค่ะโดยยืนยันว่าแหล่งข่าวเนี่ยค่ะรายงานจากสายราชสำนักว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังคงประทับในพระราชวัง

ดุสิตค่ะเลิกทรงสดับรับฟังติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิชเพื่อพระราชทานความช่วยเหลือแก่ส่วนราชการและประชาชนทั้งเครื่องมือแพทย์และถุงยังชีพพระราชทานแก่พสกนิกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากโควิชรวมมีทั้งสองติดตามงานของจิตอาสาพระราชทาน904ที่ไปช่วยเหลือส่วนราชการต่างๆในการช่วยแก้ปัญหาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิชแล้วทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงดียังทรงกีฬาและออกกำลังพระวรกายทุกวันในตอนข้ามเส้นเดียวกับสมเด็จพระบรมราชินีค่ะที่หลังจาก

ทรงงานแล้วก็จะส่งออกกำลังกายด้วยการส่งกีฬาต่างๆทุกวันเช่นกีฬาบาสเกตบอลวอลเลย์บอลนะคะกระแสข่าวที่ออกมาทางราชสำนักเนี่ยเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ก็ทราบดีว่าเป็นแค่ข่าวลือก็เลยไม่ได้มีการออกแถลงการณ์ชี้แจงใดๆค่ะทั้งนี้ในหลวงรัชกาลที่10ค่ะท่านได้เคยตรัสเกี่ยวกับเรื่องของเขาเรือไว้ซึ่งมีประโยชน์มากๆเลยแล้วก็น่าสนใจมากด้วยเรื่องนี้นะคะทางผู้ใช้Facebookนะครับฝนนงรัตน์อิสสโรค่ะเป็นแอคเคาท์นี้นะคะซึ่งเขาได้เขียน

ข้อความที่ช่วงและมีการแชทส่งต่อกันอย่างมากมายเลยในโลกโซเชียลออนไลน์นะคะซึ่งก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่12ธันวาคมค่ะเมื่อในหลวงและพระราชินีทรงเป็นองค์ประธานในกิจกรรมอบรมผู้นำเยาวชนจิตอาสาที่ขอมอ11เขตบางเขนทรงมีพระราชกระแสสอนเยาวชนและทรงมีพระราชปฏิสันถารกับเยาวชนจิตอาสาอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเองด้วยความเรียบง่ายแต่ทว่าอบอุ่นยิ่งนักเด็กๆบอกเล่าความรู้สึกมากมายที่ได้เข้าค่ายเยาวชนเป็นเวลา3วัน2คืน

ค่ะซึ่งคืนที่เขาเล่าเรื่องนี้นะคะเป็นคืนที่สองก่อนที่จะแยกย้ายกันกับภูมิลำเนาในวันรุ่งขึ้นนะคะเค้าเล่าไว้อย่างนี้ค่ะบอกว่าครั้งเนี๊ยะน้องๆบางคนเป็นนักเรียนทุนจากโครงการกองทุนการศึกษาฐานะยากจนเทพจะไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือแต่ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวงค่ะมีน้องคนหนึ่งเป็นชาวม้งบอกกับในหลวงแบบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ว่าหนูได้ยินคนพูดว่าเมื่อรักอ้าวสวรรคตม้งจะไม่มีที่อยู่รอสิบจะให้ม้งออกไปจากประเทศให้หมดลูก

กลัวมากกลัวว่าจะไม่มีแผ่นดินอยู่กลัวว่าจะไม่มีที่ไปไม่ได้เรียนหนังสือจะหลายปีผ่านไปรอ10ก็ไม่เคยไล่พวกเราทุกคนสบายดีแล้วในหลวงก็ยังให้หนูเรียนหนังสือด้วยในหลวงตรัสตอบน้องคนนั้นตามที่ฉันคือคนที่เล่าเรื่องนะคะพอจะจำความได้อันนี้เขาเล่าจากความทรงจำเค้านะคะที่โทรตัดตอบว่าในแผ่นดินนี้ไม่ว่าจะเชื้อชาติใดเราทุกคนคือคนไทยประเทศเราไม่เหมือนชาติอื่นใดในโลกรักกันเราช่วยเหลือเอื้อเฟื้อแบ่งปันกันและในหลวงจะมีวันทิ้งคนไทยพระมหา

กษัตริย์ทุกพระองค์จะทำทุกอย่างเพื่อคนไทยขออย่าได้กังวลน้องอีกคนก็ถามในหลวงค่ะว่าได้มาทราบถึงงานที่ในหลวงทำแต่กลับมีข่าวไม่ดีเขาโกหกเรื่องในหลวงมากมายแล้วพระองค์ทรงท้อบ้างหรือไม่ในหลวงทรงแย้มสรวลตลอดตอบด้วยพระสุรเสียงเรียบลื่นแต่หนักแน่นความตามที่เจ้าของโพสต์นี้เขาพอจะจำได้นะคะเขาเล่าว่าในหลวงตรัสว่าเป็นเรื่องธรรมดาของทุกคนที่จะเหนื่อยหรือท้อหรือเสียใจแต่เราต้องไม่ปล่อยให้ความรู้สึกด้านลบเหล่านี้ฉุดรั้งให้เรา

หยุดทำงานหยุดทำหน้าที่หรือหยุดทำสิ่งดีๆเพื่อชาติบ้านเมืองทางรายการเราไข่ยกมาเล่าแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับเพื่อแสดงให้เห็นถึงบรรยากาศที่น่าตื้นตันที่ผู้เขียนเนี่ยเขาเล่าเรื่องนี้จะความทรงจำถ่ายทอดผ่านFacebookของเขานะฮะพี่กินข้าวยังไว้บอกว่าคืนนั้นเนี่ยน้องๆทุกคนรู้แต่เพียงว่าจะมีประธานนะคะที่เรียกว่าองค์ประธานเนี่ยมาในกิจกรรมรอบกองไฟในคืนสุดท้ายโดยที่ไม่รู้มาก่อนเลยว่าองค์ประธานค่ะที่พี่ๆเค้าพูดถึงนั้น

คือใครนะคะซึ่งก็มาเฉลยกันในตอนท้ายนะครับว่าคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่10นี่เองค่ะทางรายการค่ะก็เลยขอตัดเอาบางช่วงบางตอนนะคะยกออกมาในเรื่องเกี่ยวกับพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวค่ะที่มีเกี่ยวกับเขาหรือเอาไว้ดังนี้ค่ะพุทธเจ้านางสาววิรารัตน์แซ่ลี่มาจากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์57จังหวัดเพชรบูรณ์ค่ะวันนี้หนูก็ดีใจมากค่ะที่ได้มาเข้าร่วมโครงการอบรมจิตอาสานี้ค่ะแล้วก็หนูก็เป็นแค่ชาวเขากลุ่ม

เล็กๆเต็มที่ได้รับโอกาสจากพระองค์ค่ะแต่ก็อังคารเขาจะชอบพูดว่าถ้าในหลวงราชการที่9สวรรณคตแล้วคุณข้าราชการที่10แต่ไม่ชอบคนม้งแล้วก็จับหลานชีวิตคนม้งไล่ชีวิตไล่พวกหนูออกจากประเทศหนูกลัวมากเลยค่ะหนูกลัวว่าจะไม่มีประเทศอยู่จะไม่มีที่เรียนหนังสือแต่เวลาผ่านไปพวกหนูก็ยังอยู่ดีมีสุขแล้วก็ยังมีแผ่นดินให้รู้ค่ะคะแล้วก็หนูก็ขอสัญญาเขาเอ้อรู้จะเป็นเด็กดีหนูจะตั้งใจเรียนหนูจะนำความรู้ที่หนูได้รับแล้วก็โอกาสดีๆที่หนูได้รับไป

ส่งต่อให้กับรุ่นน้องที่หมู่บ้านบ้านเราเนี่ยส่วนความเป็นคนไทยคือจะเป็นเชื้อชาติใดที่อยู่ตรงไหนเราก็มีความเป็นคนไทยเป็นส่วนหนึ่งครอบครัวไม่เหมือนบ้านมึงคนอื่นที่เขาไม่คิดว่าใครเป็นชาตินู้นชาตินี้เป็นชนกลุ่มนี้ผมนั้นไม่มีหนูก็ต้องกลัวไม่มีใครคิดว่าหนูเป็นอื่นแล้วก็หนูก็ไม่ได้เป็นอื่นด้วยหนูเป็นคนไทยเป็นส่วนหนึ่งเป็นกำลังของชาติบ้านเมืองแล้วก็รายการที่จะไปพัฒนาบ้านของเราถิ่นของเราให้ดีก็ต้องนำความรู้

นำความเข้าใจไปใช้ให้เป็นประโยชน์ถึงไหมล่ะก็ขอให้สบายใจได้ข่าวดีมีได้เขาไม่ดีก็ไม่ได้แล้วก็มีวงเราต้องไปแยกแยะกันเองว่าอะไรมันขาวดีหรือขาวไม่ดีอ่ะขอให้เราก็ไม่ได้เคยโฆษณาตัวเองว่ามันดีหรือไม่ดีก็อยู่ที่พวกเราจะตัดสีน้ำเองแต่สิ่งที่ขอก็คือขอให้เรานั่งตัวเองHDเป็นใช้ได้หมูกรอบได้รับข่าวดีก็ต้องถามว่าอะไรมันดีเขาลบที่มันไม่ดีก็ต้องดูว่ามันจริงหรือไม่ถ้าเป็นของธรรมดานั้นเป็นสมเด็จพระบรมฯก็

มีข่าวไม่ดีแม้แต่เป็นใครก็ต้องขอก็ต้องพูดดีบ้างไม่ดีบ้างไหมของธรรมดาเรื่องเราไม่ต้องไปต้องพิสูจน์ตัวเองในเรื่องใดๆทั้งนั้นก็คนที่อยู่ก็เป็นคนจัดสินเอาเองที่สุดเราเองว่าเราดีไม่ดีแล้วไม่เป็นไรอ่ะก็ดูเอาเองนะขอให้เราเป็นเด็กดีเป็นคนดีเป็นประโยชน์ไม่ได้ชาติก็สบายใจแล้วศาลแล้วนี่ก็คือเรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่10ที่ปลอดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับเขาหรือค่ะเรื่องราวดีๆแบบนี้นะคะเราจะนำกลับมาเล่ากันใหม่ที่

ประวัติศาสตร์นอกพงศาวดารค่ะSecretออฟฟิศThreeสำหรับวันนี้สวัสดีค่ะอ่ะ

Related articles

รอยร้าวใต้ผิวน้ำ : เมื่อพายุอำนาจกำลังก่อตัว

ภายนอก ทุกอย่างดูสงบผิวน้ำเรียบ นิ่ง ไร้คลื่นแต่ผู้ที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางอำนาจย่อมรู้ดีว่าความเงียบเช่นนี้ไม่เคยเป็นสัญญาณของความมั่นคงหากคือช่วงเวลาที่แรงดันกำลังสะสมอยู่ใต้ผิวน้ำอย่างเงียบงัน ข่าวลือที่เริ่มเล็ดลอดออกมาจาก “วงในระดับลึก”ไม่ใช่ข่าวที่เกิดจากจินตนาการของคนนอกแต่เป็นแรงสะเทือนที่ส่งตรงมาจากจุดใกล้ศูนย์ถ่วงอำนาจที่สุดเรื่องราวบางอย่างที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมมานานหลายปีกำลังถูกดึงขึ้นมาสู่แสงสว่างทีละเส้น ทีละปม แกนกลางของแรงสั่นสะเทือนครั้งนี้คือรอยร้าวระหว่างสองขั้วอำนาจใหม่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าอยู่ร่วมสนามเดียวกันหรืออย่างน้อยก็สามารถรักษาระยะห่างอย่างปลอดภัยได้แต่วันนี้ เส้นทางของทั้งสองฝ่ายเริ่มแยกออกจากกันอย่างชัดเจนและไม่อาจย้อนกลับไปบรรจบกันได้อีก การชิงไหวชิงพริบการช่วงชิงความไว้วางใจและการจัดสรรผลประโยชน์ที่ไม่สมดุลได้กลายเป็นชนวนเงียบที่กัดกินโครงสร้างจากภายในความไม่ไว้ใจค่อย ๆ แทนที่คำว่า “พันธมิตร”และความเงียบเริ่มดังยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ ทว่า สิ่งที่ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นหลายเท่าตัวไม่ใช่เพียงความขัดแย้งของผู้เล่นหน้าใหม่แต่คือการขยับตัวของ “เงาเก่า”ขั้วอำนาจที่เคยหายไปจากกระดานหรือถูกผลักออกไปอยู่นอกฉากกำลังส่งสัญญาณการกลับมาอย่างช้า ๆ แต่หนักแน่น ชื่อที่ไม่ควรถูกเอ่ยกลับถูกกระซิบซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวงสนทนาปิดไม่ใช่ในฐานะอดีตแต่ในฐานะตัวแปรที่สามารถเปลี่ยนดุลอำนาจได้ในพริบตาการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหากเป็นจังหวะเวลาที่ถูกคำนวณมาอย่างรอบคอบ เมื่อรอยร้าวเดิมยังไม่ทันสมานแรงกดดันจากขั้วอำนาจเก่าก็ถาโถมเข้ามาโครงสร้างที่เคยดูแข็งแรงจึงเริ่มเปราะบางอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในเกมอำนาจ ไม่มีใครเป็นผู้ล่าตลอดไปและไม่มีใครเป็นเหยื่อตลอดกาล ผู้ที่เคยถือไพ่เหนือกว่าอาจกำลังประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไปเพราะเกมครั้งนี้ไม่ได้เล่นกันซึ่งหน้าแต่เป็นการบ่อนทำลายอย่างเงียบเชียบตัดฐาน ตัดความชอบธรรมและสั่นคลอนความภักดีของผู้คนทีละน้อย สัญญาณหนึ่งที่น่าจับตาคือการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่เคยเงียบผู้ที่เคยรอเวลาเริ่มกลับมารวมตัวกันอีกครั้งความจงรักภักดีเริ่มเปลี่ยนทิศและความเป็นกลางเริ่มถูกแทนที่ด้วยการเลือกข้าง คำถามสำคัญไม่ใช่ “จะเกิดอะไรขึ้น”แต่คือ…

บันทึกหนึ่งในห้วงเวลาร่วมสมัย

ปลายเดือนกันยายน ปีพุทธศักราช 2566ประกาศจากราชกิจจานุเบกษาปรากฏต่อสาธารณะเป็นถ้อยคำทางราชการที่เคร่งครัด สุขุม และเป็นไปตามบทกฎหมายว่าด้วยการแต่งตั้งนายทหารและนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรให้ดำรงตำแหน่งราชองครักษ์พิเศษ ตามอำนาจแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องรายชื่อหลายสิบรายถูกบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของกลไกความมั่นคงที่ดำเนินต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ในบรรดารายชื่อเหล่านั้นมีนายทหารระดับสูงผู้หนึ่งที่สังคมคุ้นชื่อจากบทบาทในพื้นที่ชายแดน และจากคำบอกเล่าของผู้ใต้บังคับบัญชาเขาเคยถ่ายทอดเรื่องราวจากแนวหน้าเล่าถึงทหารที่ยืนอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอนแต่ยังยึดมั่นในหน้าที่ ด้วยหัวใจที่ผูกพันกับผืนแผ่นดิน คำพูดของเขาไม่ได้หรูหราหากเต็มไปด้วยน้ำเสียงของผู้ที่อยู่กับความจริงทหารแนวหน้าไม่ได้ร้องขอสิ่งใดมากไปกว่ากำลังใจเพราะสิ่งที่พวกเขาแบกรับอยู่แล้วคือภาระของการปกป้องอธิปไตยและการยืนหยัดในพื้นที่ที่บรรพบุรุษเคยรักษาไว้ด้วยชีวิต ในมุมหนึ่งของโครงสร้างรัฐความเป็นกองทัพยังคงดำเนินไปตามบทบาทเดิมห่างจากการเมืองตามที่หลายฝ่ายย้ำยืนยันนายทหารผู้นั้นกล่าวชัดเจนว่าแม้จะมีผู้ทาบทามจากหลายทิศทางเขาเลือกที่จะวางตนอยู่ในกรอบของหน้าที่รักษาระยะห่างจากอำนาจที่เปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา อีกด้านหนึ่งของเรื่องราวคือเสียงสะท้อนจากประชาชนผู้หนึ่งซึ่งเคยมีความรู้สึกไม่เข้าใจ ไม่เห็นด้วยต่อสถาบันที่อยู่เหนือการเมืองเขาเล่าว่า ครั้งหนึ่งเคยปฏิเสธพิธีการสำคัญในชีวิตด้วยความรู้สึกต่อต้านที่ยังไม่ผ่านการใคร่ครวญ แต่เมื่อเวลาผ่านไปการค้นคว้า การรับฟัง และการแยกแยะข่าวลือออกจากข้อเท็จจริงทำให้ทัศนะของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนจากความไม่ชอบ กลายเป็นความเข้าใจจากความเข้าใจ กลายเป็นความเคารพ เขาเลือกเล่าเฉพาะสิ่งที่เห็นว่าเป็นสาระและละเว้นรายละเอียดที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกไม่ใช่เพราะไม่มีเรื่องให้พูดแต่เพราะเชื่อว่า ความเงียบในบางเรื่องอาจเป็นการปกป้องส่วนรวมได้ดีกว่าคำอธิบายยืดยาว เรื่องราวทั้งหมดเมื่อมองจากระยะห่างสะท้อนภาพของสังคมที่ยังคงตั้งคำถามยังคงถกเถียงและยังคงแสวงหาความหมายของคำว่า “ความมั่นคง”ในโลกที่ข้อมูล ข่าวสาร และอารมณ์ไหลเร็วกว่าการไตร่ตรอง…

คำสาปสายเลือด : จากความรุ่งโรจน์ในรัชกาลที่ 5 สู่ทางตันในรัชกาลที่ 6

ราชวงศ์จักรีเคยดูมั่นคงราวกับภูผาหินที่ไม่มีวันพังทลายสายเลือดแผ่ขยาย กิ่งก้านสาขาแตกแขนงไปทั่วแผ่นดินในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชโอรสและพระราชธิดารวมกันถึงเจ็ดสิบเจ็ดพระองค์ภาพของราชสำนักในวันนั้นคือความอุดมสมบูรณ์ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า “การขาดทายาท” จะกลายเป็นปัญหาได้ แต่กาลเวลาไม่เคยปรานีใครเมื่อแผ่นดินเปลี่ยนผ่านสู่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวความอุดมสมบูรณ์กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันกษัตริย์ผู้มีพระญาติพี่น้องร่วมแปดสิบพระองค์กลับต้องทรงครองราชย์อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางคำถามที่ค่อย ๆ กัดกินความมั่นคงของบัลลังก์ รัชกาลที่ 6 ไม่ใช่กษัตริย์ที่อ่อนแอแต่พระองค์คือผลผลิตของโลกสมัยใหม่ทรงเติบโตมากับแนวคิดตะวันตกความเชื่อเรื่องผัวเดียวเมียเดียวและอุดมคติของการมีคู่ชีวิตที่เป็น “คู่คิด” ไม่ใช่เพียงผู้ให้กำเนิดทายาทขณะเดียวกัน จารีตของราชสำนักกลับเรียกร้องสิ่งตรงกันข้ามความขัดแย้งนี้ค่อย ๆ บีบรัดพระราชหฤทัยจนกลายเป็นวิกฤตที่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรง ๆ เวลาผ่านไป สุขภาพของพระองค์เริ่มถดถอยร่างกายส่งสัญญาณอันตรายขณะที่กระดานอำนาจยังไร้ตัวหมากสำคัญที่สุด—รัชทายาททุกสายตาเริ่มหันไปมองทางเลือกสุดท้ายและในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตสตรีสามัญชนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในประวัติศาสตร์นามของเธอคือ “คุณเครือแก้ว อภัยวงศ์” การสถาปนาเธอขึ้นเป็นพระนางเจ้าไม่ใช่เพียงเรื่องของความรักแต่คือการเดินหมากครั้งสุดท้ายของกษัตริย์เพื่อรักษาสายเลือดของตนไว้กับแผ่นดินหากทารกในครรภ์เป็นพระราชโอรสอำนาจจะถูกดึงกลับมาสู่สายตรงของรัชกาลที่ 6และระบอบผู้สำเร็จราชการจะถือกำเนิดขึ้นทันที แต่โชคชะตาไม่เคยอยู่ใต้การควบคุมของผู้ใดคืนวันที่ 24 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2468พระราชวังกำลังเผชิญการสวนทางของชีวิตและความตายห้องหนึ่งคือกษัตริย์ผู้ใกล้สิ้นลมอีกห้องคือการต่อสู้ของสตรีผู้กำลังให้กำเนิดชีวิตใหม่ทั้งราชสำนักหยุดหายใจรอคำตอบเพียงคำเดียว…

เจ้าหญิงที่โลกคาดหวัง… แต่โชคชะตากลับทำให้เธอเงียบหาย

เช้า วัน ที่ 7 ธันวาคม พ.ธศักราช ศักราช 2521 สาย ลม ปลาย ปี เย็น สบาย ใน พระนคร วัน นั้น มี แสง หนึ่ง เกิด ขึ้น ใน ราชสำนัก ดุสิต เธอ มี พระ นาม ว่า…

วีดีโอ โปรโมท เปิดโปง! งบ 4 หมื่นล้าน ‘เสี่ยโอ’ ฉาวหนัก ‘กบ’ เอาเลี้ยงผัวฝรั่งเศส

ถ้า มัน พรรค ไหน ก็ ตาม ถ้า มัน ลด เพดาน มาตรา 112 เรา ก็ ต้อง สู้ เรา ก็ ต้อง ดัน ต่อ ผม ต้อง เพิ่ม เพดาน ครับ เพิ่ม เพดาน โทษ…

วีดีโอ โปรโมท “เสี่ยโอ” ไม่ทน! ดึง “ชาย 4” กลับไทย เปิดศึกท้าชนวงการ!

อ้วน อ้ว้น อิน 3อ ก็ กลับ มา แล้ว เออ มี นัยยะ อะไร เปล่า อาจารย์ มี นยะ อะไร มี สิ ที นี้ ไอ้ ที่ เขา คาด การณ์ กัน ว่า พอ…